posttoday
มธ.จัดเสวนายุติความรุนแรงทางเพศปมนศ.ถูกล่อลวง

มธ.จัดเสวนายุติความรุนแรงทางเพศปมนศ.ถูกล่อลวง

25 พฤศจิกายน 2559

มธ. ร่วมกับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ และแอคชั่นเอด จัดเสวนายุติความรุนแรงทางเพศ พร้อมรับฟังความเห็นจากนศ. ถึงกรณีข่าว นศ.ถูกล่อลวง

มธ.ร่วมกับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ และแอคชั่นเอด จัดเสวนายุติความรุนแรงทางเพศ พร้อมรับฟังความเห็นจากนศ. ถึงกรณีข่าว นศ.ถูกล่อลวง

เมื่อวันที่ 25 พ.ย. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ร่วมกับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และองค์การแอคชั่นเอดประเทศไทย (ActionAid Thailand) จัดงานเสวนามหาวิทยาลัยกับการยุติความรุนแรงทางเพศ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เนื่องในวันยุติความรุนแรงต่อเด็กและผู้หญิงสากล

นางอังคณา นีระไพจิตร อนุกรรมการด้านสิทธิสตรี กล่าวว่า ทุกครั้งที่เกิดความรุนแรงทางเพศของผู้หญิง โดยเฉพาะเมื่อเป็นเหตุการณ์ข่มขืนและฆ่า สังคมก็จะออกมาเรียกร้องให้มีการลงโทษอย่างหนัก ถึงขั้นประหารชีวิตผู้กระทำความผิด แต่ไม่มีใครคิดถึงมาตรการที่จะยุติไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก และผู้เสียหายได้รับความยุติธรรมจริงหรือไม่ แม้กระทั่งกฎหมายเกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดทางเพศ ยังสามารถประนีประนอมและยอมความได้ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรม ที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้ และมีพนักงานสอบสวนหญิง ที่จะคอยสอบสวนเรื่องนี้มีเพียง 2% และไม่มีความพร้อมสำหรับผู้เสียหายที่เป็นผู้พิการ เช่น ผู้พิการทางสายตา พิการทางการได้ยิน

นางวราภรณ์ แช่มสนิท ผู้จัดการแผนงานส่งเสริมสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ กล่าวว่า ตนมีโอกาสได้พูดคุยกับพนักงานสอบสวนหญิง ทำให้ทราบมาว่าแม้แต่เป็นพนักงานสอบสวนหญิงก็ไม่มีความรู้ความเข้าใจในการสอบสวนพูดคุยผู้เสียหายจากความรุนแรงทางเพศ เพราะไม่มีการอบรมหรือวิชาเรียนในเรื่องนี้โดยตรง และในบางสถานีตำรวจมีการปลูกฝังความคิดว่า ถ้ามีผู้หญิงมาแจ้งความว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศ ให้คิดก่อนว่าเป็นการแจ้งความเพื่อแบล็คเมล์ผู้กระทำความผิด ซึ่งทำให้คิดว่าปัญหาความรุนแรงทางเพศนี้ควรมองที่โครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับการเมืองการปกครองของหน่วยงานภาครัฐที่ควรเข้ามาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่เกิดปัญหาแล้วก็แก้ไปเป็นเรื่องๆ อีกทั้งประเทศไทยควรมีการเก็บสถิติการบ่งบอกเหตุการความรุนแรง ไม่ใช่เกิดความรุนแรงแล้วมาแจ้งความหรือเข้าโรงพยาบาลถึงทราบความรุนแรงที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ได้มีการเปิดวิดิโอของนางชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พูดถึงกรณีการเกิดเหตุความรุนแรงทางเพศของนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตามที่เป็นข่าว ว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวจะเห็นว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงทางเพศและการล่วงละเมิดทางเพศ สังคมจะตั้งคำถามกับผู้หญิงที่เป็นผู้เสียหาย จึงกลายเป็นว่าผู้เสียหายต้องออกมาแสดงให้เห็นว่าโดนกระทำอย่างไรบ้าง และความรุนแรงทางเพศหญิงยังถูกล้อมไปด้วยอคติที่ผลักความรับผิดชอบให้เป็นของผู้หญิง เช่น ห้ามแต่งตัวโป๊ ห้ามออกจากบ้านตอนกลางคืน หรือ ผู้หญิงต้องเรียนวิชาศิลปะป้องกันตัว ซึ่งควรมีการแก้ปัญหาตรงนี้อย่างจริงจังต้องจัดการความคิดเดิม รวมทั้งมีข้อเสนอต้องการให้นักศึกษาที่มีความเสี่ยงต่อเหตุการณ์ล่วงละเมิดทางเพศช่วยกันสอดส่องดูแลซึ่งกันและขอเสนอให้นักศึกษาหญิงพกนกหวีดติดตัวสำหรับไว้ขอความช่วยเหลือ

นางเอมอร เสียงใหญ่ ผู้อำนวยการกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ทางกรมฯได้ทำงานคู่ขนานกับตำรวจ ช่วยเหลือให้ทุกคนสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม และสำหรับนักศึกษาหญิงผู้เสียหายทางกรมฯได้สอบถามมายังสถานีตำรวจภูธรคลองหลวงถึงความคืบหน้าของคดี โดยจะมีการนัดหมายกับผู้เสียหายกับ สภ.คลองหลวง เพื่อพูดคุยเยียวยา ซึ่งถ้าค่ารักษาพยาบาลเกินจากวงเงินของทางมหาวิทยาลัย ก็สามารถเบิกได้ในวงเงินไม่เกิน 40,000 บาท พร้อมทั้งมีทนายสำหรับช่วยเหลือเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

นายอัฐชัย ดุลยพัชร์ ตัวแทนกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงพัฒนาสังคมและความั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า ทางกรมฯได้มีการรณรงค์ให้สังคมตระหนักเรื่องความรุนแรงในทุกเดือนพฤศจิกายนของทุกปี แต่ก็ต้องใช้เวลาในการปรับทัศนคติ และได้มีการควบคุมการนำเสนอความรุนแรงผ่านสื่อแล้ว มีเพียงสื่อออนไลน์ที่ควบคุมได้ยาก รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างใน พม. จากเดิมที่ทำแค่ในส่วนของนโยบาย มาเป็นการมอบหมายงานให้แต่ละกรมได้ปฏิบัติงานจริงตามหน้าที่ของตน

นอกจากนี้ภายในงานยังได้มีการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอจากนักศึกษาและบุคคลที่เข้าร่วมฟังงานเสวนาครั้งนี้ ในการที่จะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและยุติความรุนแรงทางเพศในสังคม

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์