
โมเดลเกาะเสม็ด
ท่าทีของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ประกาศว่าจะสนธิกำลังกับหน่วยงานต่างๆ เข้าไปจัดระเบียบสะสาง
ท่าทีของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ประกาศว่าจะสนธิกำลังกับหน่วยงานต่างๆ เข้าไปจัดระเบียบสะสางจัดการปัญหาต่างๆ บนเกาะเสม็ด เป็นสิ่งที่สังคมอยากเห็นหน่วยงานของรัฐจัดการปัญหาเรื้อรังที่สะสมมานาน
กว่า 20 ปีที่ผ่านมา สถานที่ท่องเที่ยวซึ่งเคยมีการขนานนามว่าเป็นเมืองแห่งกวีศรีรัตนโกสินทร์ เพราะมหากวีเอกสุนทรภู่ แต่งนิทานเรื่องพระอภัยมณี โดยใช้ฉากตามท้องเรื่องจากภาพหมู่เกาะน้อยใหญ่และท้องทะเลของเมืองระยอง เปลี่ยนแปลงในทางที่เลวร้ายลงไปมาก ใครที่เคยไปเที่ยวเกาะแห่งนี้ตั้งแต่ยุคเริ่มเปิดเกาะรับนักท่องเที่ยวใหม่ๆ กับสภาพปัจจุบัน คงเข้าใจและเห็นชัดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
สภาพทรุดโทรมต่างจากอดีตมากจนจำไม่ได้ มีปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาขยะกับน้ำเสีย พบว่าทุกรีสอร์ทและโรงแรมทิ้งน้ำเสียลงทะเลหมด มีระบบจัดการขยะอยู่ก็จริง แต่ไม่สามารถจัดการขยะทั้งหมดแต่ละวันได้ มีขยะเหลือจากการจัดการอีกหลายตัน สิ่งที่ได้ยินย่อมเป็นคำตอบที่ชัดเจนในตัวเองแล้วว่า ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืน ที่เคยได้ยินมาหลายยุคหลายสมัยนั้นล้มเหลวเพียงไร
วันนี้มีคำตอบที่น่าตกใจอีกมากมาย เช่น เมื่อดูตามบัญชีรายการขออนุญาตแล้ว พบว่าเรือเร็วหรือสปีดโบตที่รับส่งนักท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติที่มีเกือบ 200 ลำ นั้นกลับมีการขออนุญาตถูกต้องแค่ 1 ลำเท่านั้น อีก 4 ลำ อยู่ระหว่างการขออนุญาตหมายความว่าที่เหลือวิ่งแบบเถื่อนๆ ทั้งหมด
ใครที่เคยเดินเล่นชายหาดบนเกาะย่อมเคยเห็นหลายสิ่งเป็นประจักษ์พยานทางสายตาได้เห็นแล้วว่า ปัญหาของชายหาดบนเกาะเสม็ดคือ ร้านค้าเกือบทุกร้านบุกลงไปหน้าหาดหมด แทบจะไม่เหลือพื้นที่เดินเล่นเลย โดยเฉพาะช่วงกลางคืน บางร้านถึงกับขนโต๊ะ เก้าอี้ไปวางให้นักท่องเที่ยวกินอาหารไปพร้อมๆ กับจุ่มเท้าในน้ำได้เลย กรณีนี้น่าจะถือว่าเป็นการเอาเปรียบนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ที่สำคัญคือ เอาเปรียบธรรมชาติ คิดแต่เพียงว่าแหล่งธรรมชาติเป็นของฟรีจะตักตวงเท่าไหร่ อย่างไรก็ได้ ทั้งที่ตามกฎหมายแล้วพื้นที่นับจากชายหาด 3 กิโลเมตร ถือว่าเป็นพื้นที่ความรับผิดชอบของอุทยาน
ย่อมถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ที่กรมอุทยานฯ ออกมาขยับ จัดระเบียบ โดยยึดความถูกต้องตามกฎหมาย กระทั่งระบุในรายละเอียดที่มีส่วนกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อะไรที่ผิดต้องเอาออกไป เช่น การเล่นกระบองไฟที่นิยมกันมาก มีทุกหน้าหาด หลายรีสอร์ทใช้เป็นไฮไลต์โฆษณาดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาพัก แต่เกือบทุกที่ภายหลังจากการแสดงกระบองไฟสิ้นสุด มีน้ำมันหกเลอะเทอะ ปล่อยให้ปนเปื้อนอยู่บนชายหาด หวังให้น้ำทะเลพัดออกไปเอง ยังไม่นับถึงปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งยังต้องไปดูในรายละเอียดต่อไป
เชื่อว่าเอกชนจำนวนมากพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ เพราะทราบดีว่าสิ่งที่เป็นเสน่ห์มีแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างถาวรที่สุดคือ ความงามของธรรมชาติ ขณะที่ผู้ที่เสียผลประโยชน์ย่อมออกมาต่อต้านอย่างสุดแรง
หากสามารถจัดการปัญหาที่เกิดกับเกาะเสม็ด ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาอันดับต้นๆ ของประเทศได้อย่างยั่งยืนก็ถือว่าเป็นโมเดลความสำเร็จครั้งสำคัญ เพราะยังมีพื้นที่อุทยานแห่งชาติอื่นๆ ที่มีปัญหาทำนองเดียวกันก็มีอีกหลายแห่ง เช่น หมู่เกาะหลีเป๊ะ ตะรุเตา เกาะช้าง ฯลฯ รอให้เข้าไปจัดระเบียบเช่นกัน
ฉะนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงรัฐบาลต้องเข้าไปดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว ก่อนที่ทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้จนทรุดโทรมจนยากจะแก้ไข







