
'ปฏิญญา'ทำจริง
ในการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 34 ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีข้อสรุปเป็น “ปฏิญญาอยุธยา” เพื่อขับเคลื่อนพัฒนาประเทศ 4 แนวทาง คือ 1.หอการค้าทั่วประเทศจะประสานพลังร่วมมือตามแนวทางประชารัฐกับภาคส่วนต่างๆ ในการขับเคลื่อนประเทศ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ 2.จะสนับสนุนรัฐในการขับเคลื่อนประเทศไทยตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 3.จะนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้พัฒนากระบวนการทางธุรกิจไปสู่การค้าและบริการ และ 4.จะผลักดันให้มูลค่าและบริการของไทยเพิ่มขึ้นอย่างน้อยปีละไม่ต่ำกว่า 5 หมื่น-1 แสนล้านบาท เพื่อผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโต 4% ในปี 2560
ในการสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 34 ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีข้อสรุปเป็น “ปฏิญญาอยุธยา” เพื่อขับเคลื่อนพัฒนาประเทศ 4 แนวทาง คือ 1.หอการค้าทั่วประเทศจะประสานพลังร่วมมือตามแนวทางประชารัฐกับภาคส่วนต่างๆ ในการขับเคลื่อนประเทศ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ 2.จะสนับสนุนรัฐในการขับเคลื่อนประเทศไทยตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 3.จะนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้พัฒนากระบวนการทางธุรกิจไปสู่การค้าและบริการ และ 4.จะผลักดันให้มูลค่าและบริการของไทยเพิ่มขึ้นอย่างน้อยปีละไม่ต่ำกว่า 5 หมื่น-1 แสนล้านบาท เพื่อผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโต 4% ในปี 2560
คำว่า “ปฏิญญา” ความหมายตามพจนานุกรม คือ การให้คํามั่นสัญญาหรือการแสดงยืนยันโดยถือเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือความสุจริตใจเป็นที่ตั้ง ซึ่งการทำ “ปฏิญญาอยุธยา” ของตัวแทนหอการค้าแห่งประเทศไทยทั่วประเทศครั้งนี้ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่เห็นความตั้งใจจริงของเอกชนในการร่วมมือกับรัฐบาล และภาคส่วนอื่นๆ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ยังคงผันผวนและมีความเสี่ยง
สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้นขณะนี้ ถือเป็นบริบทใหม่ของการค้าโลกที่ทำให้ทุกประเทศต้องปรับตัว เพราะการพึ่งพาตลาดส่งออก หรือการทำธุรกิจแบบเดิมๆ ไม่สามารถตอบโจทย์การพัฒนาเศรษฐกิจให้ก้าวหน้าต่อไปได้ ประเทศไทยติดกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลางมานานนับสิบปี โดยไม่สามารถขยับไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง เพราะเรายังคงพึ่งพาการทำธุรกิจแบบเดิมๆ ประเทศเดิมๆ ซึ่งเราไม่สามารถพึ่งพาได้อีกต่อไปแล้ว
ตัวเลขการส่งออกของปี 2559 ถูกคาดการณ์ว่าจะติดลบอย่างน้อย 2% หรือดีที่สุด คือไม่ขยายตัว สะท้อนให้เห็นปัญหานี้ได้ชัดเจนขึ้น ฉะนั้นสิ่งสำคัญ คือการสร้างเศรษฐกิจภายในให้แข็งแกร่ง การขยายความร่วมมือกับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) เป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์ที่จะทำให้ไทยยังคงแข็งแกร่งและมีศักยภาพในเวทีโลก สิ่งเหล่านี้ต้องเริ่มจากการสร้างความเข้มแข็งภายใน
ภาครัฐภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้วางยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี เพื่อสร้างความเข้มแข็งจากภายใน การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมขนส่ง การพัฒนาระบบการเกษตรสู่เกษตรสมัยใหม่ หรือ สมาร์ทฟาร์มเมอร์ การขยับเข้าสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต หรือ นิว เอส-เคิร์ฟ นโยบายเหล่านี้ต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างและพัฒนา ระหว่างนี้หากภาคเอกชนเข้ามาช่วยพยุงเศรษฐกิจ พัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างธุรกิจใหม่ เพื่อก้าวเดินไปพร้อมๆ กัน ในระยะอีก 10-20 ปีข้างหน้า เชื่อว่าจะทำให้ประเทศไทยกลับมาเติบโตอย่างแข็งแรง
เมื่อทุกคนได้ตกลงทำ “ปฏิญญา” แล้ว และยึดมั่นปฏิญญานำสู่ภาคปฏิบัติอย่างจริงจัง เชื่อว่าเป้าหมายที่ประเทศไทยจะกลับมาเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่ต้องอดทน ร่วมมือ ร่วมใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันต่อไป







