posttoday

วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดนักเจรจาและปฏิบัติ

13 พฤศจิกายน 2559

ชื่อของ “วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์” ปลัดกระทรวงพาณิชย์คนที่28 ในรายชื่อทำเนียบกระทรวงกระทรวงพาณิชย์

โดย...อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุล

ชื่อของ “วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์” ปลัดกระทรวงพาณิชย์คนที่28 ในรายชื่อทำเนียบกระทรวงกระทรวงพาณิชย์ และยังเป็นปลัดหญิงคนที่ 4 ติดต่อกัน ซึ่งตลอดระยะเวลาทำงานในตำแหน่งข้าราชการ 37 ปี ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ต้องฝ่าฟันการทำงานด้วยความพากเพียรพยายาม และพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ กว่าที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ จาก จ.สมุทรสาคร จะก้าวขึ้นมาสู่จุดสูงสุดของอาชีพข้าราชการ

“แม้เกิดที่กรุงเทพฯ แต่บ้านจริงๆ อยู่ที่มหาชัย จ.สมุทรสาคร ซึ่งครอบครัวประกอบอาชีพประมงและทำปั๊มน้ำมันเรือประมงแถวนั้น สมัยก่อนก่อนเวลาไปโรงเรียนจะต้องตื่นแต่เช้าและคุณแม่ก็จะพายเรือไปส่งเรียนหนังสืออยู่ต่างจังหวัดจนมาถึง ป.4 ก็ได้ย้ายมาเรียนที่กรุงเทพฯ” วิบูลย์ลักษณ์ เล่าย้อนเรื่องราวสมัยเด็กให้ฟัง

ตอนย้ายมาเรียน ป.4 ที่กรุงเทพฯ ถูกส่งไปเรียนประจำที่โรงเรียนราชินีบน จึงถูกหล่อหลอมให้เป็นคนมีระเบียบวินัยสามารถดูแลตัวเองได้ และนำมาใช้ในการทำงานจนถึงปัจจุบัน

วิบูลย์ลักษณ์ เล่าว่า จริงๆแล้วตั้งแต่เริ่มแรกไม่ได้คิดว่าจะทำอาชีพรับราชการ เพราะครอบครัวทำการค้า แต่ในช่วงที่เรียนหนังสือ บ้านที่อาศัยอยู่แวดล้อมไปด้วยข้าราชการ มีแบบอย่างให้เห็นจากคุณลุงที่รับราชการทหาร ซึ่งเป็นทหารรับใช้ชาติ เรียกได้ว่าเป็นแบบอย่างการทำงานของครอบครัว เพราะเป็นข้าราชการที่ซื่อสัตย์ สุจริต เป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ถือเป็นการปลูกฝังทำงานในอาชีพข้าราชการให้กับเราตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

สำหรับเส้นทางการเข้ามารับราชการของวิบูลย์ลักษณ์ เริ่มต้นจากข้าราชการระดับซีเล็กๆ โดยเมื่อเรียนจบจากโรงเรียนราชินีบน ก็มาเรียนต่อที่โรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์ ช่วงสอบเข้ามหาวิทยาลัย เอนทรานซ์ไม่ติด ได้มาเรียนต่อที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

“หลังจากเรียนรามคำแหงจบ เพื่อนสนิทได้ชวนมาสอบข้าราชการด้วยกัน เลยมาสมัครเป็นเพื่อน ทั้งๆ ที่จริงแล้วเป้าหมายอยากทำงานเอกชนในช่วงแรก แต่ปรากฏว่าสอบติดข้าราชการ จึงเข้ารับราชการตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยเรียนปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ควบคู่ไปด้วย” วิบูลย์ลักษณ์ ระบุ

