posttoday
เลื่อนสั่งคดีรถเบนซ์โบราณสมเด็จช่วงเป็น 7 ธ.ค.

เลื่อนสั่งคดีรถเบนซ์โบราณสมเด็จช่วงเป็น 7 ธ.ค.

25 พฤศจิกายน 2559

อัยการเลื่อนสั่งคดี"หลวงพี่แป๊ะ- เจ้าของอู่รถ” นำเข้าชิ้นส่วนรถเบนซ์โบราณสมด็จช่วง เลี่ยงภาษี ไปเป็น7ธค. ให้ดีเอสไอสอบเพิ่ม

อัยการเลื่อนสั่งคดี"หลวงพี่แป๊ะ- เจ้าของอู่รถ” นำเข้าชิ้นส่วนรถเบนซ์โบราณสมด็จช่วง เลี่ยงภาษี ไปเป็น7ธค. ให้ดีเอสไอสอบเพิ่ม

เมื่อวันที่ 25 พ.ย.59 เวลา 08.00 น. เรือโท สมนึก เสียงก้อง  โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า อัยการได้แจ้งให้พนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ ( ดีเอสไอ) ทำการสอบสวนเพิ่มเติมในคดีรถยนต์เบนซ์โบราณ ทะบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ในความครอบครองของ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช กรรมการมหาเถรสมาคมโดยสมณศักดิ์ และเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ที่มีพระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ หรือพระธนกิจ สุภาโว ( ธนกิจ ศรีอุ่นเรือน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ และเอกชนประกอบกิจการอู่รถ กับชิ้นส่วนรถโบราณ ตกเป็นผู้ต้องหาดังนั้นจึงมีเหตุจำเป็นที่จะต้องเลื่อนนัดสั่งคดีออกไปก่อน โดยคณะทำงานอัยการ นัดฟังคำสั่งทางคดีอีกครั้งในเช้า วันที่ 7 ธันวาคมนี้
        
เรือโทสมนึก กล่าวว่า เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและไม่คลาดเคลื่อน จึงขอเรียนว่าสำนวนคดีรถยนต์โบราณนี้ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง ไม่ได้ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา คงมีเพียงพระมหาศาสนมุนี  หรือหลวงพี่แป๊ะ กับเอกชน รวม 7 ราย ที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาตามสำนวนการสอบสวนของดีเอสไอที่ส่งมาให้อัยการพิจารณา
 
อย่างไรก็ดี สำหรับผู้ต้องหากลุ่มเอกชนนั้น มี 1 รายที่อยู่ระหว่างครบการฝากขังครั้งที่ 3 ดังนั้นวันนี้อัยการจะยื่นคำร้องฝากขังครั้งที่ 4 อีกเป็นเวลา 12 วัน ต่อศาลอาญา
        
ผู้สื่อข่าวรายงาน สำหรับผู้ต้องหาที่อัยการ ยื่นคำร้องฝากขังต่อนั้น คือนายเกษม หรือ อ๊อด ภวังคนันท์ หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.อ๊อด 89 เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) ซึ่งเป็น ผู้ต้องหาที่ 4
        
สำหรับการเลื่อนนัดสั่งคดีวันนี้ ถือเป็นการเลื่อนนัดครั้งแรก หลังจากดีเอสไอ ส่งสำนวนให้อัยการ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา  ในคดีนี้ ดีเอสไอ สรุปความเห็นควรสั่งฟ้อง โดยกล่าวหา นายพิชัย วีระสิทธิกุล เจ้าของอู่รถ ผู้ต้องหาที่ 1 , ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซี.ที.ออโต้พาร์ท โดยนายวสุ จิตติพัฒนกุลชัย ผู้ต้องหาที่ 2 , นายวสุ จิตติพัฒนกุลชัย ผู้ต้องหาที่ 3 , นายเกษม หรือ อ๊อด ภวังคนันท์ หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.อ๊อด 89 เอ็นเตอร์ไพร์ส ( ประเทศไทย)  ซึ่งนำเข้าชิ้นส่วนรถโบราณ ผู้ต้องหาที่ 4 ,นายเมธีนันท์ หรือชลัช นิติฐิติวงษ์ ผู้ดำเนินการนำเอกสารชุดประกอบรถยนต์ไปชำระภาษีสรรพสามิต ผู้ต้องหาที่ 5
 
นายสมนึก บุญประไพ ผู้นำเอกสารรถยื่นกรมขนส่ง ผู้ต้องหาที่ 6 และพระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ ผู้ต้องหาที่ 7  ในความผิด 6 ข้อหา ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27 , 27 ทวิ , พ.ร.บ.ภาษีสรรพาสามิต พ.ศ .2527 มาตรา 161 , 165 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137 , 265 , 267 , 268
        
ส่วนการส่งสำนวนให้อัยการเมื่อวันที่ 18 พ.ย. พระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ ผู้ต้องหาที่ 7 นั้นได้อาพาธ พนักงานสอบสวนดีเอสไอ ยังไม่ได้นำตัวมาส่งให้อัยการ โดยจะมีการประสานส่งตัวในภายหลังต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท