posttoday
ปัญหาโรงแรมไทย

ปัญหาโรงแรมไทย

22 พฤศจิกายน 2559

โดย...รุจิระ บุนนาค

โดย...รุจิระ บุนนาค

เมื่อปลายเดือน ก.ย. 2559 ได้มีข่าวใหญ่ที่เกิดขึ้นกับธุรกิจโรงแรม เมื่อทายาทโรงแรมหรู “ปาร์คนายเลิศ” ได้ประกาศปิดกิจการโรงแรมและธุรกิจในเครือที่เปิดมานาน

สาเหตุสำคัญที่ต้องเลิกกิจการ เพราะธุรกิจโรงแรมมีการแข่งขันสูง เห็นได้จากเนื้อความส่วนหนึ่งของจดหมายที่ทายาทได้เขียนด้วยลายมือถึงพนักงาน

ที่ผ่านมาแม้รายได้และทรัพย์สินของโรงแรมปาร์คนายเลิศจะเพิ่มขึ้น แต่ยังขาดทุนอยู่ รวมถึงหนี้สินเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยปี 2558 มีหนี้สินรวม 795.17 ล้านบาท มีผลขาดทุนสุทธิ 54.32 ล้านบาท

ผู้เข้าซื้อกิจการโรงแรมปาร์คนายเลิศ คือ กลุ่มบริษัทในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ ในนามบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ โดยซื้อโครงการโรงแรมปาร์คนายเลิศและที่ดินรวม 15 ไร่ มูลค่ารวม 1.08 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วยอาคารโรงแรมสวิสโฮเต็ล ปาร์คนายเลิศ อาคารพรอมานาด และสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ การโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะมีขึ้นในไตรมาส 2 ของปี 2560  ตามแผนธุรกิจจะจัดตั้งบริษัท บีดีเอ็มเอสเวลเนส คลินิก ด้วยทุนจดทะเบียน 6.4 หมื่นล้านบาท  เพื่อดำเนินโครงการศูนย์สุขภาพแบบครบวงจร และกำหนดงบลงทุนและปรับปรุงทรัพย์สิน 2,000 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่าโครงการ 1.28 หมื่นล้านบาท เพื่อสร้างเป็นศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพแบบครบวงจรรายแรกในภูมิภาคเอเชีย

ที่ดินตรงนั้นมีราคาสูงมาก ตารางวาละไม่ต่ำกว่า 1.8 ล้านบาท ผู้ที่ซื้อเหมือนกับได้อาคารโรงแรมและสิ่งปลูกสร้างแบบได้เปล่า

การขายกิจการโรงแรมปาร์คนายเลิศ ทั้งที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติหลั่งไหลเข้าประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นทุกปี  ล่าสุดในปี 2558 มีถึง 29.88 ล้านคน และมีรายได้เข้าประเทศถึง 2.23 ล้านล้านบาท แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันอย่างสูงของธุรกิจโรงแรม

ในกรุงเทพมหานครมีโรงแรมประมาณ 2,000 แห่ง ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ โดยเป็นโรงแรมที่ถูกกฎหมายเพียง 400 แห่ง         

แม้จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวมาก แต่กิจการโรงแรมบางแห่งต้องประสบภาวะขาดทุน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะนักท่องเที่ยวมีตัวเลือกในการเข้าพักมากขึ้น ต่างจากในอดีตที่นักท่องเที่ยวรู้จักโรงแรมแต่เพียงอย่างเดียว

ปัจจุบันนักท่องเที่ยวมีทางเลือกมากขึ้น สามารถเข้ารับบริการห้องพักแบบโฮมสเตย์ อพาร์ตเมนต์ แมนชั่น คอนโดมิเนียม เกสต์เฮาส์ บังกะโล ทั้งที่ตาม พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ. 2547  สถานที่เหล่านี้ถือเป็นสถานที่พักมีวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจ เพื่อให้บริการสำหรับคนเดินทาง หรือบุคคลอื่นใด หากเรียกเก็บค่าที่พักต่ำกว่ารายเดือนลงไป เช่น รายวัน จะต้องขออนุญาตเป็นแบบโรงแรม แต่มักจะไม่ได้ขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย

การประกอบกิจการโรงแรมต้องขออนุญาตจากนายทะเบียน หากผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกิน 1 หมื่นบาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่

สำหรับข้อยกเว้นที่ไม่ต้องขออนุญาตจากนายทะเบียน ห้องพักรวมกันทั้งหมดทุกอาคารแล้วไม่เกิน 4 ห้อง มีจํานวนผู้พักรวมกันทั้งหมดได้ไม่เกิน 20 คน การให้บริการที่พักดังกล่าวจะต้องไม่ใช่เป็นอาชีพที่ทํารายได้หลัก (ต้องเพื่อเป็นรายได้เสริมเท่านั้น) ต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบตามแบบหนังสือแจ้งสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม ตามกฎกระทรวงกําหนดประเภทและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. 2551

การแข่งขันของผู้ประกอบกิจการโรงแรมดูจะรุนแรงมากขึ้น เพราะได้มีกฎกระทรวงเรื่องกำหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. 2559 เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่มีอาคารอยู่แล้ว แต่มีโครงสร้างของอาคารไม่สอดคล้องกับอาคารที่จะประกอบธุรกิจโรงแรมตามที่กฎหมายควบคุมอาคารกำหนด สามารถทำการปรับปรุงแก้ไขให้มีลักษณะหรือมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารตามกฎกระทรวง เพื่อขออนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคารนั้นมาประกอบธุรกิจของโรงแรม

การประกอบธุรกิจโรงแรม หากทำให้ถูกต้องตามกฎหมายจะไม่เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม  โรงแรมขนาดกลางและขนาดใหญ่มักจะมีต้นทุนในการก่อสร้างและบริหารจัดการที่ค่อนข้างสูง  หากจะต้องแข่งขันกับผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็กและขนาดกลางที่ไม่ได้ขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งมักจะมีต้นทุนที่ถูกกว่ามาก คงจะแข่งขันลำบาก

แม้จะมีการผ่อนปรนในเรื่องกฎระเบียบเกี่ยวกับการขออนุญาตประกอบกิจการโรงแรมให้สะดวกและง่ายขึ้น  ทางราชการควรต้องพิจารณาด้วยความเป็นธรรมว่า ทำอย่างไรจะให้เกิดความเหมาะสมและสมดุลแก่บรรดาผู้ประกอบกิจการโรงแรมทั้งหลาย

การที่ประเทศไทยมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาประเทศเป็นจำนวนมาก เม็ดเงินส่วนหนึ่งย่อมตกเป็นรายได้แก่กิจการโรงแรมที่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญต่อกิจการท่องเที่ยว หากผู้ประกอบกิจการโรงแรมประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ดำเนินการขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย ย่อมเป็นภาพลักษณ์ที่ดี ให้ความเชื่อมั่นรวมทั้งความปลอดภัยแก่บรรดานักท่องเที่ยวทั้งหลาย ผลประโยชน์จากการประกอบกิจการโรงแรม ย่อมกลับไปสู่ผู้ประกอบกิจการโรงแรมทั้งหลายนั่นเอง

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์