
ไทยหลุดที่10 ดัชนีก่อการร้าย ยอดตายลดลง
ยอดเสียชีวิตจากก่อการร้ายน้อยสุดตั้งแต่ปี 2548 ลดเหลือต่ำกว่า 100 คน ด้านโออีซีดีพุ่ง 650%
ยอดเสียชีวิตจากก่อการร้ายน้อยสุดตั้งแต่ปี 2548 ลดเหลือต่ำกว่า 100 คน ด้านโออีซีดีพุ่ง 650%
อีโคโนมิกส์ แอนด์ พีซ ผู้จัดทำดัชนีสันติภาพโลก เปิดเผยดัชนีก่อการร้ายโลก (จีทีไอ) ประจำปี 2559 โดยใช้ข้อมูลจากปีที่แล้ว พบว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากการก่อการร้ายในไทยลดต่ำลงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2548 แม้ในปี 2558 ที่ผ่านมา จะเกิดเหตุระเบิดที่ย่านราชประสงค์จนมีผู้เสียชีวิตถึง 20 คน ก็ตาม และการโจมตีอีก 15 ครั้ง ในภาคใต้ก็ไม่มีผู้เสียชีวิต ส่งผลให้อันดับของไทยสามารถหลุดจากโผที่ 10 ในปีที่แล้ว มาอยู่อันดับที่ 15 ในปีนี้ จาก 130 ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการก่อการร้ายมากที่สุด
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นชาติเดียวในรายงานประจำปี 2559 ที่ประสบความสำเร็จในการลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากการก่อการร้ายลงต่ำกว่า 100 คน อย่างไรก็ตาม ไทยยังคงติดอยู่ในระดับ 2 ของชาติที่ได้รับผลกระทบจากการก่อการร้ายมากที่สุดจากทั้งหมด 6 ระดับ ซึ่งระดับ 6 คือไม่ได้รับผลกระทบจากก่อการร้าย
อีโคโนมิกส์ แอนด์ พีซ ระบุว่า สาเหตุการก่อการร้ายประกอบด้วย 2 ปัจจัยหลัก โดยประการแรก คือ ความรุนแรงทางการเมืองจากภาครัฐ โดยจากสถิติพบว่า 93% ของการก่อการร้ายระหว่างปี 2532-2557 ปรากฏในประเทศที่มีการสนับสนุนความรุนแรงในรูปแบบศาลเตี้ย การทรมาน หรือการคุมขังโดยปราศจากการไต่สวน เป็นต้น
นอกจากนี้ อีกประการหนึ่ง คือ ชีวิตความเป็นอยู่ เช่น อัตราการว่างงาน ระดับอาชญากรรม การเข้าถึงอาวุธความปราศจากความไว้ใจในกระบวนการเลือกตั้ง รวมถึงการรับแนวคิดลัทธิสุดโต่ง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการก่อการร้าย สำหรับประเทศกำลังพัฒนานั้น ความขัดแย้ง ระดับการคอร์รัปชั่น ระดับการยอมรับสิทธิของผู้อื่น และความไม่เท่าเทียม เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการก่อการร้ายมากกว่าชาติพัฒนาแล้ว
ทั้งนี้ ในภาพรวมของโลก จำนวนผู้เสียชีวิตจากการก่อการร้ายลดลงอยู่ที่มากกว่า 2.9 หมื่นคน จากปี 2557 ที่มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 3.2 หมื่นคน โดยจำนวนผู้เสียชีวิตในอิรักและไนจีเรียลดลงอยู่ที่ราว 1.1 หมื่นคน จาก 1.7 หมื่นคน ในปี 2557
อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้เสียชีวิตจากการก่อการร้ายในประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) กลับเพิ่มขึ้นถึง 650% โดยเฉพาะในฝรั่งเศสที่การโจมตีปารีสเมื่อวันที่ 13 พ.ย. 2558 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 136 คน โดยเหตุการณ์โจมตีฝรั่งเศสด้วยฝีมือกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ติดอยู่ที่อันดับ 18 เหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด
อีโคโนมิกส์ แอนด์ พีซ ระบุว่า การก่อการร้ายในปี 2558 สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ คิดเป็นมูลค่า 8.96 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.1 ล้านล้านบาท) โดยแม้มูลค่าดังกล่าวจะคิดเป็นเพียง 1% ของความเสียหายจากความรุนแรงทั้งหมดทั่วโลกที่ 1.36 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 47 ล้านล้านบาท) แต่สำหรับในอิรัก ความเสียหายจากการก่อการร้ายส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจคิดเป็นถึง 17% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปี 2558







