
กรมอุทยานฯลุยดึงเอกชน-ประชาชนร่วมจัดการพื้นที่คุ้มครองป่า
กรมอุทยานฯ พร้อมขยายโมเดลจัดการป่าพื้นที่คุ้มครอง ดึงภาคเอกชน-ประชาชนร่วมอนุรักษ์
กรมอุทยานฯ พร้อมขยายโมเดลจัดการป่าพื้นที่คุ้มครอง ดึงภาคเอกชน-ประชาชนร่วมอนุรักษ์
นายทรงธรรม สุขสว่าง ผู้ตรวจราชการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ในฐานะรักษาการ ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานฯ เปิดเผยว่า กรมอุทยานฯ พร้อมเดินหน้าคุ้มครองพื้นที่ป่า โดยให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วม ในรูปแบบการจัดการพื้นที่คุ้มครองเป็นกลุ่มป่า ที่มีตัวแทนจากภาคเอกชน ภาคประชาชนเข้าร่วม เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งกองทุนอนุรักษ์กลุ่มป่าในพื้นที่ต่างๆ
ทั้งนี้ แนวคิดดังกล่าว ถูกนำมาจากการจัดประชุมสัมมนา โครงการเร่งเสริมความยั่งยืนของระบบการจัดการพื้นที่คุ้มครอง (CASPA) ภายใต้หัวข้อ “CASPA…ก้าวใหม่สู่ความยั่งยืนของการจัดการพื้นที่คุ้มครอง” ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับความร่วมมือจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF) ให้ดำเนินงานเร่งเสริมความยั่งยืนของระบบจัดการพื้นที่คุ้มครองซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี และโครงการดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในเดือน ธ.ค.นี้
นายทรงธรรม กล่าวว่า ที่ผ่านมามีพื้นที่ดำเนินโครงการ 4 พื้นที่ ได้แก่ อุทยานฯ อินทนนท์ จ.เชียงใหม่ เป็นรูปแบบการจัดการพื้นที่คุ้มครองทางบก อุทยานฯ ตะรุเตา จ.สตูล เป็นการจัดการพื้นที่คุ้มครองทางทะเล พื้นที่กลุ่มป่าย่อย ประกอบด้วย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง อุทยานฯ แม่วงก์ และอุทยานฯ คลองลาน เป็นรูปแบบการจัดการพื้นที่กันชน มีการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่และภาคประชาชนในพื้นที่ พื้นที่กลุ่มป่าตะวันออก ที่มีลักษณะรูปแบบการจัดการพื้นที่คุ้มครองเป็นกลุ่มป่า มีการจัดตั้งสมาคมกลุ่มป่าตะวันออกที่มีตัวแทนจากภาคเอกชน ภาคประชาชนเข้าร่วม เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งกองทุนอนุรักษ์กลุ่มป่าตะวันออกเพื่อแก้ปัญหาระหว่างช้างป่ากับคน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาช้างป่าออกหากินนอกพื้นที่ การจัดทำแนวเชื่อมต่อระบบนิเวศระหว่างอุทยานฯ เขาชะเมา-เขาวง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน และการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ
"แนวคิดจากกิจกรรมนี้ กำลังจะถูกนำไปเป็นรูปแบบของการจัดการพื้นที่คุ้มครองอื่นๆ ซึ่งโครงการเร่งเสริมความยั่งยืนฯ ได้ดำเนินการให้พื้นที่คุ้มครองที่เป็นรูปแบบในระดับสากลและมีการทดลองจัดรูปแบบพื้นที่คุ้มครองใน จ.จันทบุรี โดยกรมอุทยานฯ จะนำบทเรียนที่ได้จากการดำเนินโครงการดังกล่าวไปปรับใช้ในพื้นที่อื่นๆ ต่อไปในอนาคต"นายทรงธรรมกล่าว







