"คิดดี คนธรรมดี" เกษตรกรคล้องเหรียญบาท ชาตินี้ “ดี” เพื่อชาติ
เรื่องราวอันน่าประทับใจของเกษตรกรหนุ่มที่มีชื่อ-สกุลว่า "คิดดี คนธรรมดี" ผู้ที่ขอเป็นส่วนหนึ่งในการทำดีเพื่อชาติ
โดย...วิรัชชัย พงษ์เกาะ
“เครือข่าย “ดีที่ไหนสุขใจที่นั่น” ผมเริ่มทำตั้งแต่อายุ 29 ตอนนั้นผมก็โกนหัวเป็นคำว่า D29 ปีนี้ผม 33 ก็โกน D33 ปีหน้าถ้ายังอยู่ ก็จะโกน D34 ตัวเลขที่เปลี่ยนไปมีนัยสำคัญคือกาลเวลา กาลเวลาเปลี่ยนแปลงทุกวินาที แต่ความดีต้องยังคงเดิม ชาตินี้ดีเพื่อชาติ นี่คือชีวิตที่ตั้งใจไว้กับลมหายใจที่เหลืออยู่”
เสียงจาก คิดดี คนธรรมดี หรือชื่อเดิม ไกรสิทธิ์ นิยมญาติ วิทยากรนักพูดสร้างบันดาลใจที่ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ก่อนผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรที่บ้านหนองทองหลาง ต.หนองหิน อ.เมือง จ.ยโสธร และเป็นผู้ก่อตั้งเครือข่าย “ดีที่ไหนสุขใจที่นั่น” เครือข่ายภาคประชาชนที่รวมตัวกันทำสิ่งดีเพื่อส่วนรวมและประเทศชาติ
เหรียญบาทคือพระเครื่องคล้องใจ
ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา คิดดีห้อยเหรียญบาทที่มีรูปพ่อหลวงเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ หลายคนก็ว่า บ้า หลายคนก็เชื่อและศรัทธา อยู่ที่ว่าคนคนนั้นให้คุณค่าของเหรียญบาทเป็นอะไร
“สำหรับผม เหรียญบาท คือ พลังศรัทธาที่ทำให้ผมใกล้ชิดพระองค์ท่าน จากคำพ่อสอน "Our loss is our gain" ขาดทุนของเรา คือ กำไรของเรา เป็นคำที่ผมได้นำมาใช้ในการดำเนินชีวิต ชีวิตที่จะเป็นผู้ให้ เป็นที่ยอมขาดทุน หรือ ไม่ได้กำไร เพื่อทำให้ใครอีกหลายคนได้เป็นผู้รับ ผมเชื่อว่า ถ้าวันนี้ทุกคนมัวแต่จะเป็นผู้รับ ผู้อยากได้ก็จะไม่มีใครได้ เพราะไม่มีผู้ให้ แต่ถ้าวันนี้ ประเทศนี้ ทุกคนเป็นผู้ให้ ทุกคนก็จะได้รับ เพราะคุณความดีของการให้ คือ ความสุข ความสงบสุข ของประเทศและโลกใบนี้”
ทุกครั้งที่คิดดีได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรในงานประชุม สัมมนาที่ไหน เขาจะแจกเหรียญบาทเป็นรางวัลให้กับผู้เข้าอบรมทุกครั้ง คนที่ได้รับเหรียญบาทก็จะทำหน้างงว่าทำไมถึงให้รางวัลแค่นี้ และท้ายที่สุดผู้ได้รับเหรียญบาทจากคิดดีได้เข้าใจความหมายของเหรียญบาทในอีกมุมหนึ่งที่เขาอาจหลงลืมคิดไป
“ทุกท่านครับ เหรียญบาทนี่แหละครับ คือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวผม ในหลวงคือผู้สร้าง ผู้เนรมิต ผู้ให้ ผู้ช่วยเหลือ ผู้ที่มีแนวคิด แนวทางปฏิบัติที่ทำให้คนพ้นทุกข์และประสบความสำเร็จ ผมเชื่อในสิ่งที่พ่อสอน ผมจึงทำตามพ่อสอน จนชีวิตผมพ้นจากความทุกข์ มีความสุข ก้าวหาความสำเร็จ ด้วยเหตุนี้ ทำให้ผู้ชายคนนี้นำเหรียญบาทธรรมดาๆ ในสายตาของใครๆ มาห้อยคอไว้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตนจนวันตาย” นี่คือคำพูดที่คิดดีกล่าวซ้ำจนจำขึ้นใจเมื่อได้มอบสิ่งล้ำค่าที่ใครๆ มองว่าด้อยราคานัก
เกษตรคือพื้นฐานของชีวิตที่มั่นคง
ปัจจุบัน คิดดีเลือกที่จะพลิกชีวิตกลับมาเรียนรู้วิถีชาวดิน อยู่กินกับธรรมชาติ ด้วยการทำเกษตรผสมผสานที่บ้านหนองทองหลาง ต.หนองหิน อ.เมืองยโสธร จ.ยโสธร และเขาเป็นหนึ่งเกษตรกรที่ได้รับคัดเลือกเข้าโครงการเกษตรกรคนกล้าคืนถิ่นของจังหวัดยโสธร ที่ยึดแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องจากพบว่า แนวทางการดำเนินชีวิตที่พ่อหลวงให้ไว้ คือ คำตอบสุดท้ายที่เขาตามหามานาน
