
สุเทพชี้บึ้มคิงพาวเวอร์หวังป่วน
สุเทพ ชี้ คนร้ายบึ้มคิงพาวเวอร์ หวังสร้างสถานการณ์ สั่งเจ้าหน้าที่ติดตามใกล้ชิด ฟุ้ง ยังไม่ปัดใจใครก่อเหตุ ลั่นนำเข้าที่ประชุมศอฉ.วันนี้
สุเทพ ชี้ คนร้ายบึ้มคิงพาวเวอร์ หวังสร้างสถานการณ์ สั่งเจ้าหน้าที่ติดตามใกล้ชิด ฟุ้ง ยังไม่ปัดใจใครก่อเหตุ ลั่นนำเข้าที่ประชุมศอฉ.วันนี้
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเหตุระเบิดที่ห้างคิงเพาเวอร์ ซ.รางน้ำ เมื่อคืนนี้ ว่า เจ้าหน้าที่ได้รายงานให้ตนทราบหลังจากเกิดเหตุประมาณ 20 นาที ซึ่งขณะนี้ เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีอยู่
ผู้สื่อข่าวถามว่า เกิดเหตุระเบิดในสถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์อย่างนี้ สามารถบอกได้หรือไม่ว่าเป็นเรื่องการเมือง นายสุเทพ กล่าวว่า อย่างที่บอก ว่าสถานการณ์ขณะนี้ยังไม่สามารถวางใจได้ คนที่มีความตั้งใจที่จะก่อเหตุความวุ่นวายในบ้านเมืองยังมีความพยายามอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ต้องทำงานให้แข็งแรงขึ้นมากกว่านี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุที่เกิดขึ้นพอจะรู้หรือไม่ว่าเป็นกลุ่มไหนที่กระทำการนายสุเทพ กล่าวว่า ตนคงไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นกลุ่มไหน อย่างไร แต่สามารถพูดในภาพรวมได้หลังจากที่มีการติดตามและประเมินอยู่ตลอดว่า กลุ่มคนที่ต้องการให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง เขาไม่ลด ละ เลิก ความพยายามที่จะทำการ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ
เมื่อถามว่า เหตุที่เกิดพยายามมุ่งไปที่ที่เป็นสัญลักษณ์ของพรรคภูมิใจไทย เหมือนต้องการโยงให้เป็นเรื่องการเมืองให้ได้ นายสุเทพ กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปวิจารณ์เลย รอดูความคืบหน้าการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ก่อน และเมื่อเจ้าหน้าที่มีความคืบหน้าตนจะสั่งให้เขาแถลงให้ประชาชน
ทั้งนี้ นายสุเทพ กล่าวถึงกรณีที่ศาลปกครองให้เพิกถอนคำสั่งเกี่ยวกับการแต่งตั้ง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินั้น ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีแล้ววานนี้ ซึ่งเห็นว่า เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.เป็นผู้พิจารณาว่าจะอุทธรณ์หรือไม่ ยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้ก้าวก่ายหรือมีคำสั่งพิเศษ โดยเชื่อว่าภายในวันที่ 1 กันยายนนี้ จะมีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าว
นอกจากนี้ นายสุเทพ ยังกล่าวถึงการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพฯ หรือ ส.ก. และสมาชิกสภาเขตกรุงเทพฯ หรือ ส.ข. ในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ ว่า ยังไม่มีรายงานว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้น แต่ตนเองได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ดูแลสถานการณ์อย่างเข้มงวด เพราะต้องการให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย เนื่องจากยังมีผู้พยายามสร้างสถานการณ์ และการที่เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลรักษาความปลอดภัยนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคการเมือง ตามที่มีการตั้งข้อสังเกต แต่เป็นเพียงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เท่านั้น







