
แบงก์หนุนเกษตรกรพันธุ์ใหม่
“เงินทุน” เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเป็นกำลังผลักดันให้เกิด “เกษตรกรพันธ์ุใหม่” หรือเกษตรกรรุ่นใหม่ (สมาร์ท ฟาร์มเมอร์)
โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์
“เงินทุน” เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเป็นกำลังผลักดันให้เกิด “เกษตรกรพันธ์ุใหม่” หรือเกษตรกรรุ่นใหม่ (สมาร์ท ฟาร์มเมอร์) ซึ่งรัฐบาลถือว่าเป็นวาระแห่งชาติ จึงได้มอบหมายให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นสถาบันการเงินหลักที่จะสนับสนุนด้านการเงิน โดยที่ผ่านมา ธ.ก.ส.ได้จัดทำโครงการ “สินเชื่อ Smart Farmer” เพื่อให้เงินทุนหมุนเวียนสำหรับกิจการในภาคการเกษตร แต่บทบาทในการให้ความรู้เกษตรแนวใหม่ยังไม่เด่นชัดมากนัก
ลำพัง ธ.ก.ส.เพียงหน่วยงานเดียวอาจจะยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ได้ การร่วมมือระหว่างสถาบันการเงินอื่นเพื่อผลักดันให้มีการปรับโครงสร้างการทำการเกษตรไปสู่การใช้เทคโนโลยีที่สูงขึ้น สร้างรายได้ให้สูงขึ้นต่อเกษตรกรนั้น เป็นสิ่งที่น่าร่วมมือกันทำอย่างยิ่ง
แม้จะมีธนาคารน้อยรายที่จะเข้ามาเป็นแรงหนุนให้เกษตรกรไทยก้าวไปสู่การเป็นเกษตรกรพันธุ์ใหม่ เพราะธนาคารเกรงปัญหาหนี้เสีย จากการที่สินค้าเกษตรเป็นสินค้าที่ขึ้นอยู่กับฤดูกาลและราคาในตลาดโลก จึงทำให้ไม่สนใจจะให้กู้กับเกษตรกรรายย่อย แต่ก็มีธนาคารที่ให้ความสำคัญกับความพยายามผลักดันให้เกษตรกรไทยเปลี่ยนไปผลิตและจำหน่ายสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าสูงมากกว่าการผลิตไปตามยถากรรม
ธนาคารกรุงเทพ เป็นธนาคารที่มีความโดดเด่นที่สุดในการปล่อยสินเชื่อเพื่อเกษตรกร โดยไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า สินเชื่อเกษตรก้าวหน้า เริ่มต้นมาจากอดีตประธานกรรมการบริหารของธนาคาร โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ซึ่งท่านได้ทำงานกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ มานาน จึงเห็นว่าพื้นฐานประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ด้วยภูมิประเทศที่เอื้ออำนวยอยู่ในพื้นที่ลุ่มเหมาะสมกับการทำเกษตร การบอกว่าไทยมีประชากรทำเกษตรจำนวนมากแต่ไม่ได้สร้างจีดีพีให้คุ้มค่า ไม่อยากให้คิดแบบนั้น ตรงกันข้าม ควรมองว่าเกษตรกรรมเป็นลักษณะเฉพาะของไทย และร่วมกันพัฒนาให้ผลผลิตมีมูลค่าเพิ่มขึ้น มีประสิทธิภาพการผลิตที่ดี ป้องกันโรค พัฒนาพันธุ์ จะดีกว่า
“ท่านมองว่าความก้าวหน้าของเกษตรกรไม่ใช่ปัจจัยเรื่องการเงินอย่างเดียว เพราะหลายครั้งพิสูจน์มาแล้วว่าสนับสนุนเรื่องเงินอย่างเดียวไม่จีรังยั่งยืน แต่ภาคเกษตรควรปรับใช้เทคโนโลยี พัฒนาความสามารถในการผลิต และเพิ่มมูลค่าของสินค้าด้วย” ไชยฤทธิ์ กล่าว
