posttoday
แก้ให้ถูกจุด

แก้ให้ถูกจุด

02 ธันวาคม 2559

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รายงานตัวเลขการใช้จ่ายของทัวร์จีนที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศ ภายหลังการปราบปรามนอมินีทัวร์จีนรายใหญ่ พบว่า มีค่าใช้จ่ายต่อหัวเพิ่มขึ้น 2,000 บาท จาก 4.7 หมื่นบาทต่อทริป เป็น 4.9 หมื่นบาทต่อทริป จน พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลการท่องเที่ยว ตั้งเป้าหมายว่าการพุ่งเป้าไปที่นักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพจะทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีก 2 แสนล้านบาท ในช่วง 2 ปี (พ.ศ. 2560-2561)

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รายงานตัวเลขการใช้จ่ายของทัวร์จีนที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศ ภายหลังการปราบปรามนอมินีทัวร์จีนรายใหญ่ พบว่า มีค่าใช้จ่ายต่อหัวเพิ่มขึ้น 2,000 บาท จาก 4.7 หมื่นบาทต่อทริป เป็น 4.9 หมื่นบาทต่อทริป จน พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลการท่องเที่ยว ตั้งเป้าหมายว่าการพุ่งเป้าไปที่นักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพจะทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีก 2 แสนล้านบาท ในช่วง 2 ปี (พ.ศ. 2560-2561)

ขณะที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กลับคาดการณ์ชนิดสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง ธปท.คาดว่าผลกระทบจากการปราบทัวร์ศูนย์เหรียญจะทำให้นักท่องเที่ยวจีนหายไปประมาณ 2 แสนคนในปี 2559 และอีก 1 แสนคนในปี 2560 และคาดการณ์ว่าอาจจะกระทบมากกว่านั้น หากปล่อยให้ยืดเยื้อนานเกิน 3-6 เดือน และอาจกระทบต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีหน้า เพราะการท่องเที่ยวถือเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยในยามนี้

จากข้อมูลที่สวนทางกันเช่นนี้ ประมาณการได้ว่าปัญหาการปราบทัวร์ศูนย์เหรียญมีความซับซ้อนกว่าที่คาด แม้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจะรายงานตัวเลขค่อนข้างดี แต่ควรจะต้องไปดูรายละเอียดให้ลึกซึ้งถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจจะไม่ได้เป็นธุรกิจท่องเที่ยวโดยตรงอย่างโรงแรม หรือร้านอาหาร แต่ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ร้านขายอัญมณี ร้านขายของที่ระลึก ร้านขายผลิตภัณฑ์โอท็อป เป็นต้น รวมทั้งแนวทางแก้ปัญหาจะต้องครอบคลุมทุกมิติที่สำคัญคือการบูรณาการทุกหน่วยงานอย่างแท้จริง เพื่อให้รู้สาเหตุของปัญหา จะได้นำไปสู่การแก้ปัญหาที่ถูกจุด

ต้องยอมรับว่าทัวร์ศูนย์เหรียญเกิดขึ้นมาในประเทศไทย 10-20 ปี เกิดธุรกิจที่เกี่ยวข้องมากมาย มีหลายเรื่องรวมกัน เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาต้องใช้ความละเอียด รอบคอบ และประเมินผลกระทบ รวมถึงวางแผนเยียวยาผลกระทบผู้เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน เพราะปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ใช่จะใช้วิธีเดียวกันแก้ปัญหาหรือเยียวยา ต้องใช้หลายเครื่องมือในการดูแล ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญก็เช่นเดียวกัน ภาครัฐต้องวางมาตรการการแก้ไขปัญหาให้ครอบคลุม และต้องลงมือทำอย่างจริงจัง เพื่อให้การปฏิบัตินำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง

อย่างที่ย้ำหลายครั้ง การแก้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญถือเป็นแนวทางที่ถูกต้อง และเชื่อว่าจะช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต แต่ในช่วงเวลาของการปรับตัว ปรับเปลี่ยน รัฐต้องเข้าไปดูแลธุรกิจที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะธุรกิจรายย่อย ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระบวนการทัวร์ศูนย์เหรียญให้อยู่รอดได้ ซึ่งพวกเขาไม่ได้ต้องการเงินกู้ หรือแหล่งสินเชื่อต่างๆ แต่พวกเขาต้องการที่จะทำธุรกิจได้เหมือนเดิม มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาใช้จ่ายซื้อของ เงินหมุนไป เศรษฐกิจก็สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้

หากรัฐยึดแนวทางในการแก้ปัญหาหน้าเดียว โดยไม่พิจารณาผลกระทบอย่างรอบด้าน แม้จะโชว์ตัวเลขเฉพาะหน้าที่ออกมาสวยหรู แต่ในเมื่อยังคงมีผู้ได้รับผลกระทบอีกมากมาย การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงไม่อาจกล่าวได้ว่าประสบความสำเร็จ และทำให้เกิดความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง