
2ก.ย.ชี้ชะตาก่อสร้างมาบตาพุด
ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีฟ้องบอร์ดสิ่งแวดล้อมเอื้อ 76 โครงการ มาบตาพุด 2 ก.ย.ศาลปกครองกลางนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 2 ก.ย. คดีสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและพวกรวม 43 คน ยื่นฟ้องคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติและพวก กรณีกระทำการมิชอบออกใบอนุญาตให้ 76 โครงการ ลงทุนในพื้นที่มาบตาพุดบ้านฉาง และบริเวณใกล้เคียงใน จ.ระยอง เป็นเหตุให้ประชาชนในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อน ก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับโครงการก่อสร้างทั้งหมด ก่อนที่ศาลปกครองสูงสุดจะอนุญาตให้โครงการบางส่วนดำเนินการต่อไปได้นายบัญญัติ วิสุทธิมรรค อัยการอาวุโส แสดงความมั่นใจหลังจากศาลปกครองกลางดำเนินการไต่สวนพยานคดีมาบตาพุดแล้ว ฝ่ายผู้ถูกร้องต้องมีข้อมูลที่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะทำให้เห็นว่าทั้ง 76 โครงการ ลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตของประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง อีกทั้งเป็นโครงการที่อยู่ในระบบปิดที่มีการควบคุมให้เป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรม หากในอนาคตมีการกำหนดหลักเกณฑ์เรื่องผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) ออกมาแล้วเห็นว่าโครงการใดควรปฏิบัติตาม ก็แยกดำเนินการได้เป็นรายโครงการอัยการอาวุโส
ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีฟ้องบอร์ดสิ่งแวดล้อมเอื้อ 76 โครงการ มาบตาพุด 2 ก.ย.
ศาลปกครองกลางนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 2 ก.ย. คดีสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและพวกรวม 43 คน ยื่นฟ้องคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติและพวก กรณีกระทำการมิชอบออกใบอนุญาตให้ 76 โครงการ ลงทุนในพื้นที่มาบตาพุดบ้านฉาง และบริเวณใกล้เคียงใน จ.ระยอง เป็นเหตุให้ประชาชนในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อน
ก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับโครงการก่อสร้างทั้งหมด ก่อนที่ศาลปกครองสูงสุดจะอนุญาตให้โครงการบางส่วนดำเนินการต่อไปได้
นายบัญญัติ วิสุทธิมรรค อัยการอาวุโส แสดงความมั่นใจหลังจากศาลปกครองกลางดำเนินการไต่สวนพยานคดีมาบตาพุดแล้ว ฝ่ายผู้ถูกร้องต้องมีข้อมูลที่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะทำให้เห็นว่าทั้ง 76 โครงการ ลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตของประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง อีกทั้งเป็นโครงการที่อยู่ในระบบปิดที่มีการควบคุมให้เป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรม หากในอนาคตมีการกำหนดหลักเกณฑ์เรื่องผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) ออกมาแล้วเห็นว่าโครงการใดควรปฏิบัติตาม ก็แยกดำเนินการได้เป็นรายโครงการ
อัยการอาวุโส กล่าวว่า โครงการทั้งหมดมีมูลค่าการลงทุนราว 3 แสนล้านบาท หากเดินหน้าต่อไม่ได้จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมประเภทกิจการลงทุนที่ไม่ได้อยู่ในมาบตาพุด และอาจเข้าข่ายต้องปฏิบัติตามร่างประเภทโครงการ หรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง เพื่อเตรียมหามาตรการรองรับ ป้องกันไม่ให้กิจการดังกล่าวได้รับผลกระทบ โดยคาดว่าประกาศประเภทกิจการรุนแรงจะนำเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า หลังจากนั้นน่าจะสามารถประกาศออกมาได้
นายสมเกียรติ ภู่ธงชัยฤทธิ์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กล่าวว่า กิจการในส่วนที่กพร.รับผิดชอบและเป็นโครงการที่เข้าข่ายกิจการรุนแรง คือ เหมืองแร่เหล็ก ตะกั่ว ทองคำ เหมืองแร่ในทะเล ซึ่งยอมรับว่าเอกชนมีข้อกังวลว่ากิจการบางอย่างที่ได้ใบอนุมัติ อนุญาตประทานบัตร ไปแล้วหลังรัฐธรรมนูญปี 2550 มีผลบังคับใช้ เพราะหากเข้าข่ายกิจการรุนแรงจะต้องเข้าสู่กระบวนการทำเฮชไอเอ โดยมีคำถามตามมาว่าจะต้องหยุดกิจการชั่วคราวหรือไม่ ประเด็นเหล่านี้จะต้องทำให้เกิดความชัดเจน
ศาลปกครองกลางนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 2 ก.ย. คดีสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและพวกรวม 43 คน ยื่นฟ้องคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติและพวก กรณีกระทำการมิชอบออกใบอนุญาตให้ 76 โครงการ ลงทุนในพื้นที่มาบตาพุดบ้านฉาง และบริเวณใกล้เคียงใน จ.ระยอง เป็นเหตุให้ประชาชนในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อน
ก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับโครงการก่อสร้างทั้งหมด ก่อนที่ศาลปกครองสูงสุดจะอนุญาตให้โครงการบางส่วนดำเนินการต่อไปได้
นายบัญญัติ วิสุทธิมรรค อัยการอาวุโส แสดงความมั่นใจหลังจากศาลปกครองกลางดำเนินการไต่สวนพยานคดีมาบตาพุดแล้ว ฝ่ายผู้ถูกร้องต้องมีข้อมูลที่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะทำให้เห็นว่าทั้ง 76 โครงการ ลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตของประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง อีกทั้งเป็นโครงการที่อยู่ในระบบปิดที่มีการควบคุมให้เป็นไปตามมาตรฐานอุตสาหกรรม หากในอนาคตมีการกำหนดหลักเกณฑ์เรื่องผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) ออกมาแล้วเห็นว่าโครงการใดควรปฏิบัติตาม ก็แยกดำเนินการได้เป็นรายโครงการ
อัยการอาวุโส กล่าวว่า โครงการทั้งหมดมีมูลค่าการลงทุนราว 3 แสนล้านบาท หากเดินหน้าต่อไม่ได้จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมประเภทกิจการลงทุนที่ไม่ได้อยู่ในมาบตาพุด และอาจเข้าข่ายต้องปฏิบัติตามร่างประเภทโครงการ หรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง เพื่อเตรียมหามาตรการรองรับ ป้องกันไม่ให้กิจการดังกล่าวได้รับผลกระทบ โดยคาดว่าประกาศประเภทกิจการรุนแรงจะนำเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า หลังจากนั้นน่าจะสามารถประกาศออกมาได้
นายสมเกียรติ ภู่ธงชัยฤทธิ์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กล่าวว่า กิจการในส่วนที่กพร.รับผิดชอบและเป็นโครงการที่เข้าข่ายกิจการรุนแรง คือ เหมืองแร่เหล็ก ตะกั่ว ทองคำ เหมืองแร่ในทะเล ซึ่งยอมรับว่าเอกชนมีข้อกังวลว่ากิจการบางอย่างที่ได้ใบอนุมัติ อนุญาตประทานบัตร ไปแล้วหลังรัฐธรรมนูญปี 2550 มีผลบังคับใช้ เพราะหากเข้าข่ายกิจการรุนแรงจะต้องเข้าสู่กระบวนการทำเฮชไอเอ โดยมีคำถามตามมาว่าจะต้องหยุดกิจการชั่วคราวหรือไม่ ประเด็นเหล่านี้จะต้องทำให้เกิดความชัดเจน