ทั้งนี้ แม้ว่างานในอาชีพข้าราชการแรกเริ่มจะเริ่มต้นจากงานด้านเจรจาการค้า โดยได้บรรจุมาอยู่ที่กรมเศรษฐกิจการพาณิชย์ แต่ด้วยงานของกระทรวงพาณิชย์ที่ครอบคลุมการค้าขายทั้งภายในและต่างประเทศ จึงได้มีโอกาสคลุกคลีกับงานด้านสินค้าเกษตรอย่างต่อเนื่อง

“กรมเศรษฐกิจการพาณิชย์คือ กรมแรกที่เข้ามาทำงานในตำแหน่งข้าราชการ แม้ว่าจะจบจากสายการคลังมา แต่ก็อยากทำงานที่กระทรวงพาณิชย์เพราะดูเป็นธุรกิจ เนื่องจากใจหนึ่งอยากทำงานภาคเอกชน จึงมาอยู่ที่กรมนี้ ซึ่งเป็นกรมยุทธศาสตร์ของกระทรวงพาณิชย์ โดยทำในกองวิจัยสินค้าและบริการ และไม่น่าเชื่อว่าตั้งแต่ปี 2522 ประเทศไทยจะมีการทำวิจัยสินค้าและบริการ งานที่รับผิดชอบ ขณะนั้นดูแลเรื่องงานบริการด้านการขนส่ง ทำวิจัยเกี่ยวกับบริการด้านการขนส่งทางรถไฟ การขนส่งทางเรือ การขนส่งระหว่างประเทศ ซึ่งต้นทางก็คือสินค้าเกษตร” วิบูลย์ลักษณ์ กล่าว

จากงานที่ต้องทำวิจัยในกองที่ประจำการอยู่ ประกอบกับการเรียนต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำให้งานเริ่มแรกไม่หนีไปจากการออกไปสำรวจตลาด และการทำวิจัยก็ไม่พ้นสินค้าเกษตร เนื่องจากได้รับทำวิจัยให้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ด้วย ซึ่งจะลงพื้นที่ไปสัมภาษณ์ตามบ้านเลขที่ได้รับมา ทำให้สัมผัสเกษตรกรตั้งแต่จนสุดไปถึงรวยสุด โดยเกษตรกรจนสุดคือนั่งเรือพาย ปลูกข้าวกินเอง ไม่ได้ค้าขาย เป็นต้น ขณะนั้นเกิดความสงสัยเหมือนกันว่าอยู่ได้อย่างไร แต่ชาวนากลุ่มนั้นก็อยู่อย่างมีความสุข นั่นคือต้นแบบที่เห็น

หลังจากที่ทำงานกับกรมเศรษฐกิจการพาณิชย์ 5 ปี และเรียนจบจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิบูลย์ลักษณ์ เกิดมุมมองขึ้นใหม่ว่าอนาคตหากหยุดแค่นี้คงไม่ได้ เพราะการทำงานให้กรมเศรษฐกิจการพาณิชย์คือ งานด้านเจรจาการค้าระหว่างประเทศ แต่การจะเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้คือ ต้องเก่งภาษาอังกฤษ ดังนั้นจึงได้ขออนุญาตพักงานข้าราชการชั่วคราวและตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ ที่มหาวิทยาลัยในสหรัฐ โดยใช้ระยะเวลา 1 ปี ก็เรียนจบ

“ในระหว่างการเรียนที่สหรัฐ 1 ปี ได้มีโอกาสทำงานวิจัยและทำโปรเจกต์ให้กับคนอเมริกันที่ตกงานคือ การเขียนโครงการช่วยให้กลุ่มคนเหล่านี้มีธุรกิจ ลักษณะคล้ายกับการเข้ามาช่วยเหลือเอสเอ็มอีของไทย ที่จะทำอย่างไรให้คนกลุ่มนี้มีธุรกิจเล็กๆ ขึ้นมาได้ ปรากฏว่าเปเปอร์ที่ทำได้รับรางวัล เพราะสามารถนำสิ่งที่คิดจากเปเปอร์ไปทำธุรกิจได้จริง จึงเห็นได้ว่าไม่ใช่แค่ไทยที่มีปัญหา แต่คนอเมริกันก็มีปัญหาตกงาน ไม่มีรายได้เช่นกัน” วิบูลย์ลักษณ์ อธิบาย

