
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ส่งคาราวาน ‘งานวิจัยสู่ห้าง’
“งานวิจัยสู่ห้าง” น่าจะเป็นประโยคที่นักวิจัยและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งการวิจัย
โดย...อาทิตย์ ลมูลปลั่ง
“งานวิจัยสู่ห้าง” น่าจะเป็นประโยคที่นักวิจัยและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งการวิจัย เริ่มสัมผัสและคุ้นเคยกันมากขึ้น ในอดีตการทำงานวิจัยของนักวิจัยในระดับห้องปฏิบัติการ ในหลายครั้งได้ผลเป็นที่พึงพอใจ แต่ไม่สามารถขยายผลไปสู่ภาคอุตสาหกรรมได้เสมอไป ทำให้มีงานวิจัยที่ต่อยอดในเชิงพาณิชย์จำนวนไม่มากนัก
ทว่า ในปัจจุบันนอกจากองค์กรวิจัยจะทำวิจัยที่เป็นความต้องการของประเทศแล้ว ยังทำวิจัยไปที่ความต้องการของผู้ใช้ประโยชน์จากโจทย์ของผู้ประกอบการในหลายอุตสาหกรรมมากขึ้น เพื่อให้เกิดงานวิจัยที่มีประโยชน์ ให้ทุกภาคส่วนได้เข้าถึงและเกิดการใช้ประโยชน์ได้อย่างจริงจัง
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้จัดโครงการขับเคลื่อนผลงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ “หิ้งสู่ห้าง” หรือ Thailand Tech Show ภูมิภาค โดยได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยภาครัฐ เอกชน เพื่อเพิ่มโอกาสผู้ประกอบการให้เข้าถึงแหล่งรวมงานวิจัยและพัฒนาได้ง่าย ให้เกิดการขับเคลื่อนผลงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์
ล่าสุด คาราวาน “งานวิจัยสู่ห้าง” โดย สวทช. และเครือข่ายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ได้นำนวัตกรรมที่เกิดจาก การคินค้น ทดลองทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไปแสดงผลงานและสัมมนาให้ความรู้ในการใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม (วทน.) ที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งมีผลงานวิจัยจากองค์กรวิจัย สวทช. และมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่น่าลงทุนและพร้อมถ่ายทอดสู่เชิงพาณิชย์มาโชว์ให้เห็นมากมาย ได้แก่
เทคโนโลยีแนะนำ (ราคาเดียว 3 หมื่นบาท) จากศูนย์นาโนเทค สวทช. เช่น ครีมกันแดดไล่ยุง ทำจากสารสกัดธรรมชาติ ผสมผสานสารไล่ยุงและสารป้องกันแสงแดด (SPF15) ช่วยป้องกันยุงได้นานมากกว่า 6 ชั่วโมง ผลงานวิจัยอื่นๆ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น เช่น กล่องสำหรับใส่ชิ้นเนื้อ ลดการเน่าเสียของเนื้อเยื่อ แผ่นฟิล์มต้านจุลชีพ สามารถนำส่งยาต้านจุลชีพเข้าสู่บริเวณร่องลึกรักษาโรคปริทันต์อักเสบออกฤทธิ์นานอย่างน้อย 5 วัน ผลิตภัณฑ์ครีมขัดผิวกาย สารสกัดจากถั่วเหลือง ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวและไม่ก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวหนัง และปุ๋ยเพิ่มแร่ธาตุไนโตรเจนสำหรับอ้อย ที่สามารถลดการใช้ปุ๋ยยูเรียได้ถึง 50% อีกทั้งช่วยเพิ่มการแตกกอของอ้อยที่ได้รับปุ๋ยยูเรียอย่างเดียวได้ 2-3 เท่าด้วย
นอกจากนั้นแล้วยังมีเทคโนโลยีไฮไลต์ (เจรจาเงื่อนไข) ก็มีจากหลายหน่วยงานมาร่วมออกบูธและพร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยี ได้แก่ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) เช่น ผลิตภัณฑ์ตำรับโอสถพระนารายณ์ สูตรเนื้อครีมนวดคลายกล้ามเนื้อและเนื้อบาล์มแก้แมลงสัตว์กัดต่อย และเซรั่มจากสารสกัดโปรตีนไหม สูตรตำรับเซรั่มบำรุงผิวโดยใช้เทคโนโลยีห่อหุ้มเซริซินด้วยลิโพโซม เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวพรรณใน 2 สัปดาห์ และให้ความกระจ่างใสเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง 4 สัปดาห์ และยังมีงานวิจัยเกี่ยวกับองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เรื่องวัสดุปูสระจากน้ำยางธรรมชาติ ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร โดยใช้วัตถุดิบจากน้ำยางธรรมชาติร่วมกับวัสดุเสริมแรง และกรรมวิธีการปูเคลือบสระด้วยการฉีดพ่น ช่วยป้องกันน้ำซึมลงสู่ผิวดิน มีอายุการใช้งานมากกว่า 10 ปี
คาราวาน “งานวิจัยสู่ห้าง” นี้จะจัดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 22 พ.ย.นี้ ที่ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มีผลงานวิจัยที่น่าสนใจ เช่น ยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติกลอกลายแบบ 3 มิติ (สำหรับงานพิสูจน์หลักฐาน) งานวิจัยแผ่นปิดแผลชนิดล้างออกได้ จากผงวุ้นว่านหางจระเข้ ผสมสารสกัดบวบ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และผลงานวิจัย การพัฒนาสูตรสารสกัดชาเขียวและส้มแขกที่มีฤทธิ์ในการลดไขมันและน้ำหนัก มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และยังมีการรวมผลงานวิจัยครั้งใหญ่อีกครั้งที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือน ธ.ค.นี้อีกด้วย
การนำงานวิจัยไปสู่ภูมิภาคต่างๆ จึงเป็นกลยุทธ์หนึ่งของ สวทช. และองค์กรวิจัยในมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อเป็นการเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยให้ก้าวไปข้างหน้าตามแนวคิด “ประเทศไทย 4.0” เพื่อให้ประเทศไทยเกิดความมั่นคงทางเทคโนโลยี ลดการพึ่งพิงจากต่างประเทศ ซึ่ง สวทช.ร่วมกับองค์กรพันธมิตรนำผลงานวิจัยจากทุกองค์กรวิจัยและมหาวิทยาลัย เพื่อนำไปเสนอตามภูมิภาคต่างๆ ให้เป็นตลาดเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นในลักษณะผู้ซื้อพบผู้ขาย เป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับภาคเอกชนให้เกิดการนำไปใช้ในการผลิต จำหน่าย หรือนำไปประกอบธุรกิจแบบไม่สงวนสิทธิ (Non-exclusive)
นับเป็นการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและพัฒนาในเชิงพาณิชย์ เป็นโครงการที่เชื่อมโยงภาคเอกชนให้สามารถเข้าถึงและนำผลงานวิจัยต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม







