
'กิมเอ็ง'อ่วมโดนคุก150ปี ผิดม.112-ฉ้อโกง
ศาลสั่งจำคุก"กิมเอ็ง" พี่สาว "นางไก่" 150 ปี คดีผิดม.112-ฉ้อโกง-ปลอมแปลงเอกสารราชการ เพื่อนร่วมแก๊งโดนคุก144 ปี แต่ตามกฎหมาย ติดคุกจริงได้ 50 ปี
ศาลสั่งจำคุก"กิมเอ็ง" พี่สาว "นางไก่" 150 ปี คดีผิดม.112-ฉ้อโกง-ปลอมแปลงเอกสารราชการ เพื่อนร่วมแก๊งโดนคุก144 ปี แต่ตามกฎหมาย ติดคุกจริงได้ 50 ปี
เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่ศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดสอบคำให้การจำเลยคดีดำ อ.3766/2559 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้อง นางกมนทรรศน์ ธนธรณ์โฆษิตจิร หรือ นางกิมเอ็ง อายุ 62 ปี พี่สาวต่างมารดาของนางมณตา หยกรัตนกาญ หรือนางไก่, พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ ธนธรณ์โฆษิตจิร อายุ 68 ปี, นายถาวร พวงประทุม อายุ 66 ปี และ นายศักดิ์ สิริยาคม อายุ 50 ปี ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐาน ร่วมกันหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ฯ, ร่วมกันฉ้อโกง, ปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม
อัยการโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 17 พ.ย. ระบุพฤติการณ์ความผิดสรุปว่าระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 53-16 มี.ค. 57 จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหลอกลวงบริษัท ฮุ่ยเหลียง สกรีน พริ้นติ้ง จำกัด โดยมี น.ส.นิธิกุล ทวีโชติธนกุล กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน ผู้เสียหายที่ 1, นางอรวรรณ กงกุล ผู้เสียหายที่ 2, นายธีระ ตัณฑรังสี ผู้เสียหายที่ 3 และ น.ส.ขวัญเรือน อินทร์เขียว ผู้เสียหายที่ 4 หลายครั้ง หลายหน ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จอ้างว่าถ้าหากทำบุญกับเบื้องสูงจะได้บุญมากกว่าการทำบุญด้วยวิธีการอื่น ๆ โดยเฉพาะผลไม้เมื่อเอาผลไม้เข้าไปถวายแล้วท่านจะนำผลไม้ส่วนหนึ่งไปทำบุญกับพระสมเด็จ (พระราชาคณะชั้นสมเด็จ) ตามวัดต่าง ๆ และอีกส่วนหนึ่งจะนำไปแจกให้กับเบื้องสูง ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา
นอกจากนี้จำเลยยังหลอกลวงว่าจะช่วยวิ่งเต้นให้เพื่อนของผู้เสียหายที่ 1 ได้รับงบประมาณขุดลอกคูคลองทางภาคอีสานจากหน่วยงานราชการ และอ้างว่า จำเลยที่ 1 เป็นบุตรบุญธรรมของคุณหญิงท่านหนึ่ง ให้ผู้เสียหายที่ 1 เอาเงินไปซื้อแหวนเพชรและเอาเงินสดไปดูแลและรับรองคุณหญิงคนดังกล่าว รวมทั้งยังได้หลอกลวงผู้เสียหายที่ 1 และผู้เสียหายอื่นหลายครั้ง เช่นการจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดให้แก่ จำเลยที่ 1 ที่โรงแรมแห่งหนึ่งแล้วอ้างประกาศต่อหน้าผู้มาร่วมงานว่า เจ้าหน้าที่จากสำนักพระราชวัง นำของขวัญมามอบให้ และพวกจำเลยยังได้หลอกลวงให้ร่วมทำบุญทอดกฐินพระราชทาน รวมทั้งให้ตัดเสื้อผ้าจำนวนหลายชุดอ้างว่าจะนำไปสวมใส่ในงานกฐินพระราชทานที่วัดในจังหวัดสมุทรสาคร และจำเลยที่ 1 ยังได้ปลอมหนังสือของสำนักราชเลขาธิการด้วย รวมเงินที่พวกจำเลยหลอกลวงผู้เสียหายจำนวนทั้งสิ้น 5,140,880 บาท โจทก์จึงขอให้ศาลลงโทษตามกฎหมายและขอให้ศาลสั่งพวกจำเลย คืนเงินหรือชดใช้เงินแก่ผู้เสียหายจำนวนดังกล่าวด้วย
ศาลได้สอบคำให้การจำเลยแล้ว ปรากฏว่า จำเลยที่ 1 และ 4 ให้การรับสารภาพ ส่วนจำเลยที่ 2 และ 3 ให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดีโดยให้แยกฟ้องจำเลยที่ 2 และ 3 ภายใน 7 วัน ตามกฎหมาย ศาลจึงพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 และ 4 กระทำผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานดูหมิ่นเบื้องสูง 5 กระทง จำคุกกระทงละ 2 ปี เป็น 10 ปี ฐานฉ้อโกง 2 กระทง กระทงละ 7 ปี เป็น 14 ปี และความผิดต่างกรรมต่างวาระฐานฉ้อโกง และฐานหมิ่นเบื้องสูง อีก 24 กระทง กระทงละ 5 ปี เป็นจำคุกคนละ 120 ปี รวมโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 144 ปี นอกจากนี้จำเลยที่ 1 ยังผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอมอีก 2 กระทง กระทงละ 3 ปี เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ 150 ปี ส่วนจำเลยที่ 4 จำคุก 144 ปี คำรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ 75 ปี ส่วนจำเลยที่ 4 จำคุก 72 ปี อย่างไรก็ตามตามกฎหมายบัญญัติไว้ให้จำคุกได้ไม่เกิน 50 ปี จึงให้จำคุกจำเลยทั้งสองไว้คนละ 50 ปี และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้เงินแก่ผู้เสียหายตามฟ้องด้วย







