
โบนัสปีใหม่ช็อปช่วยชาติ
เตรียมเสนอ ครม.แจกของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจปีนี้ให้ขยายตัวตามเป้า 3.3%
เตรียมเสนอ ครม.แจกของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจปีนี้ให้ขยายตัวตามเป้า 3.3%
นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง เปิดเผยว่า จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ ซึ่งจะเสนอเป็นแพ็กเกจ โดยหนึ่งในมาตรการจะลดหย่อนภาษีจากการซื้อสินค้าและบริการ ที่เคยใช้เมื่อสัปดาห์สุดท้ายของปีที่แล้ว แต่จะทบทวนระยะเวลาของมาตรการให้นานขึ้น เพื่อให้มีแรงส่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ทั้งในปีนี้และปีหน้า
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ได้มีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถึงมาตรการยกเว้นภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิตน้ำหอมและเครื่องสำอาง โดยคลังได้เห็นชอบมาตรการดังกล่าวแล้ว เหลือแต่เลือกช่วงเวลาการใช้มาตรการ คาดว่าจะเป็นช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค. 2560 เพื่อให้มีผลกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจปีหน้า ซึ่งรัฐบาลต้องการให้เศรษฐกิจโตได้เต็มศักยภาพ จึงต้องดำเนินการมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระยะสั้นและยาว
สำหรับมาตรการลดหย่อนภาษีจากการซื้อสินค้าและบริการที่จะนำมาใช้ใหม่อีกครั้ง จะทบทวนให้ตรงกลุ่มเป้าหมายและระยะเวลาของมาตรการให้นานมากขึ้น หลังจากที่การดำเนินการในปีที่ผ่านมาพบว่าได้ผลดีในการกระตุ้นการใช้จ่ายและเศรษฐกิจ
“มาตรการที่ออกมาส่วนหนึ่งต้องการทำให้เศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายที่ทรงตัว ให้ขยายตัว 3.4% เพื่อให้จีดีพีทั้งปีขยายตัวได้ 3.3% ตามเป้าหมาย และยังต้องการให้มาตรการที่ออกมามีผลทำให้เศรษฐกิจปีหน้าที่จะปรับประมาณการว่าจะเติบโตเป็น 4-4.5% จากเดิม 3.4%” นายสมชัย กล่าว
นายสมชัย กล่าวอีกว่า สำหรับเศรษฐกิจปีหน้า กระทรวงการคลังคาดว่าจะมีการลงทุนจำนวนมากจากโครงการของรัฐ ทั้งโครงการรถไฟ รถไฟฟ้า ถนน จะมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขณะที่การบริโภคก็จะฟื้นตัวจากมาตรการที่รัฐบาลออกมาต่อเนื่อง เหลือแต่การลงทุนภาคเอกชนเท่านั้นที่ยังอ่อนแอ เพราะยังไม่ยอมลงทุน แม้ว่ารัฐบาลจะมีมาตรการลงทุนได้ลดหย่อนภาษี 2 เท่า และมาตรการจะสิ้นสุดในปีนี้
นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า การต่อมาตรการนำใบเสร็จด้านการท่องเที่ยวมาหักลดหย่อนภาษี 1.5 หมื่นบาท จะส่งผลดีต่อภาพรวมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว แต่รัฐบาลต้องเร่งประชาสัมพันธ์ สร้างความรู้ความเข้าใจให้นักท่องเที่ยวคนไทยถึงวิธีการเข้าร่วมโครงการ เนื่องจากที่ผ่านมาคนไทยใช้มาตรการดังกล่าวไม่มากนัก
ทั้งนี้ รัฐบาลควรออกมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวในส่วนอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น มาตรการส่งเสริมจัดการประชุมสัมมนา (ไมซ์) กลุ่มข้าราชการให้เดินทางภายในประเทศ โดยพิจารณาเพิ่มค่าห้องพักจากปัจจุบันเฉลี่ย 1,200-1,500 บาท/คืน และค่าคอฟฟี่เบรกไม่ถึง 100 บาท/คน ให้สอดคล้องกับต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยควรปรับราคาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันในแต่ละพื้นที่
นอกจากนี้ ควรจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาคให้มีความคึกคักรองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างบรรยากาศด้านการท่องเที่ยวให้กลับคืนสู่สภาวะปกติ
“รัฐบาลควรจัดทำรายละเอียดมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวด้านภาษีให้คนไทยรู้สึกถึงความพิเศษ อยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการใช้สิทธิส่วนนี้” นายอิทธิฤทธิ์ กล่าว







