
โลกแห่ใช้ เทคโนโลยีสมัยใหม่
การนำระบบไบโอเมตริกซ์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีชีวภาพมาผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
การนำระบบไบโอเมตริกซ์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีชีวภาพมาผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ กำลังกลายเป็นทิศทางแห่งอนาคตที่ภาคเอกชนทั่วโลกหันมาใช้กันมากขึ้น เนื่องจากมีความปลอดภัยสูงและยากที่เหล่าอาชญากรจะปลอมแปลงหรือเลียนแบบได้ง่ายๆ โดยภาคการเงินการธนาคารอาจนับเป็นภาคเอกชนส่วนแรกๆ รองจากหน่วยงานราชการที่นำไบโอเมตริกซ์มาใช้ป้องกันอาชญากรไฮเทค
กลุ่มธนาคารซิตี้กรุ๊ปกำลังนำระบบ วอยซ์ ไบโอเมตริกซ์ ซึ่งเป็นการจำแนกเสียงมาใช้กับกลุ่มลูกค้ารายย่อยในสิงคโปร์ เพื่อเพิ่มการรักษาความปลอดภัยให้เข้มข้นขึ้นพร้อมกับลดเวลาในการทำธุรกรรมลง โดยการจำแนกเสียงถือเป็นไบโอเมตริกซ์ที่ใช้ลักษณะทางพฤติกรรมเป็นตัวจำแนก (Behavioural Biometrics) เช่นเดียวกับการเซ็นชื่อ ต่างจากไบโอเมตริกซ์ที่ใช้ลักษณะทางกายภาพเป็นตัวจำแนก (Physiological Biometrics) เช่น ลายนิ้วมือ รูม่านตา และลักษณะใบหน้า
ระบบวอยซ์พรินต์ (Voice Print) ที่เสียงของแต่ละคนมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว คล้ายๆ กับลายนิ้วมือ อีกทั้งยังมีลักษณะทางพฤติกรรมที่ต่างกันเป็นตัวบ่งชี้ โดยจะมีอัลกอริธึมทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนเป็นตัวจำแนก ซิตี้ได้ใช้ระบบเดียวกันนี้มานำร่องให้บริการลูกค้าในไต้หวันมาแล้วเป็นแห่งแรก ก่อนจะขยายไปยังสิงคโปร์ และมีแผนจะใช้ระบบเดียวกันนี้ให้ครอบคลุมลูกค้าใน 12 ประเทศเอเชียแปซิฟิก ภายในปี 2017
ซิตี้ระบุว่า โดยปกติแล้ว ลูกค้าที่โทรมายังธนาคารเพื่อสอบถามหรือดำเนินธุรกรรมจะต้องใช้เวลาสักพักในการยืนยันตัวตน แต่การใช้ระบบวอยซ์พรินต์จะช่วยลดเวลาลงได้ถึงราว 45 วินาที หรือช่วยประหยัดเวลาลงได้ถึงราว 66% ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับคอลเซ็นเตอร์ในเอเชียแปซิฟิกที่มีลูกค้าโทรเข้ามาโดยเฉลี่ยถึงราว 35 ล้านคน/ปี
ไม่เพียงแต่ซิตี้กรุ๊ปเท่านั้น ธนาคารหลายแห่งในเอเชียต่างก็เริ่มนำระบบไบโอเมตริกซ์มาใช้แล้วเช่นกัน อาทิ ธนาคารดีบีเอส และธนาคารโอซีบีซี ในสิงคโปร์
ดีบีเอสคาดว่าระบบวอยซ์ไบโอเมตริกซ์จะช่วยลดเวลาให้ลูกค้าลงได้มาก โดยจะลดลงได้ราว 20-40 วินาที สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันที่ลดการเดินทางไปทำธุรกรรมที่ธนาคารด้วยตนเอง แต่หันมาใช้ไอแบงก์กิ้งกับโมบายแบงก์กิ้งกันมากขึ้น และติดต่อสอบถามทางช่องทางคอลเซ็นเตอร์กันมากกว่า
ลีนา โล กรรมการบริหารของศูนย์ลูกค้าดีบีเอส สิงคโปร์ กล่าวว่า ระบบวอยซ์ไบโอเมตริกซ์มีความปลอดภัยมากกว่าระบบทั่วไปที่ใช้กันในปัจจุบัน และช่วยให้ลูกค้าไม่ต้องจำรหัสพินหรือข้อมูลบางอย่างที่เสี่ยงต่อการหลุดรั่วออกไปหรือถูกแฮ็กได้
ขณะที่ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดเตรียมนำเทคโนโลยีวอยซ์ไบโอเมตริกซ์ร่วมด้วยเทคโนโลยีการจำแนกลายนิ้วมือมาใช้กับลูกค้าธนาคารทั้งในเอเชีย แอฟริกา และตะวันออกกลาง 15 ประเทศ ที่เข้าใช้งานโมบายแบงก์กิ้งทั้งผ่านสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต หลังจากที่ประกาศลงทุนไป 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว...) เมื่อต้นปีนี้
นอกจากภาคธุรกิจในกลุ่มการเงินการธนาคารแล้ว หน่วยงานภาครัฐโดยเฉพาะหน่วยงานที่ใช้ระบบการรักษาความปลอดภัยสูง เช่น หน่วยงานที่ดูแลด้านหนังสือเดินทางและการออกวีซ่า มีการหันมาใช้ไบโอเมตริกซ์ในการออกหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ (อี-พาสปอร์ต) ในหลายประเทศมากขึ้น เพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบตั้งแต่ในสหรัฐ หลายประเทศในยุโรป ไปจนถึงฝั่งเอเชีย
ขณะที่ในบางประเทศยังเพิ่มการใช้ข้อมูลไบโอเมตริกซ์ในการขอวีซ่าเช่นกัน อาทิ ออสเตรเลีย ซึ่งมีการประกาศกฎใหม่ไปเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งการเก็บข้อมูลชีวภาพที่ว่านี้ก็คือ การเก็บภาพใบหน้าแบบละเอียดด้วยกล้องดิจิทัล และใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือแบบเลขสิบหลักด้วยเครื่องสแกนนิ้วมือดิจิทัล
การใช้ข้อมูลชีวภาพร่วมกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ยังขยายการใช้งานไปตามสนามบินและสถานีรถไฟในบางประเทศที่ต้องการสกรีนเรื่องความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เช่น สนามบินในอียิปต์ และสถานีรถไฟในเยอรมนี ที่กำลังจะนำเทคโนโลยีการจดจำใบหน้ามาใช้
จากรายงานของบริษัท สแตทจิก ดีเฟนส์ อินเทลลิเจนซ์ เมื่อปี 2015 พบว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตของตลาดไบโอเมตริกซ์เร็วที่สุดในโลก จากขนาดในปัจจุบันที่ราว 1,100 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว...) คาดว่าจะขยายตัว 3 เท่าตัวเป็น 3,300 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว...) ภายในปี 2025 เนื่องจากความกังวลต่อการรักษาความปลอดภัย และการที่ประชากรในภูมิภาคนี้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งปัจจุบันประเทศที่เป็นผู้นำการใช้ภาคไบโอเมตริกซ์ในภูมิภาคนี้ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น อินเดีย และเกาหลีใต้