“การเกษตรคือจุดเริ่มต้นของชีวิตที่จะดำรงอยู่ในโลกใบนี้ เกษตรเป็นแหล่งผลิตอาหาร อากาศ ที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นพื้นฐานของชีวิต ถ้าเราทำได้ก็คือความมั่นคง” คิดดี บอกว่า ประโยคนี้ของพ่อทำให้ตนเองไม่ลังเลที่จะผันตัวจากวิทยากรเงินเดือน 5-6 หลัก กลับมาอยู่บ้านบนที่ดินที่ทำนาได้เพียงปีละครั้ง เพื่อมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ แม้สองมือจะไม่เคยสัมผัสดินโคลน จับเครื่องมือทำไร่ไถนามาก่อนก็ตาม
ชาตินี้ดีเพื่อชาติ
พอเริ่มคิดได้เช่นนั้น คิดดีก็ศึกษาวิถีเกษตรแบบยังชีพ เริ่มตั้งแต่เรื่องปัจจัย 4 เรื่องเครื่องนุ่งห่ม เป็นสิ่งที่เปลี่ยนไปมาก เวลามีคนเชิญเขาไปบรรยายที่ไหน จะไม่เห็นภาพหนุ่มใส่สูทผูกไทด์ มีแต่หนุ่มมาดแนว ใส่เสื้อยืดเก่าๆ สีซีดๆ โกนศีรษะเป็นคำว่า D33 อันเป็นแนวทางดำเนินชีวิตที่จะยึดปฏิบัติ “ดี” 3 อย่างตลอดชีวิต ได้แก่ คิดดี คือ การเริ่มต้นของชีวิตว่าจะไปในทางไหน ทำดี คือ การเดินไปในเส้นทางที่ดี ยึดทำสิ่งดี แต่ไม่ได้หมายความว่าจะได้สิ่งดีๆ ตอบแทน และ จำดี คือ จำในสิ่งที่ดี มีความสุข หากเราคิดดี ทำดี จำดี ชีวิตจะเริ่มต้นและดำเนินไปในเส้นทางที่ดีอย่างมีความสุข
“แนวคิดนี้จะคงอยู่หรือหายไปตอนไหนก็ไม่รู้ ผมกับแฟน จริงใจ คนธรรมดี เลยสร้างทายาทความดีชื่อน้อง คนดี คนธรรมดี โดยตั้งใจฝากเรื่องราวของพ่อ แม่ และความดีที่ผมตั้งใจทำนี้ส่งต่อให้กับลูกสาว นี่คือความหวังของผม คนจะสานต่อไม่ให้เรื่องของพ่อหาย ไป เธอคือมรดกความดีที่ผมจะสร้างไว้เพื่อประเทศนี้”
เกษตรพอเพียงตามรอยพ่อ
ที่บ้านสวนของคิดดี มีการทำเกษตรแบบผสมผสาน ไม่ว่าจะเป็นเลี้ยงปลานิล ปลาดุก เลี้ยงสัตว์ที่ให้ไข่ ตอนนี้เลี้ยงเป็ด ไก่ นกกระทา อย่างละไม่มาก เนื่องจากตั้งใจจะเลี้ยงไว้เป็นอาหารในครัวเรือนเป็นหลัก ถ้าเหลือก็จำหน่ายจ่ายแจก คิดดี เล่าด้วยแววตามุ่งมั่นว่า เขายึดตามแนวพระราชดำริของพ่อหลวงที่สอนให้เราอยู่อย่างพอมีพอกิน พอเหลือกินในครัวเรือนก็จะแจกจ่ายให้คนอื่น กิน แลก แจก ขาย ขายเป็นขั้นตอนสุดท้าย แต่ตอนนี้กลายเป็นว่า พอเหลือกินก็จะมีชาวบ้านมาขอซื้อ ก็เลยต้องขาย แต่ก็ไม่ได้ขายเพื่อแสวงผลกำไร แต่เป็นการขายเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันมากกว่า
ในบริเวณบ้านยังมีการปลูกต้นไม้ เนื่องจากยึดแนวพระราชดำริ “ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” ให้แผ่นดินคือธนาคาร ต้นไม้คือทรัพย์สิน ต้นไม้จะงอกเป็นเงินให้เราวันละ 3 บาท/ต้น ตอนนี้มีต้นไม้ประมาณ 200-300 ต้น แม้จะไม่เห็นเป็นเงินในวันนี้ แต่ถึงวันหนึ่งเราจะรู้ว่า ต้นไม้ให้ดอกผลในรูปเงินกับเราอย่างไรบ้าง
“ตอนนี้ผมปลูกไม้สัก ไม้พะยูง ไม้มะค่า ต้นยางนา โดยเฉพาะยางนาตอนนี้สำคัญมาก เพราะเป็นไม้ให้พลังงาน รู้สึกว่าในโลกเราอีก 20 – 30 ปีข้างหน้า น้ำมันที่อยู่ใต้พื้นโลกกำลังจะหมดไป นอกจากนี้ ผมก็มีแปลงปลูกหญ้าเนเปียร์ 1 สำหรับเลี้ยงควาย มีแปลงไผ่พันธุ์กิมซุง และมีบ่อเลี้ยงปลา ซึ่งก็ยึดตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่ของพ่อ”
คิดดีเผยสัญญาใจ หลังทราบข่าวร้ายที่สุดในชีวิตของเขาอย่างหนักแน่นว่า จะขอเป็นตัวแทนพ่อ เดินตามรอยเท้าพ่อ ทำตามพ่อสอน คือเป็นผู้ให้ ให้ความสุข ความสนุก ความรู้ ให้ในสิ่งที่เขาผลิตได้ ให้ความสามารถที่มีอยู่ทำประโยชน์ต่อสังคม ทั้งหมดนี้คือ ที่มาของแนวคิดและเครือข่าย "ดีที่ไหนสุขใจที่นั่น" ที่เขาก่อตั้งขึ้นและมีเครือข่ายความดีกระจายอยู่ทั่วประเทศ