ดังนั้น สินเชื่อเกษตรก้าวหน้าของธนาคารกรุงเทพจึงแตกต่าง เพราะไม่ได้ให้เงินเพียงอย่างเดียว แต่ได้เพิ่มพูนการทำอย่างไรให้ลูกค้าทำธุรกิจได้อย่างยั่งยืน โฆสิตจึงได้วางรากฐานเกษตรจากมุมมองการรวมกลุ่มเป็นคลัสเตอร์ หลังจากเห็นความสำเร็จในคลัสเตอร์กล้วยไม้ที่สหรัฐที่มีความร่วมมือกันระหว่างมหาวิทยาลัย ผู้ผลิต ผู้ประกอบการขนส่ง จึงได้นำแนวทางดังกล่าวมาปรับใช้ในการจัดกลุ่มคลัสเตอร์สินค้าเกษตรในแต่ละประเภท ซึ่งมีลักษณะและความท้าทายแตกต่างกัน
ไชยฤทธิ์ ยกตัวอย่างมะม่วง ซึ่งราคาขายในประเทศกับต่างประเทศแตกต่างกันมาก มะม่วงของไทยมีคุณภาพ มีรสชาติ ความหอมที่โดดเด่น ถูกใจชาวต่างชาติ แต่มีปัญหาในเรื่องการขนส่งสินค้าไปต่างประเทศที่ใช้เวลานาน ซึ่งอาจมีตำหนิดำๆ ที่ผิวมะม่วง เป็นสาเหตุที่ทำให้คู่ค้าต่างชาติปฏิเสธไม่รับสินค้า ต้องแก้ปัญหาและควบคุมคุณภาพมะม่วงตลอดระยะเวลาขนส่ง
“ท่านประธานโฆสิตบอกว่าลองสู้กันสักตั้ง เพราะเชื่อว่าสู้ได้ ตลาดญี่ปุ่นก็ชอบอาหารไทย ชอบมะม่วง เราก็เชิญผู้จัดการสาขาญี่ปุ่นลองคุยกับคนที่รับซื้อในญี่ปุ่นว่าต้องการผลิตภัณฑ์แบบไหน และมาคุยกับเกษตรกรแต่เดิมรู้แต่ว่าผลิตที่เน้นคุณภาพพันธุ์ดีอย่างเดียว จากนั้นก็ไปหารือกับอาจารย์มหาวิทยาลัย ได้วิธี ฮอต ดิปปิ้ง มาสอนเกษตรกร คัดมะม่วงที่อายุเหมาะสม มาจุ่มน้ำในอุณหภูมิที่กำหนดในระยะเวลาหนึ่ง จะป้องกันไม่ให้เกิดเชื้อราผิวมะม่วง รักษาคุณภาพระหว่างการขนส่งไปต่างประเทศได้ และก็ขายได้ในราคาดีด้วย” ไชยฤทธิ์ กล่าว
ไชยฤทธิ์ กล่าวว่า การพัฒนาเกษตรให้ก้าวหน้าจะเห็นว่ามีหลายปัจจัยที่จำเป็นต้องส่งเสริมควบคู่กับการสนับสนุนทางการเงิน ทั้งเรื่องการตลาด เทคโนโลยีองค์ความรู้ การเข้าใจความต้องการ ซึ่งในส่วนนี้ เครือข่ายสาขาของธนาคารก็สามารถช่วยเหลือในการหาตลาดให้ได้ เหมือนเช่นมะม่วงที่ผลิตและขายได้ราคา อีกทั้งยังมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ภายใต้สินเชื่อนี้ ธนาคารได้นำเกษตรกรตัวอย่างที่ใช้เทคโนโลยี มีความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาสินค้า มาส่งต่อความรู้ให้เพื่อนเกษตรกรด้วยกันเป็นวิทยาทานและจับกลุ่มกันเป็นเครือข่าย พร้อมทั้งให้ความรู้และคำแนะนำการตลาด เช่น ผลไม้บางชนิดต้องควบคุมการปลูก เพื่อจำกัดผลผลิต จะได้ไม่ล้นตลาดหรือไม่แย่งตลาดกันเอง
ไชยฤทธิ์ กล่าวว่า สินเชื่อเกษตรของธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่มักจะเป็นสินเชื่อธุรกิจในระดับแปรรูปสินค้าเกษตร ไม่ได้ปล่อยเกษตรกรรายย่อยมากนัก แต่ธนาคารพาณิชย์มีศักยภาพในการเข้าถึงตลาด องค์กร และผู้ประกอบการหลายกลุ่ม จึงสนับสนุนภาคเกษตรผ่านบทบาทคนกลาง ช่วยเชื่อมโยงระหว่างผู้ที่มีเทคโนโลยีกับผู้ผลิตให้ 2 ฝ่ายพบกัน







