
หวั่นไทยคุมความมั่นคงไซเบอร์
เว็บไซต์ข่าวบัซฟีด รายงานว่า ความเป็นไปได้ที่รัฐบาลไทยจะปรับเปลี่ยนกฎหมายความมั่นคงทางไซเบอร์ หรือพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ซีซีเอ) นั้น จะส่งผลให้รัฐเข้ามาสอดส่องพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศได้ง่ายกว่าเดิม โดยการปรับกฎหมายดังกล่าวอาจเพิ่มแรงกดดันในการแสดงออกทางการเมืองออนไลน์ และอาจทำให้นักเคลื่อนไหวหลายกลุ่มถูกจำคุกได้ง่ายยิ่งขึ้น หากแสดงความเห็นขัดแย้งกับรัฐบาล
เว็บไซต์ข่าวบัซฟีด รายงานว่า ความเป็นไปได้ที่รัฐบาลไทยจะปรับเปลี่ยนกฎหมายความมั่นคงทางไซเบอร์ หรือพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ซีซีเอ) นั้น จะ
ส่งผลให้รัฐเข้ามาสอดส่องพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศได้ง่ายกว่าเดิม โดยการปรับกฎหมายดังกล่าวอาจเพิ่มแรงกดดันในการแสดงออกทางการเมืองออนไลน์ และอาจทำให้นักเคลื่อนไหวหลายกลุ่มถูกจำคุกได้ง่ายยิ่งขึ้น หากแสดงความเห็นขัดแย้งกับรัฐบาล
รายงานตั้งคำถามว่า กฎหมายใหม่ที่เสนอให้มีการปรับเปลี่ยน ควรมุ่งที่การปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์เพียงอย่างเดียวหรือไม่ เช่น การทำเว็บปลอมเพื่อหลอกขโมยข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต (ฟิชชิ่ง) การแฮ็กระบบคอมพิวเตอร์ และการทุจริตในระบบออนไลน์แบงก์กิ้ง หรือการปรับเปลี่ยนดังกล่าวควรมีผลครอบคลุมการกระทำความผิดกรณีหมิ่นประมาทบนโลกออนไลน์ด้วย
แม้จุดประสงค์แรกเริ่มของการปรับกฎหมายดังกล่าวจะมุ่งจัดการกลุ่มขโมยข้อมูลและหลอกลวงเงินจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ต แต่การวิจารณ์ระบบการปกครองของประเทศถือเป็นความผิดในกฎหมาย
ดังกล่าวเช่นกัน ซึ่งทำให้กลุ่มสิทธิมนุษยชนจำนวนมากในประเทศมองว่าเป็นการดำเนินคดีอาญาซ้ำซ้อน
แซท ซาริฟี ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จากองค์การคณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ไอซีเจ) กล่าวว่า การปรับกฎหมายดังกล่าวถือเป็นหายนะสำหรับกลุ่มนักเคลื่อนไหว สื่อมวลชน และรวมถึงนักลงทุนต่างชาติ
ขณะเดียวกัน การปรับเปลี่ยนกฎหมายอาจเป็นการเพิ่มภาระให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหลายแห่ง (ไอเอสพี) ในการรายงานพฤติกรรมของผู้ใช้งานให้แก่รัฐบาล โดยเพิ่มความยุ่งยากในการบริหารจัดการเครือข่าย เนื่องจากทำให้บริษัทไอเอสพีต้องเก็บข้อมูลผู้ใช้ไว้ในระบบนานกว่าปกติ หากรัฐบาลต้องการข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้คนดังกล่าว
นอกจากนี้ กฎหมายดังกล่าวที่เพิ่มอำนาจให้กับเจ้าหน้าที่รัฐบาลในการสอดส่องพฤติกรรมผู้ใช้อาจนำไปสู่การสอดแนมมวลชน ซึ่งเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์ของบุคคลจำนวนมาก นอกเหนือจากการตรวจสอบพฤติกรรมผู้มีแนวโน้มกระทำผิดกฎหมายความมั่นคงทางไซเบอร์ โดยรายงานระบุว่า ในปัจจุบันกฎหมายไทยยังไม่อนุญาตให้มีการสอดแนมมวลชนในประเทศ
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลไทยเคยเสนอให้มีการปรับเปลี่ยนกฎหมายความมั่นคงไซเบอร์ แต่ได้รับเสียงต่อต้านอย่างหนักจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายแห่ง อย่างไรก็ดี การเสนอปรับกฎหมายดังกล่าวครั้งล่าสุดนั้น เกิดขึ้นขณะที่บรรยากาศทางการเมืองในประเทศมีความตึงเครียดมากกว่าปกติ เนื่องจากบุคคลบางกลุ่มออกมาวิจารณ์สถาบันกษัตริย์และรัฐบาล







