posttoday
แผ่นดินที่ 7

แผ่นดินที่ 7

27 พฤศจิกายน 2559

เดือนนี้มีวันสำคัญวันหนึ่งที่คนไทยไม่ใคร่สนใจกัน คือวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

โดย...กรกิจ ดิษฐาน

เดือนนี้มีวันสำคัญวันหนึ่งที่คนไทยไม่ใคร่สนใจกัน คือวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ 8 พ.ย. คนรุ่นหลังมักทราบแต่เพียงว่าทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์สุดท้ายในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และทรงพระราชทานรัฐธรรมนูญแก่ปวงชนชาวไทย ส่วนใครที่หัวการเมืองหน่อยมักจะพูดถึงพระองค์ในแง่มุมที่ละเอียดอ่อน เช่น ฝ่ายราดิคัลมักกล่าวหาพระองค์ว่าไม่จริงใจกับการเปลี่ยนระบอบใหม่ อ้างว่าทรง “แอบ” สนับสนุนกบฏบวรเดช ส่วนฝ่ายอนุรักษนิยมก็โต้ว่าทรงเตรียมพร้อมจะยกรัฐธรรมนูญให้อยู่แล้ว ติดที่คณะขุนนางเจ้านายห้ามปรามว่าพื้นฐานคนสยามยังไม่พร้อม กระทั่งถูกคณะราษฎร “ทูลเชิญ” ในที่สุด

ช่วงหลังผมเห็นวิวาทะเรื่องรัชกาลที่ 7 กับคณะราษฎรอยู่บ่อยๆ คันไม้คันมืออยากจะเขียนบ้าง แต่เบื่อดราม่า จริงๆ แล้วรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวสื่อมวลชนค่อนข้างมีเสรีภาพมาก ถึงขนาดเขียนการ์ตูนล้อในหลวงเป็นตัวตลกก็ยังได้ พระองค์ก็ทรงปล่อยไป เหมือนในสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งทรงถูกล้อเสียๆ หายๆ เช่นกัน ซึ่งทรงปล่อยบ้าง สั่งปิดหนังสือพิมพ์บ้าง แต่ไม่ถึงกับทรงพิโรธจนลงทัณฑ์ (ใครสนใจไปขอดูหนังสือพิมพ์เก่าๆ ที่หอสมุดแห่งชาติได้)

ในหลวงรัชกาลที่ 7 ยังทรงโปรดภาพยนตร์มาก ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกก็ยังมีการถ่ายทำบันทึกไว้เป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ ในยุคสมัยนั้นภาพยนตร์ไทยเริ่มตั้งไข่ แต่ก็ไม่ใช่ย่อย มีการสร้างหนังวิจารณ์สังคมเรื่อง “อำนาจมืด” ของหลวงสุนทรอัศวราช มีเนื้อหาเปิดโปงด้านมืดในประเทศทั้งเรื่องซ่อง โรงฝิ่น นักเลงหัวไม้

ในหลวงทรงทอดพระเนตรแล้วหะแรกทรงไม่ยอมให้ฉาย แต่ทรงเมตตาว่าเดี๋ยวหลวงสุนทรอัศวราชจะขาดทุน ก็ทรงให้ฉายได้ แต่เมื่อคืนทุนให้ปลดจากโรงแล้วทำลายฟิล์มเสีย

แต่จนแล้วจนรอดเรื่องอำนาจมืดไม่ได้ฉาย เพราะนครบาลมาเบรกกับโรงหนังไม่กล้าฉาย พฤติกรรมของนครบาลตอกย้ำสถานการณ์ได้ดีว่า ข้าราชการกับขุนนางที่จิตใจคับแคบ มีส่วนทำให้ชนชั้นใหม่ไม่พอใจพระราชวงศ์ ทั้งๆ ที่ทรงเปิดกว้างอย่างมาก เช่นเดียวกับการ์ตูนล้อในหลวง ก็มักเขียนแดกดันในทำนองว่าทรงเข้าข้างพวกขุนนางวางก้ามเหล่านี้ ซึ่งที่จริงในหลวงรัชกาลที่ 7 ทรงต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการถ่วงดุลอำนาจที่รายล้อมพระองค์

เวลามองเหตุการณ์ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ไม่ควรจะไปโยนความผิดให้กับหัวเรือใหญ่ทั้งหมด ควรจะดูพวกขุนนางกับเจ้านายที่คนเกลียดไว้ด้วย อย่างเช่นกรณีหนึ่งในบันทึกของคณะผู้ก่อการ (ควง อภัยวงศ์ กับพระประศาสน์พิทยายุทธ) ก็บันทึกไว้ชัด เหตุที่เป็นฟางเส้นสุดท้ายให้พวกก่อการตัดสินใจเด็ดขาด คือการใช้อำนาจบาตรใหญ่ของข้าราชการเชื้อพระวงศ์ที่ปารีส จนเชื่อกันว่าหากไม่เปลี่ยนแปลงการปกครอง คนสามัญก็ต้องถูกชนชั้นสูงกดขี่อยู่อย่างนี้

แต่เหตุผลของคณะราษฎรกลุ่มนี้คาบเกี่ยวระหว่างความแค้นส่วนตัวกับความจำเป็นของประเทศชาติ จนดูเหมือนไม่ต่างจากฝ่ายที่กล่าวว่าในหลวงรัชกาลที่ 7 ทรงพระราชทานรัฐธรรมนูญอย่างแกนๆ เพราะยังทรงหวงอำนาจและสถานการณ์บังคับ

ความเป็นจริงแล้ว ในหลวงรัชกาลที่ 7 ทรงมีพระเมตตาต่อปวงชนและทรงมีวิสัยทัศน์อย่างมาก เพียงแต่บุคคลที่รายล้อมนำเภทภัยมาให้โดยไม่รู้พระองค์

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท