posttoday
กนง.เปิดเหตุผลที่คงดอกเบี้ย

กนง.เปิดเหตุผลที่คงดอกเบี้ย

24 พฤศจิกายน 2559

โดย...สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย

โดย...สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย

การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งล่าสุด ผลการประชุมออกมาแล้วว่า กนง.ยังคงเห็นว่าให้ตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.5% โดยผลการประชุมฉบับเต็มนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เผยแพร่และมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้

ภาวะเศรษฐกิจต่างประเทศ : เศรษฐกิจคู่ค้าของไทยมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ในการประชุมครั้งก่อน โดยเศรษฐกิจกลุ่มประเทศ G3 ยังคงฟื้นตัวได้ตามการบริโภคภาคเอกชนและมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องสอดคล้องกับดัชนีภาคการผลิตที่ปรับดีขึ้น และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่อยู่ในเกณฑ์ดีสำหรับเศรษฐกิจเอเชียยังมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้การบริโภคภาคเอกชนในบางประเทศชะลอลงบ้างตามอัตราการว่างงานที่ปรับตัวสูงขึ้นและปัจจัยเฉพาะอื่นๆ ขณะที่การส่งออกมีเสถียรภาพมากขึ้น โดยค่อยๆ ฟื้นตัวจากระดับต่ำ

ความเสี่ยงต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไปโน้มไปด้านต่ำมากขึ้น จากความไม่แน่นอนที่สืบเนื่องจากพัฒนาการทางการเมืองในสหรัฐและยุโรป โดยผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐและ
นโยบายเศรษฐกิจใหม่อาจจะมีผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศและความเชื่อมั่นของภาคเอกชน ขณะที่การเจรจาข้อตกลงการค้าการลงทุนระหว่างสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปที่อาจนำไปสู่ข้อจำกัดด้านการเข้าถึงตลาดและการเคลื่อนย้ายแรงงานระหว่างประเทศ หลังจากสหราชอาณาจักรออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรและเศรษฐกิจยุโรปได้มากกว่าคาด นอกจากนี้ ปัญหาภาคการเงินในยุโรปและจีนยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามใกล้ชิดต่อไป

คณะกรรมการประเมินว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบางส่วนหนึ่งจากการเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง อาทิ บทบาทที่เพิ่มขึ้นของภาคบริการ และพัฒนาการของเทคโนโลยีการผลิตใหม่ๆ ได้ทำให้การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรในปริมาณมากมีความจำเป็นลดลง ประกอบกับความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจโลกที่มีอยู่สูงทำให้ภาคธุรกิจเลื่อนการลงทุนออกไป ปัจจัยดังกล่าวมีผลให้ช่องว่างระหว่างการออมและการลงทุนยังอยู่ในระดับสูง รวมทั้งอาจนำไปสู่การลดต่ำลงของศักยภาพการขยายตัวทางเศรษฐกิจโลกในระยะยาว คณะกรรมการจึงจะติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด

ภาวะตลาดการเงิน : ความผันผวนในตลาดการเงินโลกปรับสูงขึ้นเมื่อเทียบกับการประชุมครั้งก่อน ส่วนความผันผวนในตลาดการเงินไทยปรับสูงขึ้นชั่วคราวจากปัจจัยภายในประเทศ โดยความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เป็นปัจจัยหลักที่สร้างความผันผวนในตลาดการเงิน อย่างไรก็ดี แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ มีความชัดเจนมากขึ้นตามการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์ของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทย เงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐจึงโน้มอ่อนค่าลง และเคลื่อนไหวผันผวนในช่วงเดือน ต.ค.จากปัจจัยภายในประเทศ

อย่างไรก็ดี ดัชนีค่าเงินบาท (NEER) ปรับแข็งค่าขึ้นบ้างจากการประชุมครั้งก่อน โดยเป็นผลจากการแข็งค่าของเงินบาทเทียบกับสกุลหลักที่ไม่ใช่ดอลลาร์สหรัฐเป็นสำคัญ สำหรับตลาดหลักทรัพย์และตลาดพันธบัตรในประเทศในภาพรวมมีทิศทางที่สอดคล้องกับตลาดในภูมิภาค แต่เคลื่อนไหวผันผวนในบางช่วงจากปัจจัยในประเทศ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการประชุมครั้งก่อนจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติขณะที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET) กลับมีการปรับตัวสูงขึ้นจากแรงซื้อของนักลงทุนในประเทศ

คณะกรรมการประเมินว่าเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศและอัตราแลกเปลี่ยนมีแนวโน้มผันผวนเพิ่มขึ้นในระยะข้างหน้า เนื่องจากความไม่แน่นอนในต่างประเทศ โดยเฉพาะความไม่แน่นอนของทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐ ภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ รวมทั้งจังหวะหรือมาตรการที่ธนาคารกลางประเทศอุตสาหกรรมหลักอาจใช้ในการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม นอกจากนี้ คณะกรรมการมีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในตลาดการเงินโลกที่อยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องเป็นเวลานาน ซึ่งอาจไม่สะท้อนความเสี่ยงที่แท้จริง และมีความเสี่ยงที่อาจดีดตัวกลับอย่างรวดเร็ว หากพัฒนาการความเสี่ยงต่างๆ ไม่เป็นไปตามที่ตลาดคาดไว้ซึ่งอาจส่งผลต่อเนื่องมายังอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรไทยได้ด้วย

