posttoday
ศึกสนามเล็ก กทม. หน้าเก่านอนมา-หน้าใหม่หืดขึ้นคอ

ศึกสนามเล็ก กทม. หน้าเก่านอนมา-หน้าใหม่หืดขึ้นคอ

27 สิงหาคม 2553

...อาทิตย์ เคนมี

บรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งการเมืองสนามเล็กอย่างกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในช่วงเฮือกสุดท้ายเป็นไปอย่างเข้มข้น ทุกพรรคต่างทุ่มสรรพกำลังเพื่อช่วงชิงเก้าอี้ สก. ทั้ง 61 ที่นั่ง และ สข. อีก 36 เขต ซึ่งในวันที่ 29 ส.ค.นี้ จะเป็นวันชี้ชะตาว่า ใครจะอยู่ใครจะไป

การแข่งขันขับเคี่ยวครั้งนี้ นัยหนึ่งยังเป็นการวัดกระแสนิยมของพรรคการเมือง 2 พรรคใหญ่ โดยพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคเพื่อไทย (พท.) ต่างส่งผู้สมัครเข้าชิงชัยครบทุกเขต ส่วนพรรคการเมืองใหม่ (ก.ม.ม.) ส่งเข้าประกวด 40 เขต เพื่อพิสูจน์ตัวเองก่อนจะลงสนามใหญ่

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปชป. มีความได้เปรียบเหนือคู่แข่งจากพรรคอื่นอยู่หลายขุม เพราะเป็นเจ้าของพื้นที่เดิมถึง 40 ที่นั่ง อีกทั้งยังมีผู้ว่าฯ กทม. และรัฐบาลที่มาจากพรรค ปชป. เป็นแรงหนุนเต็มที่ ขณะที่ พท. ครองพื้นที่เดิมอยู่ 15 ที่นั่ง และสังกัดอิสระอีก 2 ที่นั่ง

ด้วยฐานะอดีตแชมป์เก่าที่ลงพื้นที่ทำงานคลุกคลีอยู่ในชุมชนมาตลอด ทำให้สั่งสมบารมีมาเป็นเวลานาน และมีผลอย่างมากต่อฐานคะแนนเสียงเลือกตั้ง เพราะยิ่งแก่พรรษาก็ยิ่งหนังเหนียว เคี้ยวยาก ดังนั้นโอกาสที่ผู้สมัครหน้าใหม่จะขึ้นมาเลื่อยขาเก้าอี้จึงเป็นไปได้ค่อนข้างน้อย

โอกาสที่ ปชป. จะนอนมาในหลายพื้นที่เขต แต่ก็ใช่ว่าจะฝ่าด่านเข้าไปได้โดยง่าย ยังมีตัวแปรอื่นๆ ที่มีผลต่อการตัดสินใจหย่อนบัตรของประชาชน

ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง สก. สข. จากพรรค ปชป. ให้ความเห็นว่า โดยทั่วไปผลคะแนนเลือกตั้ง สก. มักไม่แกว่งไปจากโผเดิมมากนัก โอกาสเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ยาก แต่ขณะเดียวกันการเข้าไปเจาะไข่แดงในพื้นที่ของคู่แข่งก็เป็นไปได้ยากเช่นกัน ดังนั้นจึงประมาทไม่ได้

ณัฏฐพล แทงหวยไว้ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ปชป.จะกวาดชัยชนะไปได้ประมาณ 40 ที่นั่ง และบวกลบอีก 3 ที่นั่ง เพราะพื้นที่ของผู้สมัคร พท. ส่วนหนึ่งยังมีความเหนียวแน่น ขณะเดียวกันคนของ ปชป. ส่วนหนึ่งได้ย้ายไปสังกัดพรรคอื่นหรือลงสมัครในนามอิสระ ซึ่งมีแบรนด์ของพรรคติดตัวไปด้วย ในบางพื้นที่จึงถือว่าน่าหนักใจและต้องระมัดระวัง

นอกจากนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้สมัครของก.ม.ม. จะเข้ามาตัดคะแนนของ ปชป. แน่นอน เพราะคนที่นิยมชมชอบ กมม. ส่วนหนึ่งก็คือกลุ่มที่ชื่นชอบ ปชป.อยู่เดิม

“บางเขตมีการสำรวจพบว่าเสียงแตก ทางพรรคจะปรับยุทธศาสตร์เข้าหาประชาชนเชิงรุกมากขึ้น พยายามไม่จุดกระแสต่อต้านคนเสื้อแดง เพราะไม่ต้องการสร้างความแตกแยก” เขากล่าว

