posttoday
เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (72)

เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (72)

13 พฤศจิกายน 2559

ในระยะหลังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงติดพระราชภารกิจต่างๆ และทรงพระประชวร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

โดย...วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย

ในระยะหลังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงติดพระราชภารกิจต่างๆ และทรงพระประชวร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ก็ทรงงานติดต่อจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และกราบบังคลทูลถวายรายงานเป็นระยะๆ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง เนื่องจากงานส่วนหนึ่งเป็นโครงการที่มูลนิธิชัยพัฒนามีอยู่เดิมแล้วทำต่อเนื่อง โดยมีการขยายผลเป็นโครงการใหม่ๆ ซึ่งมีอยู่มากมาย

หลักคิดของมูลนิธิชัยพัฒนาคือ ไม่คิดเรื่องกำไรก่อน หรือคิดว่าทำอย่างนี้เพื่อให้ได้กำไร แต่ก็จะหาวิธีแก้ไขปัญหาก่อน โดยให้ได้มูลค่าเพิ่มจากการแก้ปัญหาด้วย รวมถึงอย่าคิดเพียงด้านเดียว คือพอแก้ไขเสร็จแล้วควรต้องมีการติดตามด้วยว่าจะเกิดปัญหาอะไรต่อไปหรือไม่ ไม่ใช่ว่าแก้ปัญหาให้หมดหน้าที่แล้วก็หยุดเพียงเท่านี้ เป็นจุดอ่อนที่ต้องแก้ไข โดยต้องบูรณาการแก้ไขปัญหาให้เบ็ดเสร็จ

งานของมูลนิธิชัยพัฒนาจึงเป็นธุรกิจเชิงสังคม คือจะต้องนึกถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง พอสำเร็จแล้วจึงจะนึกถึงผลกำไร ถ้าหากมัวนึกถึงผลกำไรก่อนประชาชนก็จะไม่ได้อะไรเลย

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จะทรงงานด้วยความละเอียดและพิถีพิถันในทุกขั้นตอนของกระบวนการดำเนินงาน อาทิ ทรงย้ำว่าของที่แจกให้ประชาชนต้องเป็นประโยชน์และตรงความต้องการของผู้รับจริงๆ ของแจกของเราจึงมีแม้กระทั่งหมากพลู หรือบ้านไหนมีเด็กอ่อนก็จะมีนมผงและผ้าอ้อม ซึ่งสะท้อนถึงความละเอียดอ่อนและความใส่พระราชหฤทัย การทรงงานทุกเรื่องของพระองค์มีการศึกษาข้อมูลและปัญหาตั้งแต่ต้นเหตุจนถึงปลายเหตุ และทรงวางแผนอย่างละเอียดรัดกุม

เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (72)

 

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงรอบคอบมาก พระองค์จะทรงระมัดระวังทุกอย่างมาก ทุกย่างก้าวที่จะทรงทำอะไรนั้น จะทรงระมัดระวังไม่ให้เกิดผลกระทบในสิ่งที่ไม่พึงจะให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประชาชน และในระยะหลังที่ทรงงานมูลนิธิชัยพัฒนาก็เห็นได้ว่าพระองค์ทรงระมัดระวังมาก  โดยเฉพาะเรื่องการเงิน ทรงคิดและพิจารณาทุกอย่างรอบคอบมาก

ในส่วนของความรอบรู้ของพระองค์นั้นเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก เพราะมาจากประสบการณ์ตรงของพระองค์เอง ถ้าหากดูข่าวในพระราชสำนัก จะเห็นว่าพระองค์เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมเยือนประเทศนั้นประเทศนี้ ก็จะเห็นได้ว่าการเสด็จฯ ไปประเทศต่างๆ ไม่มีวันไหนที่จะทรงว่างไปเที่ยวเล่นแบบที่ใครๆ ไปกัน หากทุกอย่างเป็นการศึกษาเรียนรู้หมด ตั้งแต่ทอดพระเนตรพิพิธภัณฑ์สถานศึกษาและสถานีวิจัย  จนถึงโครงการและโรงงานต่างๆ พระองค์จะทรงจดบันทึกไว้หมด จึงทรงมีความรู้อย่างมากมายมหาศาล ทั้งงานมหาวิทยาลัย งานเอกชน งานการพัฒนาประเทศของแต่ละประเทศ พร้อมทั้งทรงเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ แล้วทรงคัดสิ่งที่ดีที่สุดนำกลับมาใช้ในประเทศไทยเรา ดังนั้น เรื่องการรอบรู้ของพระองค์จะรอบรู้ทุกด้าน ทุกศาสตร์ ทุกแขนง จึงเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก

ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี เล่าถึงการทรงงานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ว่า หลักการทรงงานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ มีลักษณะการทรงงานอย่างเป็นระบบครบวงจร หากทรงริเริ่มงานใดแล้ว จะทรงติดตามอย่างต่อเนื่องและไม่ทรงหยุดกลางคัน

ยกตัวอย่างเช่น การพระราชทานความช่วยเหลือราษฎรที่เจ็บป่วย ไม่ว่าจะเสด็จฯ ไปที่ไหนจะมีหน่วยแพทย์พระราชทานตามเสด็จด้วย เวลาที่จะพระราชทานความช่วยเหลือให้กับคนไข้รายใดรายหนึ่ง  ถ้าเป็นเด็กจะรับสั่งถามว่า “เมื่อเจ็บป่วยมีผลกระทบกับการศึกษาของเด็กหรือไม่ และจะแก้ไขอย่างไร แล้วจะทำอย่างไรที่จะแก้ไขปัญหาให้หมดไป” คือจะทรงมองภาพรวม ไม่ใช่แค่เฉพาะจุด ถ้าไม่สามารถแก้ไขได้ พระองค์จะทรงหาแนวทางแก้ไขปัญหา และพระราชทานความช่วยเหลืออย่างเป็นระบบครบวงจร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาอีก

เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (72) นพ.เกษม

 

พระองค์ทรงปรับปรุงงานตลอดเวลา เช่น เมื่อราษฎรมารับการตรวจรักษาและขอพระราชทานเป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์ จะทรงพิจารณาถึงระยะเวลาในการรักษา กรณีพิการ ต้องฝึกกายภาพบำบัดที่ไหน อย่างไร และมีอุปกรณ์ช่วยเหลือหรือไม่ ในบางกรณีที่เด็กพิการทั้งแขนและขามีแต่ลำตัวกับศีรษะ ได้พระราชทานทีมผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ออกแบบ ให้สามารถใช้ดินสอโดยใช้ปากจิ้ม ช่วยให้เรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาได้

หลักการทรงงานที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ งานที่ทรงจะต้องอยู่บนพื้นฐานของความรู้และวิชาการที่มั่นคงและแม่นยำ ฉะนั้นจะมีผู้ใหญ่ในกระทรวงต่างๆ ที่เกษียณอายุราชการแล้ว หรือผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาถวายงาน อย่างเช่น งานอนามัยแม่และเด็กในชนบท พระองค์รับสั่งว่าได้รับคำแนะนำจากดอกเตอร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา มาถวายงานอยู่หลายปี ซึ่งวิธีที่ทรงไปหาความรู้จากทั่วโลกมาใช้ในงานที่ทรงทำอยู่เพื่อไม่ให้พลาด เนื่องจากตั้งอยู่บนฐานความรู้ทางวิชาการ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของภาคเอกชนและภาครัฐ

ในการทรงงาน พระองค์ต้องทรงแน่ใจก่อนว่า “ทรงรู้จริง” โดยทรงปรึกษาหารือผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียด ช่วยให้ทรงมั่นใจว่าการปฏิบัติงานพัฒนาในโครงการต่างๆ ดำเนินไปในทิศทางที่ถูกต้องเหมาะสม

นอกจากนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ยังทรงค้นคว้าด้วยพระองค์เอง ด้วยทรงสำเร็จการศึกษาในหลายสาขาวิชา และทรงพระปรีชาสามารถในการใช้ภาษาต่างประเทศได้หลายภาษาอย่างคล่องแคล่ว เช่น ภาษาฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมัน และจีน พระองค์ทรงเป็นผู้เรียนรู้ตลอดเวลา ยกตัวอย่างภาษาต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันทรงมีพระอาจารย์ถวายภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาจีน และภาษาเยอรมัน เป็นต้น เป็นตัวอย่างที่ดีว่าพระองค์ไม่เคยทรงหยุดนิ่ง ทรงเรียนรู้ตลอดเวลา คนเราต้องเรียนรู้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะมีภาระมากมายแค่ไหน หรืออยู่ในวัยไหนก็ตาม

ทุกครั้งที่พระองค์ทรงงาน ทรงมีสมุดบันทึกและดินสอตลอดเวลา และตอนหลังมีกล้องถ่ายรูปเพิ่มขึ้นมา พระองค์รับสั่งว่า “ถ้าไม่จดแล้วจะจำได้อย่างไร” พระราชดำรัสนี้สำคัญมาก ครั้งหนึ่งรับสั่งว่า “ถ้าไม่ท่องแล้วจะจำได้อย่างไร เพราะเรามีคำว่าจดจำและท่องจำ” นับว่าทรงเป็นแบบอย่างที่ดียิ่งของเด็กและเยาวชนไทย ถ้าเรื่องไหนต้องท่อง ควรท่อง เพื่อจะได้จำได้ เรื่องไหนต้องบันทึก ควรบันทึกเพื่อให้จำได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท