
จัดระเบียบ-ล้างอิทธิพลภูเก็ต พ่อเมืองมั่นใจต้องดีขึ้น
"ภูเก็ต" ไข่มุกแห่งอันดามันต้องเผชิญความท้าทายหลายระลอก จากหลากหลายปัญหาเรื่องร้องเรียน
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
ในความเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก “ภูเก็ต” ไข่มุกแห่งอันดามันต้องเผชิญความท้าทายหลายระลอก จากหลากหลายปัญหาเรื่องร้องเรียน ทั้งค่าบริการต่างๆ ที่เอาเปรียบนักท่องเที่ยว ความปลอดภัย อาชญากรรมต่อนักท่องเที่ยว การบุกรุกพื้นที่สาธารณะของผู้ประกอบการ และล่าสุด เหตุการณ์ลอบวางระเบิดเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา
โชคชัย เดชอมรธัญ ผวจ.ภูเก็ต ประกาศอย่างมั่นใจว่า นับตั้งแต่เดือน ธ.ค.นี้เป็นต้นไป ภูเก็ตจะดีขึ้น เมื่อทุกภาคส่วนร่วมกันอย่างจริงจัง นักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น ดังนั้นจึงต้องรองรับในการรักษาความปลอดภัย กฎระเบียบต่างๆ
ความมั่นใจของพ่อเมืองภูเก็ตมาจากการระดมหลายภาคส่วนดำเนินการจัดระเบียบใน 5 ประเด็นสำคัญ คือ 1.การจัดระเบียบชายหาด 2.การจัดระเบียบรถรับจ้าง 3.การดำเนินการผู้บุกรุกที่สาธารณะและการรุกลำน้ำและปล่อยน้ำเสีย 4.การดำเนินการต่อกลุ่มผู้มีอิทธิพล และ 5.การดำเนินการต่อสถานบริการ ซึ่งเป็นนโยบายหลักของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ดำเนินการต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 41 (มทบ.41) ในฐานะผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้มอบนโยบายแนวทางในการกำกับดูแลความปลอดภัยในสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ โดยภูเก็ตเป็นเป้าหมายในการรักษาความปลอดภัย เนื่องจากเป็นจังหวัดท่องเที่ยว โดยจะเน้นการทำงานและรักษาความปลอดภัยทั้งบริเวณชายหาด การให้บริการรถรับจ้างและความปลอดภัยในท่าอากาศยาน
“ขอความร่วมมือประชาชน สถานประกอบการ ร้านค้าช่วยกันเฝ้าระวังแจ้งเบาะแสบุคคลสิ่งของต้องสงสัยให้แก่เจ้าหน้าที่ รวมทั้งผู้ประกอบการตรวจสอบกล้องวงจรปิดให้มีสภาพพร้อมใช้งาน จะมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความปลอดภัยให้เพิ่มมากขึ้นและมีความเข้มข้น ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง”
ภาพรวมของการดำเนินการที่ผ่านมา ผวจ.ภูเก็ต ยืนยันว่า การดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลอย่างเข้มข้น ผลที่คาดว่าจะได้รับคือการสร้างบรรยากาศที่ดีด้านการท่องเที่ยว ความสมัครสมานสามัคคีและความเป็นธรรมให้กับประชาชนและผู้ประกอบการ โดยจะดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดตามที่กฎหมายกำหนด
“การดำเนินการของจังหวัด จะปฏิบัติด้วยความละมุนละม่อม ตั้งแต่การเก็บรวบรวมข้อมูล พบปะพูดคุย แต่หากไม่สามารถพูดคุยกันได้ ก็จะมีการดำเนินการตามกฎหมาย โดยที่ผ่านมาได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลเอกสารหลักฐานไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป นอกจากนี้จะมีการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนร่วมกับการกระทำความผิดในเรื่องต่างๆ รวมทั้งกรณีร้องเรียนพฤติกรรมว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจหน้าที่กลั่นแกล้ง เช่น ดำเนินการล่าช้าในการออกใบอนุญาตต่างๆ จะดำเนินคดีทั้งคดีแพ่งและคดีอาญากับผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด”
ด้าน บรรเจิด รัตนมโนธรรม อัยการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ขณะนี้อัยการจังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดที่มีการบุกรุกที่สาธารณะ หรือกลุ่มผู้มีอิทธิพลไปบ้างแล้ว โดยยึดหลักดำรงความยุติธรรม การนำผู้กระทำผิดมาเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย และการรักษาผลประโยชน์ของรัฐ หากเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐถูกฟ้องร้องตามคดีแพ่ง ก็จะทำหน้าที่เป็นทนายให้กับรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ รวมทั้งทำการคุ้มครองสิทธิให้กับประชาชน พร้อมกับทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน
ภายใต้การระดมทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร มทบ.41 กองทัพเรือภาคที่ 3 และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการเข้าคลี่คลายและจัดการปัญหาที่หมักหมมมานานของภูเก็ต ยังต้องจับตาต่อไปว่าเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญของ จ.ภูเก็ต ซึ่งเชื่อมโยงเกี่ยวพันไปยังอีกหลายจังหวัดในกลุ่มอันดามัน จะบรรเทาหรือหมดสิ้นไปได้จริงหรือไม่







