
จะไป SAGA 10
จาก Takeo Onsen เราขับรถย้อนกลับไปยังเมืองอิมาริอีกครั้งเพื่อเช็กอินที่โรงแรม Forest Inn Imari
จาก Takeo Onsen เราขับรถย้อนกลับไปยังเมืองอิมาริอีกครั้งเพื่อเช็กอินที่โรงแรม Forest Inn Imari ผมตั้งใจมาพักที่นี่ตามคำเชิญของคุณ Yamashita Kazuhiko ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม (แต่เพิ่งทราบข่าวมาเมื่อ 2 วันก่อนที่จะปิดต้นฉบับว่าคุณยามะชิตะได้ลาออกไปเสียแล้ว) ที่อยากให้ผมได้ลองใช้บริการดู โรงแรมฟอเรสท์อินน์อิมาริเป็นโรงแรมขนาดกลางที่มีห้องพักอยู่เพียงแค่ 40 กว่าห้อง ให้บริการภายใต้คอนเซปต์ Auberge หรือโรงแรมที่เน้นเรื่องการพักผ่อนและอาหารเลิศรส ตัวโรงแรมตั้งอยู่ภายในสวนป่าขนาด 29 เอเคอร์ หรือเกือบๆ 1.2 แสนตารางเมตร อันอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การมานอนชาร์จพลังซักคืนสองคืน แต่ถ้าไม่ได้ขับรถมาก็อาจจะลำบากในการเข้าออกเพราะอยู่ห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 10 นาที
ที่โรงแรมแห่งนี้มีเจ้าหน้าที่คนไทยด้วยชื่อคุณหวาน วันที่ผมไปพักคุณหวานก็มาคอยดูแลตั้งแต่ที่หน้าโรงแรม หลังจากเช็กอินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณหวานพาผมไปชมห้องพักประเภทต่างๆ มีทั้งห้องเสื่อแบบญี่ปุ่น ห้องแบบมีเตียง และห้อง Suite ที่มีเพียงแค่ 3 ห้อง คือ ห้อง 306, 308 และ 309 พอชมเสร็จคุณหวานก็มอบกุญแจห้อง 308 ซึ่งเป็นห้องสวีทที่ใหญ่ที่สุดให้กับผมเป็นการเซอร์ไพรส์ ห้องขนาด 81 ตารางเมตร มีทั้งเตียงและเสื่อ ถ้าพาครอบครัวมาด้วยนี่เหมาะเลย โดยเฉพาะห้องนั่งเล่นขนาด 20 ตารางเมตร พร้อมทีวีจอใหญ่ เชื่อมต่อกับห้องเสื่อยกพื้นที่ด้านข้าง เด็กๆ สามารถเกลือกกลิ้งหรือนอนเอกเขนกได้เต็มที่
ส่วนผมติดอกติดใจห้องอาบน้ำมากเป็นพิเศษ เพราะโปร่งโล่งมองเห็นสวนได้กว้างไกล นอนแช่น้ำในอ่างอาบน้ำพร้อมชมวิวยามเย็นมันให้บรรยากาศผ่อนคลายดีจริงๆ แถมน้ำก็เป็นน้ำแร่ธรรมชาติที่มีคุณสมบัติฟื้นฟูผิวพรรณได้ดีขึ้นเรียกว่า Bihada no yu หรือน้ำแร่แห่งความงดงาม คุณสุภาพสตรีคงชอบใจ คู่ไหนจะไปฮันนีมูนขอแนะนำห้องสวีท 308 เลยครับ
อาบน้ำเสร็จแล้วก็ลงไปที่ห้องอาหารซึ่งมีอยู่เพียงห้องเดียว แต่ด้านในแบ่งเป็นหลายโซน มีทั้งส่วนที่นั่งแบบเปิดโล่ง ห้องส่วนตัว เคาน์เตอร์เทมปุระ และเคาน์เตอร์เทปปังยากิ แยกสัดส่วนกันชัดเจนแต่ไม่อึดอัด ด้วยการตกแต่งที่เรียบง่ายแต่หรูหราจากการออกแบบและเลือกใช้วัสดุ คุณหวานมารอผมอยู่ที่ห้องอาหารแล้ว ถามดูจึงรู้ว่าพนักงานของที่นี่ทำหน้าที่หลายอย่าง พนักงานหลายท่านที่เห็นตรงล็อบบี้ตอนนี้ส่วนหนึ่งมาช่วยเสิร์ฟในห้องอาหาร คุณหวานเลือกอาหารชุดไคเซกิให้ผมจะได้ลองเมนูที่หลากหลาย
จานแรกเป็นออร์เดิร์ฟ 4 อย่าง ประกอบด้วย โซบะเย็นโรยหน้าด้วยเนื้อปูทะราบะ ทานแล้วชื่นใจเหมาะกับหน้าร้อน สลัดถั่วแระพอคำ ลิ้นวัวอิมาริชุบแป้งทอด และหนวดปลาหมึกยักษ์ที่นุ่มอร่อยมาก ปกติผมไม่ค่อยชอบทานปลาหมึกยักษ์แต่ของที่นี่อร่อยจนอยากทานอีก จานถัดมาเป็นซาชิมิ 3 อย่างจัดมาอย่างสวยงาม กุ้งโบตัน ฮามาจิและไท สดทั้งหมด มาถึงจานเอก สเต๊กเนื้อวัวอิมาริ 2 ชิ้นหนาใหญ่ แค่เอามีดหั่นลงไปก็รู้แล้วว่านุ่มเหลือคณา คนชอบเนื้อต้องมาลอง มันทั้งนุ่ม อร่อย และไม่เลี่ยนเลย สู้เนื้อแบรนด์ดังอย่างโกเบหรือมัทสึซากะได้สบายมาก
เมนูถัดมา เบรกความหนักของเนื้อด้วยไข่ตุ๋นรสนุ่มนวล แล้วตามด้วยเทมปุระทอดมาร้อนๆ กินดูนี่รู้เลยว่าใช้วัตถุดิบที่สดใหม่เหมือนร้านเทมปุระชั้นดี นึกว่าจะหมดแล้ว ที่ไหนได้ยังมีชาบุชาบุเนื้อวัวอิมาริมาอีกหนึ่งจาน กินให้หายอยากกันไป ปิดท้ายด้วยข้าว ซุปมิโสะ และผักดองตามแบบฉบับญี่ปุ่น ล้างปากด้วยของหวานและกาแฟร้อนที่อร่อยเกินคาด ปกติกาแฟตามโรงแรมญี่ปุ่นรสชาติจะไม่ค่อยถูกปากคนไทย แต่ที่ Forest Inn Imari นี่อร่อยเหมือนกาแฟแบรนด์ดังเลย