ณัฏฐพล มองว่า กระแสความนิยมของพรรคมีส่วนสำคัญต่อการตัดสินใจของประชาชน ประกอบกับผู้สมัครของพรรคได้ผ่านกระบวนการกลั่นกรองเลือกเฟ้นมาหลายขั้นตอน เน้นบุคคลที่มีคุณภาพและมีผลงานเป็นที่ยอมรับ จึงเชื่อว่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

ส่วนที่มีข้อกังวลว่า หากคนของ ปชป.เข้าไปเป็นเสียงข้างมากในสภา กทม. จะทำให้ระบบการตรวจสอบถ่วงดุลอ่อนแอลงนั้น ณัฏฐพล ปฏิเสธว่า ไม่จริง ตรงกันข้ามสก.ปชป.กลับมีการตรวจสอบเข้มข้นยิ่งกว่าพรรคฝ่ายค้าน ยืนยันว่าจะไม่มีการโอนอ่อนตามฝ่ายบริหารอย่างแน่นอน

ขณะที่ วิชาญ มีนชัยนันท์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง สก. สข. จาก พท. ระบุว่าสก.ของพรรคมีบทบาทตรวจสอบฝ่ายบริหารของ กทม. อย่างมาก หากประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่เพียงพอ จะทำให้ตัดสินใจเลือก สก.ฝั่ง พท. เพื่อเข้าไปผลักดันการทำงานให้มีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

เขาบอกว่า ผลคะแนนเลือกตั้ง สข. 14 เขตในช่วงก่อนหน้านี้ที่พลาดชัยชนะในหลายเขต เพราะรัฐบาลพยายามชี้นำว่าการเผาบ้านเผาเมืองของคนเสื้อแดงเชื่อมโยงกับ พท. แต่หลังจากนี้ประชาชนเริ่มหายจากอาการมึนเมาข้อมูลข่าวสารที่ถูกปล่อยออกมาจากฝ่ายรัฐบาล จึงเชื่อว่าผลคะแนนเลือกตั้งในรอบนี้จะดีขึ้นกว่าครั้งก่อน

ด้าน พิเชฐ พัฒนโชติ ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง สก. สข. ก.ม.ม. กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า ทางพรรคไม่ขอปฏิเสธว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพราะพรรคถือกำเนิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มพันธมิตรฯ โดยตรง

พิเชฐ ยืนยันว่า การส่งผู้สมัครเข้าชิงครั้งนี้ไม่มีฮั้วกับพรรคหนึ่งพรรคใดแน่นอน ที่ผ่านมาแม้จะถอนตัวจากการแข่งกับ พนิชวิกิตเศรษฐ์ และก่อแก้ว พิกุลทอง ในสนามเลือกตั้ง สส. เขต 6 เป็นเหตุผลส่วนตัวของผู้สมัครเอง

“การเลือกตั้ง สก. ครั้งนี้หากพรรคชนะเลือกตั้งได้สัก 5 ที่นั่ง ก็ถือว่าไม่น้อย และจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับการเมืองไทยได้” เขากล่าว

นักวิชาการอย่าง อรทัย ก๊กผล ผู้อำนวยการวิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า วิเคราะห์ว่า ผู้สมัครที่เป็นเจ้าของพื้นที่เดิมจะยังมีโอกาสได้รับชัยชนะสูงกว่าผู้สมัครพรรคอื่นและผู้สมัครอิสระ แต่ก็เป็นความท้าทายว่าผู้สมัครหน้าใหม่จะสามารถแทรกตัวเข้ามาได้หรือไม่ เพราะคะแนนแพ้ชนะในบางเขตอาจเฉือนกันเพียงแค่หลักร้อยเท่านั้น

อาจารย์อรทัย มองว่า ผลการเลือกตั้งสก. สข.ครั้งนี้ แม้จะสะท้อนถึงกระแสความนิยมของพรรคการเมืองและอาจส่งผลไปถึงการเลือกตั้ง สส. แต่ก็ไม่อาจเป็นตัวชี้วัดทั้งหมดได้ เหตุเพราะการเมืองไทยสามารถเปลี่ยนแปลงได้อยู่ตลอดเวลา ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต

สิ่งสำคัญเหนืออื่นใดคือ เมื่อ สก. ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เข้าไปนั่งในสภา กทม. แล้ว ขอให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง