
อาเซียนคืบหน้าตั้งแบงก์
สมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ลงนาม กรอบการรวมตัวภาคการธนาคารอาเซียน (ABIF) ในปี 2014 เพื่อจัดตั้งธนาคารอาเซียนมาตรฐาน (คิวเอบี) ซึ่งจะถือเป็นสถาบันการเงินภายใต้อาเซียนและเปิดทางให้ธนาคารในประเทศสมาชิกสามารถเข้าถึงตลาดของสมาชิกอื่นได้ โดยอาเซียนรับรู้ดีถึงปัญหาที่เศรษฐกิจไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันทั้งภูมิภาค ดังนั้นจึงให้ประเทศสมาชิกเจรจาในรูปแบบทวิภาคีเพื่อจัดตั้งคิวเอบี
สมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ลงนาม กรอบการรวมตัวภาคการธนาคารอาเซียน (ABIF) ในปี 2014 เพื่อจัดตั้งธนาคารอาเซียนมาตรฐาน (คิวเอบี) ซึ่งจะถือเป็นสถาบันการเงินภายใต้อาเซียนและเปิดทางให้ธนาคารในประเทศสมาชิกสามารถเข้าถึงตลาดของสมาชิกอื่นได้ โดยอาเซียนรับรู้ดีถึงปัญหาที่เศรษฐกิจไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันทั้งภูมิภาค ดังนั้นจึงให้ประเทศสมาชิกเจรจาในรูปแบบทวิภาคีเพื่อจัดตั้งคิวเอบี
หนังสือพิมพ์ฟิลิปปินส์ เดลี อินไควเรอร์ รายงานว่า ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (บีเอสพี) มีการพูดคุยไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อพยายามจัดตั้งการเจรจาทวิภาคีเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
นอกจากฟิลิปปินส์แล้ว ไทยยังมีความคืบหน้าในการจัดตั้งเจรจาทวิภาคีกับมาเลเซียที่มีการลงนามไปเมื่อวันที่ 14 มี.ค. และประเทศอินโดนีเซียที่ลงนามไปเมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา รวมถึงล่าสุด เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท. และอูจอว์จอว์หม่อง ผู้ว่าการธนาคารกลางเมียนมา ยังลงนามแสดงความประสงค์เข้าร่วมการเจรจาทวิภาคี เพื่อจัดตั้งคิวเอบีระหว่างไทยและเมียนมา
ด้านฟิลิปปินส์ มีความคืบหน้าในการเจรจาทวิภาคีกับหน่วยกำกับภาคบริการการเงินอินโดนีเซีย ขณะที่ในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา บีเอสพีและธนาคารกลางมาเลเซีย (บีเอ็นเอ็ม) ยังตกลงกันที่จะจัดตั้งคิวเอบี 3 แห่งภายใต้ ABIF อีกด้วย โดยภายใต้การตกลงกันระหว่างฟิลิปปินส์และมาเลเซีย คิวเอบีจะจัดตั้งได้ก็ต่อเมื่อมีขอบเขตอำนาจทางกฎหมายในฐานะบริษัทสาขาของบริษัทแม่เท่านั้น
ทั้งนี้ เว็บไซต์ข่าวโกลบอลริสค์อินไซด์ เปิดเผยว่า ไทย สิงคโปร์ และมาเลเซียมีแนวโน้มที่จะได้ประโยชน์จาก ABIF มากที่สุด เนื่องจากภาคธนาคารมีความพร้อมในการขยายกิจการไปทั่วภูมิภาคมากกว่าประเทศอื่น เช่น บรูไน กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม ที่ไม่มีการเพิ่มศักยภาพของภาคธนาคารให้มากเพียงพอรองรับการขยายไปทั่วภูมิภาค
ความพร้อมในการขยายภาคธนาคารที่ไม่เท่ากันดังกล่าว ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อประเทศที่ศักยภาพภาคธนาคารน้อยกว่าจะสูญเสียประโยชน์ โดยโกลบอลริสค์อินไซด์ ระบุว่า เงินทุนคาดจะไหลไปยังประเทศอาเซียน 5 อย่าง อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ซึ่งจะได้ประโยชน์จากกรอบการรวมตัวดังกล่าว เนื่องจากมีการกำกับดูแลที่ดีกว่าภาคธนาคารของบรูไน กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม
แม้กระแสเงินทุนที่ไหลไปยังประเทศอาเซียน 5 จะช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภาคธนาคารพัฒนาในประเทศเหล่านี้ได้รวดเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม โกลบอลริสค์อินไซด์ ระบุว่า อาจสร้างความเสี่ยงให้ประเทศที่ศักยภาพธนาคารด้อยกว่า ซึ่งธนาคารต่างชาติเข้าไปครองตลาดแทนธนาคารในประเทศ







