posttoday
'จเร เจียรนัย' คนอึดพลิกชีวิต

'จเร เจียรนัย' คนอึดพลิกชีวิต

27 พฤศจิกายน 2559

การแข่งขันไตรกีฬา คือการชิงชัยของยอดมนุษย์ที่ต้องใช้ความอดทนทั้งร่างกายและจิตใจขั้นสูงสุด

โดย...ชมณัฐ รัตตะสุข

การแข่งขันไตรกีฬา คือการชิงชัยของยอดมนุษย์ที่ต้องใช้ความอดทนทั้งร่างกายและจิตใจขั้นสูงสุด แต่นั่นก็ไม่เกินกำลังความสามารถของคนไทยคนหนึ่งที่ชื่อ “จเร เจียรนัย” ซึ่งแม้จะเคยเป็นเพียงพนักงานขายธรรมดาทั่วไป แถมยังว่ายน้ำไม่เป็น แต่วันนี้เขาพลิกชีวิตตัวเองจนก้าวขึ้นมาเป็นนักไตรกีฬาเบอร์ 1 ของเมืองไทย

หากเอ่ยถึงการแข่งขันไตรกีฬา หลายคนอาจมองว่าอยู่ห่างไกลจนเกินที่จะเอื้อม เพราะเป็นการชิงชัยของยอดมนุษย์สุดอึดที่ต้องฝ่าฟันการแข่งขัน 3 ประเภท คือ ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน และวิ่ง เป็นระยะทางรวมหลายสิบกิโลเมตร ทว่า จเร แสดงให้เห็นแล้วว่าหากมีความตั้งใจอะไรก็สามารถทำได้

เมื่อครั้งสมัยวัยรุ่น จเร เคยเป็นเพียงพนักงานขายในร้านจิวเวลรี่ที่ตั้งอยู่ในลากูน่า บีช รีสอร์ท จ.ภูเก็ต และไม่เคยคิดที่จะเป็นนักไตรกีฬาเลยสักครั้ง แม้บ้านเกิดจะมีการจัดการแข่งขันมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเหตุผลหลักคือว่ายน้ำไม่เป็น

“ที่ภูเก็ตมีการจัดแข่งขันไตรกีฬามาหลายสิบปี แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะคนไทยยังแข่งน้อยมาก ได้แต่มองว่าชาวต่างชาติที่แข่งเขาเก่งจัง ที่สำคัญผมเองก็เป็นเพียงคนธรรมดาทั่วไป มีอาชีพเป็นพนักงานขายในร้านจิวเวลรี่ และยังว่ายน้ำไม่เป็นด้วย จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อปี 2004 ตอนผมอายุ 23 ปี ได้เห็นเพื่อนลงแข่งในรายการลากูน่าภูเก็ตไตรกีฬา จึงมีความคิดที่จะลองเล่นบ้างเพื่อเป็นการออกกำลังกาย เนื่องจากตอนนั้นผมไม่ค่อยได้เล่นกีฬาและปล่อยตัวเองจนอ้วนมีพุง” จเร ย้อนความ

แม้การวิ่งและปั่นจักรยานจะเป็นสิ่งที่สามารถทำได้สบายๆ ทว่าการว่ายน้ำยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ จเรที่ทำได้เพียงลอยตัวในน้ำจึงต้องเริ่มฝึกฝนใหม่ตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน และนอกจากความสามารถทางร่างกายแล้วยังต้องฝึกจิตใจให้เข้มแข็งเพื่อพิชิตความกลัวด้วยเช่นกัน เพราะเวลาแข่งขันจริงต้องลงไปว่ายในทะเลที่เสี่ยงอันตรายมากกว่าในสระ

“ยอมรับเลยว่ากลัว คนว่ายน้ำไม่เป็นแต่ต้องไปว่ายในทะเลแค่คิดก็กลัวแล้ว แต่เมื่อตั้งใจแล้วก็ต้องไปต่อให้ได้ ผมอาศัยความพยายามใช้เวลาฝึกซ้อมอยู่ 1 ปีเต็ม เริ่มเรียนรู้ตั้งแต่วิธีฝึกหายใจไปจนท่าว่ายพื้นฐาน” จเร เผย

ไม่เพียงแต่พิชิตอุปสรรคทางด้านร่างกาย จเร ยังใช้ความมุ่งมั่นเอาชนะสิ่งที่ใครหลายคนมักใช้เป็นข้ออ้างในการออกกำลังกายนั่นก็คือคำว่า “ไม่มีเวลา” ด้วยการแสดงให้เห็นว่าการเป็นพนักงานประจำเข้างานเช้าเลิกงานเย็น 6 วัน/สัปดาห์ ก็สามารถจะเล่นไตรกีฬาได้ โดยขอเพียงแค่มีความรับผิดชอบต่อการฝึกซ้อมเท่านั้น ซึ่งเขาเลือกที่จะตื่นตี 5 เพื่อฝึกซ้อมเป็นเวลา 1 ชม.ทุกวันก่อนไปทำงาน

“ทุกคนมีหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบกันทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเอาชนะตัวเองได้หรือไม่ อันดับแรกเลยคือคุณต้องตื่นมาซ้อมตอนเช้าให้ได้ ซึ่งการที่จะตื่นเช้าได้คุณก็ต้องเข้านอนเร็วขึ้น ต้องทานข้าวเย็นและฝึกการขับถ่ายให้เป็นเวลา เมื่อเรามีเป้าหมายเราก็ต้องทำให้ได้”

หลังขัดเกลาฝีมือเป็นระยะเวลา 1 ปีเต็ม จเร ได้ลงแข่งขันไตรกีฬาครั้งแรกในรายการลากูน่าภูเก็ตไตรกีฬา 2006 แม้จะขึ้นจากน้ำมาเป็นอันดับเกือบสุดท้าย และเข้าเส้นชัยในอันดับเกือบโหล่ แต่นั่นก็ทำให้เขาหลงรักในกีฬาชนิดนี้ และทุ่มเทชีวิตฝึกฝนให้หนักมากขึ้น เพิ่มการซ้อมช่วงเย็นตั้งแต่ 4 โมงเข้ามาในตาราง และเพิ่มวันซ้อมเป็น 5-6 วัน/สัปดาห์ จนความสำเร็จผลิดอกออกผล

จากการเป็นหน้าใหม่ในช่วง 4 ปีแรก ค่อยๆ ขยับอันดับดีขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งในรายการ ลากูน่าภูเก็ตไตรกีฬา 2011 ระยะทางรวม 63.8 กม. (ว่ายน้ำ 1.8 กม. / ปั่นจักรยาน 50 กม. / วิ่ง 12 กม.) จเรกลายเป็นนักกีฬาไทยที่ทำเวลาได้ดีที่สุด และจบอันดับที่ 28 จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดกว่าพันคน

ก่อนจะขยับรุ่นเข้าแข่งขันรายการ “ไอรอนแมน 70.3” ในระยะทางรวม 113 กม. (ว่ายน้ำ 1.9 กม./ปั่นจักรยาน 90 กม./วิ่ง 21.1 กม.) และตระเวนชิงชัยในรายการเก็บคะแนนที่ต่างประเทศ จนสร้างชื่อด้วยการเป็นนักไตรกีฬาไทยคนแรกที่คว้าสิทธิเข้าแข่งขันในศึก ไอรอนแมน 70.3 ชิงแชมป์โลก ที่ฮาวาย จากการสะสมแต้มติดอันดับ 2,000 คนสุดท้ายจากผู้เข้าร่วมกว่า 3 หมื่นคนทั่วโลก และแข่งต่อเนื่องอีกครั้งในปี 2012 ที่ลาสเวกัส ซึ่งถือเป็นลานประลองที่นักไตรกีฬาทั่วโลกใฝ่ฝันอยากจะเข้าร่วม

ปัจจุบันในวัย 36 ปี จเร สถาปนาตัวเองเป็นเบอร์ 1 ของวงการไตรกีฬาไทย เป็นนักกีฬาไทยที่ทำเวลาได้ดีที่สุดในศึกลากูน่าภูเก็ตฯ 5 สมัยติดต่อกัน และครั้งล่าสุดในปี 2016 สามารถเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 11 จากผู้เข้าแข่งขันรวมทุกประเภท

เหนือสิ่งอื่นใดทุกวันนี้ จเร ได้เลิกทำงานเป็นลูกจ้าง และผันตัวเป็นนักไตรกีฬาอาชีพเต็มรูปแบบ ใช้ความสามารถเลี้ยงชีวิต มีรายได้จากเงินรางวัลในการลงแข่งขันรายการต่างๆ สปอนเซอร์ และเป็นโค้ชเปิดฝึกสอนนักไตรกีฬารุ่นใหม่ในชื่อทีม Z-Coaching เพื่อที่จะได้มีเวลาฝึกซ้อมอย่างจริงจังตลอด 7 วัน ตกสัปดาห์ละ 25-30 ชม. พร้อมจ้างโค้ชชาวเยอรมัน ดีกรีแชมป์ไอรอนแมนยุโรป 8 สมัยมาติวเข้ม

จเร เผยว่ามีบางช่วงที่เคยท้อ เพราะต่อให้ซ้อมหนักแค่ไหนก็ไม่ชนะนักแข่งต่างชาติสักที จนได้เจอนักแข่งจากสวีเดนที่ตัวเล็กกว่าแต่กลับเข้าเส้นชัยได้เร็วกว่า ติดอันดับ 2-3 ตลอด จึงได้กลับมาทบทวนและได้ข้อสรุปว่า การแข่งไตรกีฬานั้นเรื่องสรีระร่างกายไม่สำคัญเท่าหัวใจที่ตั้งมั่นชนะตัวเอง

“แข่งไตรกีฬานั้นไม่ยาก แต่การฝึกซ้อมสิยากกว่า ขอเพียงคุณมีความตั้งใจจริงและฝึกซ้อมสม่ำเสมอ ทุกอย่างก็สามารถทำได้ทั้งนั้น” ยอดคนอึดเบอร์ 1 ไทยทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท