posttoday
ขอ 2 หมื่นล.พลิกโฉมเกษตร

ขอ 2 หมื่นล.พลิกโฉมเกษตร

22 พฤศจิกายน 2559

บิ๊กฉัตรเสนอ ครม.ขอ 2 หมื่นล้าน ปรับโฉมเกษตรแปลงใหญ่ ตั้งเป้าใหม่ 2,000 แปลง ชดเชยดอกเบี้ย 3,000 ล้าน

บิ๊กฉัตรเสนอ ครม.ขอ 2 หมื่นล้าน ปรับโฉมเกษตรแปลงใหญ่ ตั้งเป้าใหม่ 2,000 แปลง ชดเชยดอกเบี้ย 3,000 ล้าน

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จะเสนอโครงการเกษตรแปลงใหญ่เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 22 พ.ย. 2559 นี้ พร้อมเสนองบประมาณรวม 2 หมื่นล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการ

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ได้เห็นชอบให้ยกเลิกโครงการข้าวครบวงจรระยะเวลา 1 ปี เพื่อมาดำเนินการในโครงการเกษตรแปลงใหญ่แทน ซึ่งคาดว่าเมื่อ ครม.อนุมัติแล้วจะทำให้เกษตรกรมาเข้าโครงการเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากจะมีการขยายวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและระยะเวลาชำระหนี้ออกไปจากระยะเวลาเดิมในโครงการข้าว 1 ปี เป็น 5 ปี และกรณีปลูกพืชอื่นจาก 3 ปี เป็น 5 ปีเช่นกัน

ทั้งนี้ กลุ่มเกษตรกรที่เข้าโครงการก่อนหน้านี้ สามารถมารับประโยชน์จากโครงการใหม่นี้ได้ โดยรัฐบาลมีวงเงินชดเชยดอกเบี้ยรวม 3,000 ล้านบาท

“เราเอาปัญหาอุปสรรคที่เกษตรกรบอกมาปรับใหม่หมด เพราะที่ผ่านมา เช่น ข้าว เสนอเป็นโครงการ 1 ปี เกษตรกรแค่รวมตัว ยังไม่ทันทำอะไรก็จะครบปีแล้ว ฉะนั้นก็มาปรับและลดดอกเบี้ยเหลือ 0.01% เท่านั้น ที่เกษตรกรต้องจ่าย ที่เหลือรัฐชดเชยให้เพื่อให้เกษตรกรรวมตัวกันปลูก ร่วมกันทำ จะเป็นข้าว พืชอื่น หรือปศุสัตว์ ประมง ก็ให้ร่วมกันทำเพื่อลดต้นทุนการผลิต“ รมว.เกษตรฯ กล่าว

สำหรับโครงการเกษตรแปลงใหญ่ตั้งงบประมาณไว้ 2 หมื่นล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 3 ปี (พ.ศ. 2560-2562) โดยกระทรวงเกษตรฯ ตั้งเป้าหมายว่าจะมีพื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ไม่ต่ำกว่า 2,000 แปลง โดยโครงการประกอบด้วย แปลงใหญ่นาข้าวจะขยายวงเงินกู้จาก 1 ปี เป็น 5 ปี วงเงินกู้จากเดิม 5 ล้านบาท เป็น 10 ล้านบาท ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) คิดดอกเบี้ยในอัตรา 3% ต่อปี โดยที่เกษตรกรเสียดอกเบี้ยเพียง 0.01% เท่านั้น

ขณะที่การปลูกพืชชนิดอื่นได้ขยายเวลาเงินกู้จาก 3 ปี เป็น 5 ปี และขยายวงเงินกู้จาก 5 ล้านบาท เป็น 10 ล้านบาท ดอกเบี้ย 0.01% จากเดิมที่เกษตรกรเสียดอกเบี้ย 3.1% ทั้งนี้ คาดว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ประมาณ 20%   

สำหรับโครงการเกษตรแปลงใหญ่ประจำปีงบประมาณ 2560 ครม.อนุมัติเมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2559 วงเงินกู้ 2,250 ล้านบาท รัฐชดเชย 228 ล้านบาท จำนวน 650 แปลง พื้นที่ 1.4 ล้านไร่ ทั้งนี้ คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรประมาณ 20% และเกษตรกรมีผลผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 20% ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลนี้ที่ต้องการให้เกษตรกรร่วมกันผลิตและลดรายจ่ายต่อไร่ลง

ขณะที่ปี 2559 กระทรวงเกษตรฯ ได้เดินหน้าโครงการใน 650 แปลงทั่วประเทศ ทั้งพืช ปศุสัตว์ ประมง และจะมี 44 แปลงที่ทำในนามโครงการประชารัฐร่วมกับภาคเอกชนใน 11 สินค้าเกษตร

ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ที่สำคัญ คือ การลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสทางการแข่งขัน การเพิ่มผลผลิตต่อไร่ การส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนองค์ความรู้ โดยนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยเพื่อวางแผนในการผลิตและสามารถลดต้นทุนได้ และจะเป็นการเพิ่มโอกาสทางการแข่งขัน การผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ และตรงตามความต้องการของตลาด การผลิตสินค้าที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและลดการใช้สารเคมีเกษตร โดยใช้ Agri Map หรือแผนที่ฐานข้อมูลเกษตร ประกอบการพิจารณาพื้นที่เหมาะสมกับการปลูกหรือกิจกรรมอื่นๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท