posttoday
ชี้โรงสีขูดรีด แนะชาวนา  พึ่งพาตนเอง

ชี้โรงสีขูดรีด แนะชาวนา พึ่งพาตนเอง

18 พฤศจิกายน 2559

วงสัมมนาข้าวที่นิด้า ชี้โรงสี เอาเปรียบชาวนา แนะชาวนาอย่ารอความช่วยเหลือจากรัฐเพียงอย่างเดียว

วงสัมมนาข้าวที่นิด้า ชี้โรงสี เอาเปรียบชาวนา แนะชาวนาอย่ารอความช่วยเหลือจากรัฐเพียงอย่างเดียว

นางฐณิษฐา จันทนฤกษ์ ตัวแทนผู้บริโภคข้าว สหพันธ์ผู้บริโภคข้าวไทย กล่าวในงานสัมมนาเรื่อง “วิกฤตและทางออกของปัญหาข้าวไทย” ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ว่า เส้นทางกระบวนการผลิตข้าวตั้งแต่ชาวนาจนถึงผู้บริโภคพบว่า ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ตกอยู่ที่โรงสีหรือพ่อค้าคนกลาง

ทั้งนี้ ในช่วงการปลูกชาวนาใช้เวลา 5-6 เดือน ปลูกได้ข้าวเปลือก 1,000 กิโลกรัม ได้ราคา 9,000 บาท คิดเป็น 37.5% มาถึงพ่อค้าโรงสีนำข้าวมาสีได้ข้าวสารหอมมะลิใหม่ 600 กิโลกรัม บรรจุ 120 ถุง ได้ราคา 200 บาท/ถุง ได้เงิน 1.5 หมื่นบาท คิดเป็น 62.5% จะเห็นว่ากระบวนต่างๆ จนถึงผู้บริโภค ผลประโยชน์ตกอยู่ที่คนกลาง หรือโรงสี ชาวนาได้ผลประโยชน์เพียง 1 ใน 3 เท่านั้น ดังนั้น ไม่ควรปล่อยให้ชาวนาอยู่ในวงจรอย่างนี้ต่อไป

นายยูร แก้วหอม ตัวแทนกลุ่มชาวนาจากจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ปัญหาคือจะทำอย่างไรให้ชาวนาอยู่ได้อย่างยั่งยืน สิ่งสำคัญคือชาวนาทุกคนจะต้องช่วยเหลือและอยู่ได้ด้วยตัวเอง จึงจะอยู่ได้ ไม่ใช่รอแต่ความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างเดียว

นายยูร กล่าวอีกว่า ปัจจุบันชาวนาส่วนใหญ่ถูกดึงดูดด้วยโปรโมชั่น แพ็กเกจ การกู้เงิน โดยเฉพาะของธนาคารสีเขียว ทำให้ชาวนาเป็นหนี้สิน ดังนั้นการทำนาจึงไม่เกิดรายได้ เพราะทำมาก็ใช้หนี้หมด แล้วก็ไปกู้มาทำนาใหม่ ไม่มีการจัดเก็บเมล็ดพันธุ์เอง ใช้สารเคมีช่วยปลูกข้าว ทุกอย่างเป็นค่าใช้จ่ายหมด จึงเป็นวงเวียนอยู่อย่างนี้ ทำให้ชาวนาต้องหากู้เงินมาใช้ตลอด

นายวิชัย รูปขำดี จากศูนย์วิจัยการปฏิรูประบบราชการและการประเมินผลโครงการภาครัฐ นิด้า กล่าวว่า นิด้าเองให้ความสนใจกับปัญหาข้าวมาโดยตลอด ที่ผ่านมามีงานวิจัยเกี่ยวกับปัญหาข้าว ปัจจัยหลักๆ มี 2 ประการ คือ 1.ปัจจัยภายนอก ซึ่งมีผลกระทบมาก เช่น พฤติกรรมของประชากรโลก แม้ปัจจุบันจะมีประชากรโลกเพิ่มขึ้น แต่การกินข้าวน้อยลง

สำหรับปัจจัยภายใน เช่น การให้การช่วยเหลือชาวนาที่ไม่ถูกต้องทำให้ชาวนาพึ่งพาตัวเองไม่ได้ รวมถึงรูปแบบการทำนาที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ชาวนาต้องเร่งปลูกข้าว จึงได้ข้าวคุณภาพต่ำ ทำให้ถูกกดราคา ขณะเดียวกันกลับมีค่าใช้จ่ายในการปลูกข้าวสูงขึ้น จึงเกิดเป็นปัญหาตามมา

นายวิเชียร พวงลำเจียก อดีตนายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีให้นโยบายล่าสุด ต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อรณรงค์ให้ชาวนาที่ปลูกข้าวได้แบ่งผลผลิตเป็น 3 ส่วน คือ 1.ไว้ทำพันธุ์ 2.บริโภค และ 3.ขายนั้น ถือเรื่องที่ดี แต่การกำหนดนโยบายช่วยเหลือชาวนาควรให้รอบด้านกว่านี้ เพราะพื้นที่การเพาะปลูกและพันธุ์ข้าวของไทย ไม่เหมือนกันทั้งประเทศ 

นายวิเชียร กล่าวว่า หากจะให้ชาวนาภาคกลางเปลี่ยนไปปลูกข้าวหอมมะลิก็คงไม่ประสบความสำเร็จ เพราะผลผลิตไม่ดี หากจะให้ดีควรมีการคิดพัฒนาสายพันธุ์ข้าวหอมมะลิให้ปลูกในภาคกลางได้ รวมถึงเวลากำหนดนโยบายแก้ปัญหาควรแยกประเภทการช่วยเหลือในแต่ละกลุ่มให้ชัดเจน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท