
อเมริกาแตกแยกรุนแรง
การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญครั้งประวัติศาสตร์ที่จบลงอย่างไม่ราบรื่นนัก
การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เมื่อวันที่ 8 พ.ย. ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญครั้งประวัติศาสตร์ที่จบลงอย่างไม่ราบรื่นนัก หลังผ่านช่วงเวลาการหาเสียงเลือกตั้งอันดุเดือด และกระแสข่าวอื้อฉาวมากมายของ 2 ผู้สมัครตัวเต็ง ทั้ง โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน และ ฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งจากพรรคเดโมแครต
ชัยชนะอันเหนือความคาดหมายของทรัมป์ ทำให้ผู้คนจำนวนมากทั่วโลก มองว่า ความไม่แน่นอนครั้งใหม่กำลังเกิดขึ้นมาอีกระลอก เช่นเดียวกับกรณีที่อังกฤษลงประชามติถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) หรือเบร็กซิต ซึ่งสร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลกในขณะนั้น
นอกจากนี้ การเลือกตั้งที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปไม่นาน ยังจุดชนวนความขัดแย้งขึ้นในบรรดาพลเมืองอเมริกัน ที่ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง และไม่ต้องการให้ทรัมป์ ที่กล่าววาทะเหยียดเชื้อชาติ และมีนโยบายไม่ยอมรับผู้อพยพ ขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 45 จนออกมาเดินขบวนประท้วงในหลายรัฐทั่วประเทศ เช่น รัฐแคลิฟอร์เนีย รัฐโอเรกอน รัฐเพนซิลเวเนีย เป็นต้น
ท่ามกลางการประท้วงอันรุนแรง หลายฝ่ายได้ออกมาเรียกร้องให้ชาวอเมริกันเป็นหนึ่งเดียวกัน ขณะที่ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ แสดงความหวังให้การเปลี่ยนผ่านอำนาจสู่ประธานาธิบดีคนใหม่เป็นไปอย่างสันติ







