"ปู"โวยถูกบิดเบือนเจตนาช่วยชาวนา
"ยิ่งลักษณ์" เสียใจช่วยขายข้าวกลับถูกตีเจตนาเป็นอื่น ยันซื้อกิโลกรัมละ 20 บาท ชาวนาได้กำไร ปชป. เกทับรับซื้อโลละ25บาท
"ยิ่งลักษณ์" เสียใจช่วยขายข้าวกลับถูกตีเจตนาเป็นอื่น ยันซื้อกิโลกรัมละ 20 บาท ชาวนาได้กำไร ปชป. เกทับรับซื้อโลละ25บาท
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความระบุว่า การช่วยขายข้าวให้ชาวนาในราคากิโลกรัมละ 20 บาทนั้น ไม่เคยคิดที่จะกดราคาหรือเอาเปรียบชาวนา ตามที่มีใครพยายามกล่าวอ้างแต่อย่างใด และได้ซื้อข้าวเปลือกในราคากิโลกรัมละ 12 บาท หรือข้าวสาร 20 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ชาวนามีกำไรและพออยู่ได้
ทั้งนี้ ตนเองได้ลดต้นทุนด้วยการไม่ใช้บรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม ขายข้าวตามสภาพ และรับผิดชอบค่าขนส่ง ซึ่งหากคิดเอากำไรหรือผลักภาระส่วนนี้ไปยังผู้ซื้อก็ต้องขายด้วยราคา 25 บาท แต่ไม่ต้องการเช่นนั้น เพื่อให้ผู้ซื้อได้ซื้อข้าวราคาเดียวกับที่ชาวนาขายที่ต่างจังหวัด
"การช่วยกันคนละไม้ละมือในยามที่ชาวนาเดือดร้อน คิดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนพึงกระทำ แม้ปัจจุบันไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้ว ก็ช่วยในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่พอสามารถช่วยเหลือกันได้ แต่กลับถูกตีเจตนาเป็นอย่างอื่น นับเป็นสิ่งที่น่าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง แทนที่จะตั้งคำถามว่าแม้ข้าวราคาถูกแค่ไหน เหตุใดราคาขายไปยังผู้บริโภคยังคงเป็นราคาเดิม ทำไมไม่เอากำไรส่วนนี้คืนให้กับชาวนาหรือ ผู้ซื้อบ้าง กลับมาช่วยกันซาเติมและใช้หลักโทษคนนั้นโทษคนนี้ แล้วจะเกิดประโยชน์อย่างไร" น.ส.ยิ่งลักษณ์ ระบุ
วันเดียวกันที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้แทนส่งมอบข้าวสารที่นายสามารถ มะลูลีม อดีต สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในนามกลุ่มเพื่อนสามารถ รับซื้อโดยตรงจากชาวนาใน จ.พิจิตร ตามโครงการ "รวมใจเพื่อนสามารถช่วยชาวนา"
นายสามารถ กล่าวว่า ข้าวดังกล่าวเป็นข้าวที่รับซื้อโดยตรงจากชาวนา จ.พิจิตร โดยตรงผ่านการประสานงานของนาย นราพัฒน์ แก้วทอง อดีต สส.พิจิตร พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งรวบรวมคำสั่งซื้อจากชาวนาโดยตรงและได้ทำการสีข้าวเอง โดยใช้โรงสีของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง โดยรับซื้อมาทั้งสิ้นจำนวน 12 ตัน ในราคากิโลกรัมละ 25 บาท ซึ่งทางสมาชิกกลุ่มเพื่อนสามารถแจ้งความประสงค์ขอรับซื้อข้าวตรงจากชาวนาเพื่อช่วยเหลือชาวนาในสถานการณ์ปัจจุบันที่ราคาข้าวตกต่ำ
ทั้งนี้ จะขยายพื้นที่การรับซื้อข้าวโดยตรงจากชาวนาใน จ.ร้อยเอ็ด และอุบลราชธานี รวมถึงจังหวัดอื่นๆ ด้วย เนื่องจากโครงการนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพราะยังมีผู้ต้องการซื้อข้าวโดยตรงจากชาวนาอีกเป็นจำนวนมาก ทำให้ชาวนาได้รับเงินจากการขายข้าวเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งจะดำเนินการโครงการนี้จนถึงสิ้นปีนี้


