
จตุพร จวก ศิริโชค คุย บูท ใช้อำนาจมิชอบ
จตุพร ยัน ศิริโชค ดอดพบ วิคเตอร์ บูท เป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ จี้ อธิบดีกรมราชทัณฑ์แจงรายละเอียด-จำนวนครั้งเข้าพบ หลังข่าวที่ออกมาสร้างความสับสน เหน็บคิงพาวเวอร์คือสถานที่วางระเบิดง่ายที่สุด
จตุพร ยัน ศิริโชค ดอดพบ วิคเตอร์ บูท เป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ จี้ อธิบดีกรมราชทัณฑ์แจงรายละเอียด-จำนวนครั้งเข้าพบ หลังข่าวที่ออกมาสร้างความสับสน เหน็บคิงพาวเวอร์คือสถานที่วางระเบิดง่ายที่สุด
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย แถลงยืนยันว่า นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เข้าพบนายวิคเตอร์ บูท ผู้ต้องหาค้าอาวุธสงคราม ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ และขอให้อธิบดีกรมราชทัณฑ์ชี้แจงรายละเอียด และจำนวนครั้งที่เข้าพบ เนื่องจากข่าวที่ออกมานั้นสับสน
นายจตุพร กล่าวถึงเหตุลอบยิงระเบิดชนิดเอ็ม 79 บริเวณคิง เพาเวอร์ ว่า บริเวณดังกล่าวเป็นสถานที่วางระเบิดสะดวกสบายที่สุดในประเทศ หากหาที่วางระเบิดไม่ได้ ให้ไปวางที่คิง เพาเวอร์ อย่างไรก็ตาม ตนได้สอบถามเป็นการภายในจากผู้ที่อยู่ในทีมสืบสวนสอบสวน ได้ข้อมูลว่าจุดยิงระเบิดน่าจะอยู่บริเวณลานจอดรถโรงแรมสยามซิตี้ ถ.ศรีอยุธยา เนื่องจากอยู่ในรัศมีทำการและไม่มุ่งหวังทำลายตัวอาคาร ซึ่งอาคารแห่งนี้ไปตรวจสอบดูได้ว่า ใครใช้เป็นแหล่งซ่องสุม จากนั้น ศอฉ.ก็ออกมาแถลงว่ามีความเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งส.ก.และส.ข.ในวันที่ 29 ส.ค.นี้ ดังนั้นถ้าถามว่าระเบิดลูกนี้ใครได้ประโยชน์ ใครเสียประโยชน์ คำตอบก็คือพรรครัฐบาลได้ประโยชน์ ส่วนพรรคเพื่อไทยอยู่ในฐานะผู้เสียประโยชน์ ดังนั้นใครได้ประโยชน์สันนิษฐานได้เลย ทั้งนี้ ตนขอประณามและขอพระสยามเทวาธิราช ที่พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษนำมาอ้าง ขอฝากสาปแช่งคนวางระเบิดครั้งนี้
นายจตุพร กล่าวว่า กรณีที่นายนที สุทินเผือกหรือกรุง ศรีวิไล และนายจิระพันธ์ ลิ้มสกุลศิริรัตน์ ส.ส.สมุทรปราการ เขต 2 พรรคเพื่อไทยประกาศย้ายไปร่วมงานพรรคภูมิใจไทย ว่า ตนขอแสดงความยินดีและอวยพรให้ไปดี และใครที่อยากไปก็ขอให้แสดงตัวเช่นนี้ เพราะจะได้รู้ว่าไม่มีอีแอบอยู่ในพรรค
ทั้งนี้ ขั้นตอนต่อไปกรรมการวินัยและจรรยาบรรณ พรรคเพื่อไทยจะได้พิจารณาเพื่อขับออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อเตรียมว่าที่ผู้สมัครส.ส.คนใหม่ โดยในวันที่ 7 กันยายนนี้ พรรคจะเริ่มพิจารณาขับจตุพร เผย เตรียมขับส.ส.ปันใจดิเรกสาร ส.ส.สระบุรี ก่อน จากนั้นจะทยอยพิจารณาส.ส.รายอื่นที่ได้ประกาศตัวไปร่วมงานกับพรรคการเมืองอื่นต่อไป และใครจะไปอีกก็ไม่มีปัญหา ให้ไปวัดกันตอนเลือกตั้ง
“สัจธรรมโสเภณีการเมือง ทรัพย์ที่ได้จากการขายตัวจะหมดไป ประชาชนก็จะไม่เลือก ล้มละลายทั้งทางการเมืองและชีวิตจริง ผมจะเสนอผู้บริหารพรรคเพื่อไทยรีบขับคนเหล่านี้ออกจากพรรค เพราะคนใหม่จะได้ทำพื้นที่และอย่างน้อยตอนแนะนำชื่อในสภา คนพวกนี้ก็ไม่ควรมีชื่ออยู่ในพรรคเพื่อไทย ถ้าเป็นไปได้ภายในเดือน กันยายนใครที่อยากไปก็ขอให้แสดงตัวเพราะจะได้ทำอะไรในคราวเดียวกัน” นายจตุพร กล่าว
ส่วนการเจรจาทาบทามส.ส.พรรคเพื่อไทย นั้น ไม่ได้มีแค่ส.ส.สมุทรปราการ 2 คนนี้เท่านั้น แต่เกิดขึ้นกับส.ส.ภาคกลางหลายคน โดยมีข้อเสนอตามที่พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง ออกมาบอกว่าจ่ายก่อน 20 ล้านบาท หลังเลือกตั้งอีก 30 ล้านบาทต่อคน และยังจะได้รับงบประมาณผ่านหน่วยงานท้องถิ่นอีกหลายร้อยล้านบาท อีกทั้งกรณีส.ส.สมุรปราการ นายนทีเป็นคนพูดบนโต๊ะอาหารที่ห้องรับรอง 2 อาคาร 1 รัฐสภา หรือที่ส.ส.เรียกกัน “วิทยา คาเฟ่” เองว่ากรณีของเขาขายเป็นแพคเกจคู่ พร้อมพูดทีเล่นทีจริงว่าถ้าได้ 80 ล้าน ก็จะไป ส.ส.ที่อยู่บริเวณนั้นหลายคนได้ยินกันหมด







