
ก.แรงงานจับมือเอกชนตั้งศูนย์พัฒนาบุคลากร
กระทรวงแรงงาน จับมือคีนัน และเชฟรอน ตั้งศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา
กระทรวงแรงงาน จับมือคีนัน และเชฟรอน ตั้งศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา
เมื่อวันที่ 18 พ.ย.59 นายธีรพล ขุนเมือง อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) เปิดเผยว่า กพร. ได้ร่วมกับสถาบันคีนันแห่งเอเซีย และบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ในการพัฒนาทักษะอาชีพ ส่งเสริมความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ โดยได้จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทางการศึกษาในสถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยการนำองค์ความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ (STEM ) มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนสำหรับการศึกษาในโรงเรียนขยายโอกาส หรือการศึกษาในระดับอาชีวศึกษา โดยมีองค์กรภาครัฐหลายองค์กรร่วมถึงกรมพัฒนาฝีมือแรงงานด้วย
นายธีรพล กล่าวอีกว่า สถาบันคีนันฯ ได้ร่วมกับบริษัท เซฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิตจำกัด ได้พัฒนาโครงการ “Chevron Enjoy Science:สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ ด้วยการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงได้จัดทำแผนการพัฒนากำลังคนในส่วนของการผลิตช่างเทคนิคที่ตรงต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ตามโมเดลศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพในอุตสาหกรรมหลัก 4 อุตสาหกรรม ได้แก่ ชิ้นส่วนยานยนต์ พลังงาน ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ และการเกษตร โดยมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ กพร. ในการจัดตั้งศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพในกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ที่ผ่านมาได้ฝึกอบรมให้กับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดแล็กไปแล้ว 20 คน ในหลักสูตร การเขียนแบบเครื่องกล 2 มิติด้วยโปรแกรม AutoCAD
นอกจากนี้ยังให้การสนับสนุนการฝึกอบรมสาขาวิชาออโตเมชั่นและเมคคาทรอนิกส์ชั้นสูง และกลุ่มวิชางานเขียนแบบวิศวกรรมเครื่องกล เพื่อพัฒนาศักยภาพและพัฒนาบุคลากรที่เป็นครูต้นแบบของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ให้ได้รับความรู้ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ มีทักษะช่างเทคนิคชั้นสูง สามารถนำไปถ่ายทอดแก่บุคคลากรฝึกของกรมด้วย
สำหรับในปี 2560 มีแผนการพัฒนากำลังคนในเขตจังหวัดชลบุรี และจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้ยกระดับให้ 2 จังหวัดนี้เป็นสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานเทคโนโลยีชั้นสูงแล้วด้วย โดยมีเป้าหมาย 3กลุ่มหลัก ได้แก่พัฒนาครูต้นแบบ นักเรียนอาชีวะ และกลุ่มวัยแรงงานทั่วไป โดยมีหน่วยงานที่จะได้รับประโยชน์กว่า 60 แห่งพร้อมวางแผนการพัฒนากำลังคนระยะ 5 ปีไว้ด้วย เพื่อผลักดันให้โครงการมีความก้าวหน้าและประสบความสำเร็จพร้อมสู่ไทยแลนด์ 4.0 ต่อไป







