posttoday
รอเจี๊ยะ1.7แสนล. ปชป.-ภูมิใจไทย ชิง รถไฟมังกร

รอเจี๊ยะ1.7แสนล. ปชป.-ภูมิใจไทย ชิง รถไฟมังกร

28 สิงหาคม 2553

พรรคประชาธิปัตย์ สลับกันชิงเหลี่ยมเฉือนคมกันไปมาอย่างต่อเนื่องกับพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่เรื่องการประมูลขายข้าวในกระทรวงพาณิชย์ ข้ามมากระทรวงคมนาคม ที่ดองโครงการรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน รวมถึงล่าสุดการชิงเป็นตัวนำงบลงทุนระบบ 1.76 แสนล้านบาท ที่ ครม.อนุมัติ

ขณะที่กระทรวงคมนาคมภายใต้พรรคภูมิใจไทย กำลังจะเดินหน้าแผนลงทุนระบบรางกับจีน ทางพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ชิงเดินทางไปเยือนจีนตัดหน้า พร้อมนำมารายงานให้ ครม.ทราบว่า สาธารณรัฐประชาชนจีนได้ยื่นข้อเสนอที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนการก่อสร้างเส้นทางรถไฟเชื่อมระหว่างไทยลาวจีน และอาจจะต่อเชื่อมผ่านจากทางตอนใต้ของไทย จากสุไหงโกลก ไปมาเลเซีย โดยก่อสร้างเป็นระบบสแตนดาร์ดเกต รางขนาด 1.435 เมตร ที่สำคัญชงต่อให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบขนส่งทางรางและระบบขนส่งมวลชน และตั้งนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม พรรคภูมิใจไทย เป็นที่ปรึกษา

ผลดังกล่าวทำให้นายโสภณ พรรคภูมิใจไทย ได้เร่งแผนงานลงทุนระบบรางเดิมให้เร็วขึ้น ยกคณะเดินทางด่วนไปจีน วันที่ 2527 ส.ค.ที่ผ่านมา ดันแผนปรับปรุงระบบรางรถไฟ และการผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูง หรือไฮสปีดเทรน ได้เข้ามาพบปะหารือแผนการทำงานร่วมกัน ดังนั้น กระทรวงคมนาคมซึ่งรับผิดชอบการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จึงรีบตอบรับและเดินหน้า เพราะอยู่ระหว่างการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง รวมทั้งต้องการพัฒนากิจการรถไฟให้ก้าวหน้ากว่าที่เป็นอยู่

ประกอบกับครม.ได้อนุมัติหลักการ ลงทุนพัฒนาระบบรางกว่า 1.76 แสนล้านบาทให้เรียบร้อยแล้ว จึงเร่งปรับแผนที่มีอยู่เดิมและปรับเรื่องของรางให้ใช้ระบบสแตนดาร์ตเกทเพื่อให้เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ในครั้งเดียว

ในส่วนของกระทรวงการคลังจะทำหน้าที่ดูแลการร่วมลงทุน การจัดหาแหล่งเงินกู้ให้ การรถไฟฯ ซึ่งก่อนหน้านี้จีนเสนอให้เงินจำนวนหนึ่ง แต่ครม.ยังไม่พิจารณา เพราะจีนยื่นเงื่อนไขที่ต้องใช้อุปกรณ์ วัสดุก่อสร้างและคนของจีนด้วยส่วนหนึ่ง

เป็นที่น่าสังเกตว่า ทุกเรื่องที่เป็นเมกะโปรเจกต์ของกระทรวงคมนาคม ทางพรรคประชาธิปัตย์จะขอเข้ามามีส่วนร่วมหรือขอให้ศึกษาซ้ำไปซ้ำมา จนงานไม่เดินหน้า อาทิ โครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่มอบหมายให้นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เป็นประธาน กำหนดระยะเวลา 2 เดือนแล้วเสร็จ

นอกจากนี้ ขณะที่ผู้บริหารกระทรวงคมนาคมเดินทางไปจีนเพื่อร่วมหารือเรื่องการร่วมลงทุนระบบราง ทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยกทีมผู้บริหารและนักข่าวไปดูงานที่จีนเช่นกัน แต่ไปคนละแห่ง ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงคมนาคมไปเพียง 3 วัน และกลับมาชิงแถลงข่าวที่สนามบินสุวรรณภูมิเลย

นายโสภณกล่าวหลังกลับจากสาธารณรัฐประชาชนจีนว่า ขณะนี้จีนสนใจที่จะเข้าร่วมลงทุนทำโครงการรถไฟความเร็วสูงในเส้นทางกรุงเทพฯหนองคาย ขนาดราง 1.435 เมตร ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เพื่อเชื่อมต่อการขนส่งระหว่างประเทศไทยลาวจีน ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะต้องเร่งจัดทำกรอบการดำเนินงานในโครงการนี้ทั้งหมดเพื่อเสนอให้ ครม.รับทราบ

