
เพชฌฆาตเสรีนิยม
ที่ผ่านมาสื่อให้ภาพทรัมป์ เป็นตัวโจ๊กเป็นตัวแสบ จนแทบไม่ได้ลงรายละเอียดว่าเขาขายฝันอะไรบ้าง
โดย...กรกิจ ดิษฐาน
ที่ผ่านมาสื่อให้ภาพทรัมป์ เป็นตัวโจ๊กเป็นตัวแสบ จนแทบไม่ได้ลงรายละเอียดว่าเขาขายฝันอะไรบ้าง ขณะเดียวกันก็มองคนที่ชอบทรัมป์อย่างมีอคติว่าไม่มีหัวคิด เวลาพูดถึงนโยบายทรัมป์ก็มักตีประเด็นเรื่องคนต่างด้าว/ชาวมุสลิม ไม่ได้มองแง่มุมอื่นที่มีส่วนทำให้ทรัมป์ชนะ
ทำไมทรัมป์ถึงชนะแบบหักปากกาเซียน ขยี้ทุกผลโพล จนงงไปทั้งโลกว่าไหงกลายเป็นอย่างนี้ไปได้?
ถ้ามองในแง่สังคมวิทยา คงต้องบอกว่าเพราะชาวอเมริกันรวมถึงชาวโลกอีกไม่น้อยหงุดหงิดกับกระแสเสรีนิยมที่เริ่มเรียกร้องจากพวกเขามากเกินไป จากกลางเอียงซ้าย ก็เริ่มมาอยู่กลางๆ และหันมาเอียงขวากันอย่างไม่กระมิดกระเมี้ยน
ในช่วง 8 ปีของโอบามา แนวคิดลิเบอรัลเฟื่องฟูสุดๆ ทั้งกลุ่มสิทธิคนผิวดำ กลุ่มสิทธิ LGBT ชาวมุสลิมก็กลับมามีพื้นที่ได้อีกครั้งหลังยุคสงครามก่อการร้าย ไหนจะนโยบาย Obamacare ที่สามารถเกื้อหนุนคนด้อยโอกาสในสังคมและคนต่างด้าวได้ แต่คนชั้นกลางก็รู้สึกถูกเอาเปรียบที่ถูกรีดภาษีไปแบ่งคนจน ส่วนพวกคนผิวขาวอนุรักษนิยมเริ่มหงุดหงิดที่คนกลุ่มน้อยท้าทายพวกเขามากขึ้น ความขัดแย้งมันก่อตัวมานานแล้ว แม้จะไม่มีการเผชิญหน้ากัน แต่ผลโหวตออกมาชัดเจนว่า คนผิวขาวส่วนใหญ่โหยหาสังคมอนุรักษนิยม และไม่ทนกับสังคมลิเบอรัลที่พวกเขามองว่ากำลังล้ำเส้น ซึ่งนโยบายทรัมป์ ตอบสนองพวกอนุรักษนิยมอย่างมาก
ที่สำคัญ ค่านิยมแบบอเมริกันยังอิงแอบกับ Macho (ชายเป็นใหญ่) ไม่เปลี่ยนแปลง ยังเป็นสังคมที่นิยมผู้นำแมนๆ ห้าวๆ แบบทรัมป์ หลังจากทนโอบามา ที่นุ่มนวลเหลือเกินมาตั้ง 8 ปี ก็เห็นพ้องต้องกันว่าควรจะกลับมาแกร่งกันเสียที ดังนั้นการเลือกผู้หญิงมาเป็นผู้นำยังเป็นไปได้ยาก ซึ่งแม้ว่าฮิลลารีจะโกยคะแนนไม่น้อยก็ตาม แต่ผู้ที่มีอำนาจในโครงสร้างระบบเลือกตั้งยังยึดติดอยู่กับค่านิยมบุรุษเป็นผู้นำ
อันที่จริงคนอเมริกันยังคงหลักการเดิมในการเลือกผู้นำไว้ นั่นคือหลัก WASP คือต้องเป็นผู้ชายคนผิวขาว (White) มีเชื้อสายแองโกลแซกซั่น (Anglo-saxon) และต้องเป็นคริสเตียนโปรเตสแตนต์ (Protestant) ซึ่งเข้าทางทรัมป์หมด 8 ปีก่อนคนอเมริกันเลือกโอบามา (ไม่ WASP เลยแม้แต่น้อย) ก็คงจะหวังความเปลี่ยนแปลง แต่ผิดหวังทั้งโอบามาและเสรีนิยม ก็เลยเลิก Change มันซะเลย
ไม่เชื่อลองดูแคมเปญของทรัมป์เอาเถิด ซึ่งตามหลักโฆษณาเป็นการขายตรงเสียยิ่งกว่าตรง แถมยังชัดเจนมากว่าต้องการฟื้นฟูค่านิยม Macho ขึ้นมาใหม่ นั่นคือ “Make America Great Again!” ส่วนของ ฮิลลารี “Hillary For America” ดูเบาหวิวไร้ความฮึกเหิม อิงกับตัวเธอเป็นหลักยิ่งกว่าอิงประเทศ
คนอเมริกันมองว่า 8 ปีมานี้ ประเทศอ่อนแอลงไปมาก ถึงเวลาต้อง Great Again กันแล้ว
นอกจากแง่มุมเหล่านี้แล้ว ทรัมป์ยังรู้จักใช้นโยบายประชานิยม ด้วยการใช้มันกวาดฐานเสียงในรัฐเขตอุตสาหกรรมภาคเหนือ ซึ่งเดิมเป็นของพรรคเดโมแครต เช่น รัฐมิชิแกน โอไฮโอ เพนซิลเวเนีย และวิสคอนซิน แต่ปีนี้เป็นรัฐ Swing state เสียอย่างนั้น รัฐพวกนี้เมื่อก่อนเจริญรุ่งเรืองมาก แต่มาโรยราหลังโลกาภิวัตน์และข้อตกลงการค้าเสรี ทรัมป์ไปหาเสียงชวนเชื่อคนงานแถบนี้ว่า จะทบทวนข้อตกลงการค้าเสรี เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมของประเทศ และหากบริษัทไหนย้ายฐานออกไปจะถูกเก็บภาษีแบบมหาโหด นโยบายถึงลูกถึงคนแบบนี้ถูกใจประชาชี แต่แล้วโพลหลายสำนักยังเชื่อว่าเป็นของฮิลลารี โดยแต่ลืมไปว่า ทรัมป์ไปขายฝันที่รัฐแถวนี้จนกุมไว้อยู่หมัดตั้งนานแล้ว
อนึ่ง ทรัมป์ยังมีลูกเล่นเยอะ คงรู้ว่าสื่อเกลียด แถมสื่อเกือบทั้งหมดสนับสนุนฮิลลารี ก็เลยทำตัวเลอะๆ เทอะๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่สื่อหารู้ไม่ว่าถูกเขาหลอกใช้ให้ช่วยทำ Publicity โดยที่ทรัมป์ใช้นโยบายกวาดคะแนนเสียงตลบหลัง ปล่อยให้สื่อเซ่อจนทำอะไรไม่ถูก







