ในช่วงรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา คงไม่มีปรากฏการณ์ธรรมชาติใดน่าตื่นเต้นและน่าจับตามองไปกว่า การชมพระจันทร์เต็มดวงขนาดใหญ่กว่าปกติ หรือ ซูเปอร์มูน เมื่อคืนวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา
ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากดวงจันทร์เคลื่อนที่เข้าใกล้โลกมากที่สุด โดยอยู่ห่างเพียง 3.56 แสนกิโลเมตรเท่านั้น ทำให้ดวงจันทร์มีขนาดใหญ่กว่าปกติราว 14 เท่า และมีความสว่างมากขึ้น 30 เท่า โดยองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือนาซ่า เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า ในวันดังกล่าว ดวงจันทร์เคลื่อนที่เข้าใกล้โลกมากที่สุดในรอบเกือบ 69 ปี
แม้เมื่อมองด้วยตาเปล่า ซูเปอร์มูนอาจไม่ได้แตกต่างจากดวงจันทร์ที่ชาวโลกคุ้นเคยกันอยู่ทุกวันมากนัก แต่หากพลาดชมซูเปอร์มูนในครั้งที่ผ่านมา คงต้องรอไปอีกนานถึง 18 ปี กว่าจะได้ชมปรากฏการณ์พระจันทร์เต็มดวงขนาดใหญ่ยักษ์ ชาวไทยและผู้คนทั่วโลกจึงต่างออกไปถ่ายภาพความงดงามของซูเปอร์มูนกันอย่างคับคั่ง
ภาพซูเปอร์มูนกำลังค่อยๆ ปรากฏขึ้นริมขอบฟ้าเหนือเมืองตีฮัวนา ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของ รัฐบาฮากาลีชายคนหนึ่งยืนชมซูเปอร์มูนบนสะพานในเมืองซิดนีย์ ของออสเตรเลีย - ภาพ : รอยเตอร์ส ฟอร์เนีย ประเทศเม็กซิโก - ภาพ : เอเอฟพี
ซูเปอร์มูนลอยอยู่ด้านหลังวิหารโพรไพเลีย เหนือซากเมืองโบราณอะโครโปลิสในกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ - ภาพ : เอเอฟพี
ซูเปอร์มูนส่องแสงสีเหลืองสว่างเหนือซิดนีย์ โอเปร่า เฮ้าส์ ในเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย - ภาพ : รอยเตอร์ส
ซูเปอร์มูนดูมีขนาดไม่แตกต่างจากดวงจันทร์ปกติ เมื่อลอยอยู่เหนืออาคารพาณิชย์ใจกลางย่านธุรกิจของกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน - ภาพ : เอพี
ซูเปอร์มูนปรากฏขึ้นรางๆ บนท้องฟ้ายามโพล้เพล้ ในกรุงซานา ของประเทศเยเมน - ภาพ : เอพี
นักปีนเขากำลังชมซูเปอร์มูนที่ลอยอยู่เหนือท่าเรือเทเบิล เบย์ ในเมืองเคปทาวน์เมืองท่าสำคัญทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศแอฟริกาใต้ - ภาพ : เอเอฟพี
ปรากฏการณ์ “ซูเปอร์มูน” ซึ่งดวงจันทร์เข้าใกล้โลกระยะห่างจากโลกเพียง 3.56 แสนกิโลเมตร บริเวณพระนครคีรี เขาวัง จ.เพชรบุรี - ภาพ : กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร
ภาพซูเปอร์มูนเหนือพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์พิเศษที่ดวงจันทร์เคลื่อนที่เข้าใกล้โลกมากที่สุดในรอบเกือบ 69 ปี - ภาพ : เอพี
ฝูงนกบินจำนวนหลายสิบตัววนอยู่รอบซูเปอร์มูนในใจกลางเมืองย่างกุ้ง ของเมียนมา - ภาพ : อีพีเอ
ชายคนหนึ่งยืนชมซูเปอร์มูนบนสะพานในเมืองซิดนีย์ ของออสเตรเลีย - ภาพ : รอยเตอร์ส