จากนั้นจะต้องผ่านกระบวนการตามมาตรา 190 ตามรัฐธรรมนูญให้รัฐสภาพิจารณาและนำไปเจรจากับจีน พร้อมนำข้อสรุปต่างๆ มารายงานให้รัฐสภาทราบอีกครั้งก่อนที่จะเดินหน้าต่อไป คาดว่ากระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะแล้วเสร็จในปี 2554 จากนั้นจะเริ่มก่อสร้างได้ภายในปี 2555

ในส่วนของการก่อสร้างรางรถไฟขนาด 1 เมตรนั้น จะพัฒนาให้ความเร็วเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ ร.ฟ.ท. กำหนดไว้ประมาณ 80120 กม./ชม. หรือเฉลี่ย 100 กม./ชม. จะต้องเพิ่มความเร็วเป็น 120 กม./ชม.

“ไทยเราเสียโอกาสมามากแล้ว เพราะขณะนี้จีนลาวได้สำรวจเส้นทางในลาว ซึ่งจะก่อสร้างเส้นทางรถไฟต่อเชื่อมระหว่างโมฮั่นหลวงพระบางเวียงจันทน์ ระยะทาง 420 กม. คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2554 ระยะเวลาก่อสร้าง 5 ปี ซึ่งไทยจะต้องเร่งการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงให้เสร็จทันใกล้เคียงกับลาว เพื่อเชื่อมโครงข่ายรถไฟในภูมิภาค ส่งเสริมด้านการขนส่งสินค้าและคน เบื้องต้นคาดว่าจะจัดทำกรอบความร่วมมือและเจรจาระหว่างไทยจีน รายงานต่อที่ประชุม ครม.ภายในสัปดาห์หน้านี้” นายโสภณ กล่าว

สาเหตุที่ต้องผลักดันไฮสปีดเทรน เพราะผลตอบแทนเชิงพาณิชย์สูงถึง 20% ซึ่ง ร.ฟ.ท.ต้องการทำให้เกิดผลประโยชน์และรายได้มาชดเชยภาระหนี้ ส่วนการร่วมลงทุนกับจีนเป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังต้องรับไปพิจารณา

นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวเสริมว่า จีนพิจารณาความเป็นไปได้ของเส้นทางรถไฟหลังจากคณะผู้นำจีน นายเจิ้งหมิงหลี่ อธิบดีจากกระทรวงรถไฟ ได้นำคณะเข้ามาดูสภาพพื้นที่ในไทยระหว่างกรุงเทพฯหนองคาย พบว่า เส้นทางในไทยจะดำเนินการก่อสร้างได้ง่ายกว่าลาว เนื่องจากอยู่ในเขตภูเขาไม่เกิน 30% ดังนั้น คาดว่าระยะทางจากเดิมที่สำรวจไว้จากกรุงเทพฯหนองคาย ระยะทาง 615 กม. จะสั้นลงเหลือเพียง 580 กม.เท่านั้น และมีความเร็วสูง 200 กม./ชม. มีสถานีที่จอดทั้งสิ้น 16 สถานี และไทยจะทำรางเดี่ยว คาดว่าจะใช้เงินน้อยกว่าลาวที่ใช้รางคู่ ใช้เงินลงทุนกว่า 8 แสนล้านบาท ดังนั้นไทยจะมีค่าก่อสร้างถูกกว่า 3040%

“เราจะใช้แนวเส้นทางเดิมที่มีอยู่ทั้งหมดให้มากที่สุด แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือทางโค้งจะต้องมีรัศมีกว้าง 4,500 ม. โดยจีนลาวไทย จะก่อสร้างทางจากคุนหมิงเวียงจันทน์หนองคายกรุงเทพฯ ระยะทางรวมกว่า 1,000 กม. ซึ่งหากแล้วเสร็จจะช่วยให้สามประเทศสามารถขนส่งสินค้าไปสู่ยุโรปได้สะดวก และมีต้นทุนค่าขนส่งต่ำลงมากกว่าปัจจุบัน” นายสุพจน์ กล่าว

นายสุพจน์ กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้จะทำให้เกิดภาพความชัดเจนในการลงทุนว่า ในอนาคตจะมีการก่อสร้างท่าเรือปากบารา ขยายท่าเรือสงขลา 2 ฯลฯ หรือไม่ เพราะโครงสร้างรถไฟจะเชื่อมระบบโครงข่ายคมนาคมภายในประเทศ ทั้งการวางแผนแม่บทสร้างสถานีรับส่งสินค้าในแต่ละภูมิภาคให้เป็นเรื่องเดียวกันทั้งหมดด้วย“คมนาคม” สรุปจีนสนใจทำไฮสปีดเทรนกรุงเทพหนองคาย รอลุ้นเข้ากระบวนการกฎหมายไทย คาดเริ่มก่อสร้างได้ปี 2555

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69