ภาวะเศรษฐกิจในประเทศ : เศรษฐกิจไทยในภาพรวมมีแนวโน้มฟื้นตัวในอัตราที่ใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ในการประชุมครั้งก่อน โดยการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมขยายตัวดีกว่าคาด ส่วนหนึ่งเป็นผลของปัจจัยพิเศษ อาทิ การรวมฐานการผลิตของสินค้าบางประเภทมาผลิตที่ประเทศไทย และอุปสงค์ต่อสินค้าส่งออกไทยบางหมวดที่ปรับดีขึ้น ในขณะเดียวกัน ภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มชะลอลงจากมาตรการจัดระเบียบผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยว (ทัวร์ศูนย์เหรียญ) ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งอุปทานของผู้ให้บริการในภาคการท่องเที่ยวและอุปสงค์ต่อการท่องเที่ยวในประเทศไทย

สำหรับการบริโภคภาคเอกชนคงขยายตัวได้ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการช่วยเหลือของรัฐแก่เกษตรกรบางกลุ่ม ค่าจ้างที่มีแนวโน้มสูงตามการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำในปีหน้า และราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับต่ำ แต่กิจกรรมบางประเภทโดยเฉพาะในหมวดบริการ อาจชะลอลงบ้างชั่วคราว ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนให้แก่เศรษฐกิจได้ต่อเนื่อง

ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนโดยรวมยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำแม้ปรับดีขึ้นบ้างในบางอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเพื่อการส่งออก สอดคล้องกับการระดมทุนของธุรกิจในภาคอุตสาหกรรมที่มีสัญญาณปรับดีขึ้นบ้างเช่นกัน

คณะกรรมการประเมินว่าเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในทิศทางของการฟื้นตัวแต่มีความเสี่ยงด้านต่ำสูงขึ้นจากความเสี่ยงต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มขึ้น ซึ่งมีผลต่อการส่งออกของไทย และปัจจัยภายในประเทศ โดยเฉพาะผลกระทบของการจัดระเบียบทัวร์ศูนย์เหรียญ อาจทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนน้อยกว่าประมาณการเดิม

สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน ต.ค.ชะลอลงเล็กน้อยตามราคาอาหารสด ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังทรงตัวในระดับที่ใกล้เคียงกับที่ได้คาดการณ์ไว้ คณะกรรมการประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ และมีความเสี่ยงที่จะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายช้ากว่าที่ประเมินไว้เดิม โดยขึ้นอยู่กับราคาอาหารสดและพัฒนาการของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง แต่โดยรวมอัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังมีทิศทางทยอยปรับสูงขึ้น ขณะที่การคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะปานกลางของสาธารณชนยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ

คณะกรรมการประเมินว่าเสถียรภาพการเงินโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดีสามารถรองรับปัจจัยลบและความผันผวนในตลาดการเงินที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดีแต่ต้องติดตามความเสี่ยงในบางจุด อาทิ คุณภาพสินเชื่อที่ด้อยลงทั้งในสินเชื่อธุรกิจโดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และสินเชื่อครัวเรือน รวมทั้งพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มตราสารหนี้ที่ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ซึ่งหากผู้ลงทุนขาดความเข้าใจความเสี่ยงจากการลงทุนอย่างเหมาะสมอาจนำไปสู่การประเมินความเสี่ยงที่ต่ำเกินไปและเป็นการสะสมความเปราะบางทางการเงินในระยะข้างหน้า

คณะกรรมการเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.50 ในการประชุมครั้งนี้ โดยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ต่อเนื่องในอัตราที่ใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ในการประชุมครั้งก่อน แม้มีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้นจากปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อยังมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นแต่อาจกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายช้ากว่าที่ประเมินไว้เดิมจากปัจจัยด้านอุปทานเป็นหลัก สำหรับภาวะการเงินโดยรวมยังอยู่ในระดับที่ผ่อนคลายและเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ สะท้อนจากอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง แต่ในบางช่วงเวลาที่ผ่านมา เงินบาทโน้มแข็งค่าขึ้นบ้างเมื่อเทียบกับสกุลคู่ค้าคู่แข่งสำคัญ ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าอาจไม่เป็นผลดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

ทั้งนี้ การรักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบาย (Policy Space) ยังมีความสำคัญในภาวะที่เศรษฐกิจไทยยังจะต้องเผชิญความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบางและความไม่แน่นอนของทิศทางการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ และนโยบายการเงินของประเทศอุตสาหกรรมหลักที่จะส่งผลให้เงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศและอัตราแลกเปลี่ยนผันผวนมากขึ้น ปัจจัย เหล่านี้สามารถกระทบแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจคู่ค้าและความต่อเนื่องของแรงส่งของเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญ จึงควรรักษา Policy Space ไว้รองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นรุนแรงในอนาคต

นอกจากนี้ แม้เสถียรภาพการเงินยังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ยังคงต้องติดตามความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในบางจุดต่อไปอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการด้อยลงของคุณภาพสินเชื่อและพฤติกรรม Search for Yield ในภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานานในระยะต่อไป คณะกรรมการเห็นว่านโยบายการเงินยังควรอยู่ในระดับผ่อนปรนอย่างเพียงพอและต่อเนื่อง โดยพร้อมจะใช้เครื่องมือเชิงนโยบายที่มีอยู่อย่างเหมาะสม เพื่อดูแลให้ภาวะการเงินโดยรวมเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท