posttoday
นโยบายทรัมป์ ดันเหรียญสหรัฐแข็งปึ้ก

นโยบายทรัมป์ ดันเหรียญสหรัฐแข็งปึ้ก

17 พฤศจิกายน 2559

แม้ โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 35 ยังไม่สาบานตนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

แม้ โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 35 ยังไม่สาบานตนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ แต่ก็ทำให้เกิดความปั่นป่วนกับระบบเศรษฐกิจโลก โดย กอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า นโยบายของทรัมป์สร้างความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลก เพราะการสร้างกำแพงภาษี ทำให้การค้าโลกชะลอลง เงินเหรียญสหรัฐเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลกน้อยลง ทำให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้นอีก มีผลต่อเนื่องมายังค่าเงินบาทที่จะอ่อนค่าลงกว่าประมาณการ

“ยอมรับว่าเมื่อทรัมป์มา เราต้องทบทวนประมาณการทุกอย่างใหม่หมด และเชื่อว่าแม้แต่ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เองก็ต้องทบทวนในเรื่องการขึ้นดอกเบี้ย เพราะนโยบายทรัมป์ไม่สนการค้าโลก จะขึ้นภาษีนำเข้าซึ่งทำให้เงินเฟ้อเร่งขึ้น และเฟดอาจชะลอขึ้นดอกเบี้ย เพื่อรอให้ฝุ่นหายตลบก่อน จึงจะพิจารณาความเหมาะสม” กอบสิทธิ์ กล่าว

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คงไม่พูดว่านโยบายที่ทรัมป์ได้หาเสียงไว้นั้นเป็นนโยบายที่ถูกหรือผิด แต่อยากให้ติดตามว่าจะมีการดำเนินการตามที่หาเสียงไว้หรือไม่ ทิศทางเป็นอย่างไร อะไรทำจริงหรือไม่ เพราะขณะนี้ท่าทีกับบางนโยบายก็เปลี่ยนไป นโยบายโอบามาแคร์ ที่มีคนรายได้น้อยใช้อยู่มากก็อาจไม่มีการยกเลิก รวมถึงนโยบายการแก้ไขภาวะโลกร้อน (Climate Change) ที่ทรัมป์เคยหาเสียงว่าจะไม่สนับสนุน พอถึงเวลาจริงๆ บทบาทของสหรัฐตรงนี้ก็อาจยังคงความเป็นผู้นำและร่วมกับสังคมโลก

“ทรัมป์เป็นคนที่ฉลาด เป็นนักธุรกิจ เขารู้ว่าอะไรเดินได้ เดินไม่ได้ ผมว่าเขาไม่ใช่คนที่จะเอาหัวชนกำแพง ไม่เดินนโยบายสุดโต่งเกินไป” สมคิด กล่าว

สมคิด กล่าวว่า ในด้านนโยบายเศรษฐกิจนั้นต้องจับตาในหลายนโยบาย ในส่วนของนโยบายต่อข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) ในส่วนนี้ประเทศไทยก็เตรียมความพร้อมไว้ตลอด หากประธานาธิบดีคนใหม่เดินหน้ากรอบทีพีพีต่อ ไทยก็พร้อมที่จะเข้าเป็นสมาชิกทีพีพี แต่หากไม่เดินหน้าต่อก็ไม่เกิดผลกระทบอะไร ก็ต้องดูช่องทางอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ที่สุด เช่น ที่มีอยู่คือกรอบความตกลงพันธมิตรทางการค้าระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งมีจีนเป็นแกนหลัก ซึ่ง RCEP จะทำให้ประเทศในเอเชียเชื่อมโยงและพึ่งมากันมากขึ้น กลายเป็นศูนย์กลางการเติบโตหลักของโลก ซึ่งไทยจะได้ประโยชน์ด้วย

“RCEP จะเกิดประโยชน์กับไทย เพราะข้อกำหนดที่มีการบังคับต่างๆ น้อยกว่า และขณะนี้ตลาดไทยก็พึ่งพาตะวันตกลดลง คือพึ่งสหรัฐและยุโรปแห่งละ 10% หากทีพีพียกเลิกเอเชียจะเกิดการค้ากันเอง และไทยเองจะเน้นในอาเซียนและ CLMV เพื่อเพิ่มการค้าขายในประเทศใกล้เคียง” สมคิด กล่าว

สมคิด กล่าวว่า นอกจากนี้ยังต้องตามนโยบายอื่นๆ เช่น การลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ที่มองว่าจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเติบโตและภาคเอกชนจะให้การสนับสนุน รวมถึงกรณีที่ทรัมป์ระบุว่าจะทุ่มงบประมาณ 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ส่วนนี้ถ้าเกิดขึ้นจริงจะทำให้เศรษฐกิจของสหรัฐกระเตื้องและเป็นการเติบโตสำหรับระยะต่อไปในอนาคตหลังจากไม่ได้ทำมานาน ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโลกด้วย

ทั้งนี้ หากดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจดังกล่าวจะทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจของทรัมป์ จะเป็นการขับเคลื่อนโดยแนวทางใหม่ การขับเคลื่อนแบบใหม่ที่จะไม่เหมือนเดิม ซึ่งต้องศึกษาว่าทีมของเขาจะเป็นใคร มีแนวคิดอย่างไร เทียบ 10 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจประเทศหลักๆ กระตุ้นไม่ขึ้น เช่น ยุโรป ญี่ปุ่น เพราะประเทศเหล่านี้ไม่ใช้นโยบายการคลังเลย จากความเป็นห่วงเรื่องหนี้สาธารณะ แต่ใช้นโยบายลดดอกเบี้ยโดยหวังว่าเอกชนจะเกิดการลงทุน แต่ไม่ได้ผล

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ตามกรอบแนวคิดเดิมอาจจะกังวลว่าแนวทางที่ทรัมป์จะใช้นี้จะทำให้เกิดเงินเฟ้อและก่อหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น เสียวินัยการคลังหรือไม่ แต่เหล่านี้ก็อยู่ที่ภาคประชาชนและกลไกในสหรัฐเองที่ต้องตรวจสอบว่านโยบายจะทำให้จะสูญเสียดุลยภาพหรือไม่ และอยู่ที่ฝีมือการบริหารงานด้วย 

สมคิด กล่าวว่า ส่วนกรณีที่กังวลว่าหากเกิดกรณีการปกป้องตลาดสหรัฐและต่อต้านสินค้าของจีน (Anti China) แล้วจะกระทบกับการค้าการส่งออกของโลกนั้น เชื่อว่าจะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงต้นแต่ไม่ใช่ระยะยาว และไม่ใช่การกีดกันสินค้าจากหลายประเทศ และถ้านโยบายนี้ส่งผลถึงภาคการลงทุนนั้น โดยเฉพาะบริษัทของสหรัฐที่ลงทุนในจีน หากระหว่าง 2 ประเทศมีปัญหากันจริง เชื่อว่าการย้ายการลงทุนก็ต้องมาในแถบอาเซียนซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท