
บิ๊กตู่นัดร้องเพลงสรรเสริญ
นายกฯ ขอเป็นต้นเสียงนัดร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี 22 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล ร่วมกับส่วนราชการทั่วประเทศให้กึกก้องทั่วโลก
นายกฯ ขอเป็นต้นเสียงนัดร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี 22 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล ร่วมกับส่วนราชการทั่วประเทศให้กึกก้องทั่วโลก
พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เห็นชอบให้จัดกิจกรรมในโครงการ “รวมพลังแห่งความภักดี” หนึ่งในนั้นคือ การนัดวันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี พร้อมกันทั่วประเทศและทั่วโลกที่มีคนไทยอาศัยอยู่ในวันอังคารที่ 22 พ.ย.นี้ เวลา 08.00 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นต้นเสียงนำร้องเองพร้อมกับ ครม. ขณะที่ต่างจังหวัดให้จัดตามสถานที่ส่วนราชการสำคัญเพื่อประกาศความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้กึกก้องทั่วโลก
นอกจากนี้ จะเชิญชวนคนไทยร่วมทำดี 3 ด้าน คือ ทำดีด้วยกาย เช่น ร่วมกันทำความสะอาดสถานที่สาธารณประโยชน์ เยี่ยมคนป่วยตามโรงพยาบาล อ่านหนังสือให้คนตาบอด หรือบำเพ็ญกุศลด้วยวาจา คือ ปฏิญาณตนถึงความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และทำดีด้วยใจ คือ การจัดกิจกรรมอธิษฐานสวดมนต์
แผ่เมตตา
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการรอถวายสมัญญานามในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็น “มหาราช” ว่า ต้องเสร็จสิ้นในเรื่องราชพิธีก่อน อย่าคิดทำอะไรเร็วในขณะนี้ต้องรอเวลาที่เหมาะสม ที่สำคัญการจะสร้างอะไร รัฐบาลต้องอนุมัติและทำเรื่องขอไปยังสำนักพระราชวัง เช่น การสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ ที่ต้องผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.)
“วันนี้ ครม.ทำงานให้ประเทศชาติมีความสงบปลอดภัย ทำเรื่องราชพิธีให้ถูกต้องตามโบราณประเพณี เรื่องนี้ทำวันนี้ใช่ว่าจะเสร็จวันนี้ ต้องดูเวลาที่เหมาะสม เพราะทุกคนตั้งใจทำถวายอยู่แล้ว รัฐบาลเองก็คิดมาโดยตลอด” นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับปฏิทินวันสำคัญที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงสามารถกำหนดได้เมื่อมีรัชกาลใหม่ และทุกอย่างเป็นเรื่องของสำนักพระราชวังซึ่งจะกำหนดมา แต่คิดว่าวันสำคัญต่างๆ เกี่ยวกับในหลวง รัชกาลที่ 9 จะยังคงมีอยู่ เพราะพระองค์ทรงทำอะไรเพื่อประเทศไทยไว้มาก เพียงแต่ว่าจะต้องเปลี่ยนหรือเรียกชื่อใหม่ ซึ่งกำลังหารือกันอยู่ ทุกอย่างอยู่ในขั้นตอน อย่าใจร้อน
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ได้เตรียมการขอคืนพื้นที่ท้องสนามหลวงแล้วเพื่อเตรียมสร้างพระเมรุมาศ โดยฝ่าย กทม.ประเมินว่าในช่วงปีใหม่จะมีประชาชนเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพจำนวนมาก จึงขอให้เลยช่วงปีใหม่ไปก่อนจึงจะคืนพื้นที่ แต่ก็ขึ้นกับฝ่ายก่อสร้างว่ามีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด
สำหรับการนำประชาชนจากต่างจังหวัดเข้าถวายสักการะพระบรมศพยังคงจำนวนวันละ 3,000 คนเท่าเดิม โดยทุกหมู่บ้านจะเรียงลำดับกันมา จังหวัดละประมาณ 4 เที่ยว แต่ก็มีผู้เดินทางมาเอง ซึ่งพยายามขอให้ประสานมาทางกระทรวงมหาดไทยเพื่อจะได้จัดลำดับ