หลังจากเรียนจบที่สหรัฐก็เดินทางกลับไทยเพื่อมารับราชการต่อบรรจุในกองพหุภาคี กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เนื่องจากช่วงเวลานั้นไทยเริ่มเข้าเป็นภาคีของ GATT ในปี 2538

“เรียนจบก็กลับมาไทยรับราชการต่อ ซึ่งได้ลงที่กองพหุภาคี เพราะไทยเริ่มเข้าเป็นภาคีของ GATT ได้ทำงานเรื่องการเจรจาการค้าเสรีรอบอุรุกวัยราวด์ ซึ่งเป็นการเจรจารอบใหญ่ก่อนที่ GATT จะเปลี่ยนมาเป็นองค์การการค้าโลก (WTO) ปี 2538 จนถึงปัจจุบัน ขณะนั้นรับผิดชอบเจรจาเรื่องสินค้าเกษตรที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ จนมาถึงปี 2540 ได้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งก็กลับมาไทย โดยในช่วงที่ทำงานเจรจาอยู่ที่เจนีวาในระดับเลขา จากข้าราชการซี 5 ก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นข้าราชการซี 8”

ประสบการณ์จากการทำงานด้านการเจรจาการค้าสินค้าเกษตรในช่วงที่ประจำอยู่เจนีวา ยิ่งทำให้ วิบูลย์ลักษณ์คลุกคลีกับสินค้าเกษตรมากยิ่งขึ้น

“ช่วงนั้น WTO มีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดกติกาของโลกและเงื่อนไขใหม่ๆ พอเรากลับมาก็ต้องชี้แจงข้อตกลงที่ไปตกลงมาว่าเป็นอย่างไร สมัยก่อนจะมีการประท้วงว่าทำไมไทยต้องไปเปิดตลาดหอม กระเทียม ปาล์มน้ำมัน ก็ต้องเจอเกษตรกร และอธิบายให้เกษตรกรเข้าใจ”

อย่างไรก็ตาม การที่ได้ทำงานเกี่ยวข้องกับงานด้านเจรจาการค้าระหว่างประเทศก่อน วิบูลย์ลักษณ์ มองว่า เป็นข้อดี เพราะทำให้เป็นคนมองภาพกว้างในเรื่องของการค้า ซึ่งงานด้านการค้าต้องมองภาพกว้างและค่อยลงรายละเอียดในประเด็นต่างๆ ว่าใครมีความรู้ความชำนาญตรงจุดไหนก็ทำจุดนั้น ซึ่งเป็นนโยบายของผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ในสมัยนั้น ที่ต้องการให้คนเข้ามาทำงานกระทรวงพาณิชย์เห็นภาพใหญ่ รู้จักกฎกติกา ถึงจะมาลงรายละเอียดในหลายๆ เรื่องได้

หลังจากผ่านงานด้านเจรจาการค้าระหว่างประเทศมาอย่างโชกโชน วิบูลย์ลักษณ์ ก็เข้ามารับอีกบทบาทคือ การเป็นรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา (ทป.) เป็นระยะเวลาถึง 5 ปี ซึ่งในช่วงที่ถูกโยกมาทำ ทป. ขณะนี้ไทยกำลังมีการเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับสหรัฐ

“5 ปี ที่ทำงานในกรมทรัพย์สินทางปัญญาถือว่าสนุกมาก ตอนนั้นไทยเริ่มเจรจาเอฟทีเอสหรัฐ ประเด็นสำคัญที่หลายฝ่ายเป็นห่วงคือ เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา จึงได้เข้าไปช่วยเจรจาเรื่องนี้กับสหรัฐ”

วิบูลย์ลักษณ์ กล่าวว่า หลังจากนั้นได้มีโอกาสเป็นรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) 1 ปี และมาเป็นรองอธิบดีกรมการค้าภายใน 3 เดือน เป็นที่ปรึกษาการพาณิชย์ 2 ปี ถึงมาเป็นอธิบดีกรมการค้าภายในช่วงปี 2555-2556 และจึงเป็นเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกที่เจนีวา 2 ปี ก่อนกลับมาเป็นอธิบดีกรมการค้าภายใน และขึ้นเป็นปลัดกระทรวงพาณิชย์ ตามลำดับ

สำหรับการขับเคลื่อนกระทรวงพาณิชย์ในตำแหน่งปลัดกระทรวงพาณิชย์ หลังจากที่ได้คลุกคลีกับงานหลากหลายกรมที่รับผิดชอบมาอย่างยาวนาน วิบูลย์ลักษณ์ บอกว่า การทำงานของกระทรวงพาณิชย์ต้องมองภาพกว้างในเชิงยุทธศาสตร์และลงรายละเอียด เพราะกระทรวงพาณิชย์ดูแลทั้งงานด้านการค้าระหว่างประเทศและในประเทศ โดยงานระหว่างประเทศเป็นอะไรที่กำหนดเองไม่ได้ แต่สามารถมองอนาคตได้ว่าแต่ละกรมจะมีบทบาทการทำงานไปในเรื่องใดและขับเคลื่อนให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติได้

“ตอนทำงานที่กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ การทำงานจะเป็นนักวิชาการกึ่งนักเจรจา ชาวบ้านเรียกว่าหอคอย แต่พอได้มาทำกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเป็นนักวิชาการและนักปฏิบัติ เพราะทรัพย์สินทางปัญญาเป็นอะไรที่จับต้องไม่ได้ แต่ต้องปฏิบัติให้ได้ เป็นเรื่องใหม่ของคนไทย แต่เป็นอนาคต อย่างถ้าบอกว่าอยู่กรมเจรจาการค้าฯ เป็นกรมยุทธศาสตร์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ก็ต้องเป็นกรมอนาคตของประเทศไทย เพราะทุกอย่างเดินหน้าด้วยนวัตกรรม”

วิบูลย์ลักษณ์ ทิ้งท้ายว่า ผลงานที่ภูมิใจมากสุดและเป็นเกียรติในชีวิตคือ การร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการประสานงานร่วมกับองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ถวายรางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญา (WIPO Global Leaders Award) แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นนักประดิษฐ์ ทรงมีบทบาทในการส่งเสริมการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา ทรงประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อการพัฒนาชุมชนในชนบทของไทยให้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เช่น กังหันน้ำชัยพัฒนา และเทคโนโลยีการทำฝนเทียม

“ถือเป็นความภาคภูมิใจและได้ร่วมกับ WIPO เข้าไปทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญรางวัลดังกล่าว ณ วังไกลกังวล ซึ่งพระองค์ท่านเป็นต้นแบบของนักคิดนักพัฒนา และผลงานสิทธิบัตรทั้งหมด พระองค์ท่านมิได้ใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ แต่อนุญาตให้ใช้สิทธิในการแก้ไขปัญหาเกษตรกับคนไทยทุกคนและต่างชาติที่มีปัญหาภัยแล้ง ปัญหาดิน โดยล่าสุดประเทศแอฟริกามาขอใช้สิทธิบัตรฝนหลวงในการปรับปรุงแก้ไขภาคการเกษตรกรรม”

วันนี้ปลัดหญิงแห่งกระทรวงพาณิชย์ วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ พร้อมแล้วที่จะใช้ประสบการณ์ของการเป็นนักเจรจาระดับโลก ควบคู่กับการลงมือปฏิบัติเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

อธิปไตยทางเทคโนโลยี DeepSeek V4 ใช้ชิป Huawei จ่อเปิดตัวเร็วนี้