
รมว.ยุติธรรมยกคณะไปนอกดูงานปราบยาเสพติด
รมว.ยุติธรรมนำคณะผู้บริหารไปเยอรมนี-โปรตุเกส ศึกษาวิธีการรูปแบบการจัดการปัญหายาเสพติด
รมว.ยุติธรรมนำคณะผู้บริหารไปเยอรมนี-โปรตุเกส ศึกษาวิธีการรูปแบบการจัดการปัญหายาเสพติด
เมื่อวันที่ 12 พ.ย.59 พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วยพล.อ.นิวัตร มีนะโยธิน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) และผู้บริหารระดับสูงที่กำหนดนโยบายด้านยาเสพติด เดินทางไปศึกษาวิธีการรูปแบบการจัดการปัญหายาเสพติด ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และสาธารณรัฐโปรตุเกส เมื่อระหว่างวันที่ 1- 7 พ.ย.59 ซึ่งเป็นประเทศต้นแบบในการดำเนินนโยบายยาเสพติดโดยใช้แนวทางสาธารณสุขนำ เพื่อให้ผู้บริหารหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศมีความเข้าใจแนวคิดในการกำหนดนโยบายแนวทางการปฏิบัติ โครงสร้าง ระบบงาน และการดำเนินนโยบายยาเสพติดตามหลักการแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยใช้แนวทางสาธารณสุขอย่างชัดเจน เพื่อสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อปฏิรูปนโยบายด้านยาเสพติดของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
โอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและคณะ ได้เข้าพบและหารือข้อราชการกับ H.E. Mrs. Marlene Mortler ผู้บัญชาการงานยาเสพติดของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน (ตำแหน่งเทียบเท่ารัฐมนตรีช่วยว่าการ) เพื่อขอบคุณที่ได้จัดการศึกษาดูงานนโยบายยาเสพติดในครั้งนี้ รวมทั้งขอบคุณที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ประเทศเยอรมันได้ให้ความร่วมมือที่ดีกับรัฐบาลไทยด้านการพัฒนาทางเลือกพร้อมทั้งได้หารือเกี่ยวกับความร่วมมือในระยะต่อไป โดยเยอรมันยินดีที่จะสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ในการพัฒนานโยบายให้กับไทย และยินดีสนับสนุนกิจกรรมตามโครงการแม่น้ำโขงปลอดภัยด้วย
ทั้งนี้ภายหลังจากเสร็จสิ้นโครงการ คณะผู้แทนจะร่วมกันยกร่างตัวแบบ (Model) นโยบายยาเสพติดของประเทศไทยขึ้น โดยบูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อการแก้ไขปัญหาในทุกมิติอย่างครอบคลุม โดยมีสำนักงาน ป.ป.ส.ในฐานะหน่วยงานกลางด้านยาเสพติดของประเทศ เป็นแกนกลางในการดำเนินงาน ด้วยเป้าหมายให้ประเทศไทย มีนโยบายยาเสพติดที่มีประสิทธิภาพ การแก้ไขปัญหายาเสพติดจึงต้องครอบคลุมและจัดความสมดุลในเรื่องเหล่านี้ให้ได้อย่างเหมาะสม การปรับนโยบายยาเสพติดจึงไม่ได้เป็นการรับรองการใช้ หรือ ทำให้ตัวยาเสพติดเป็นสิ่งถูกกฎหมาย แต่เป็นการจัดการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่เหมาะสมกับประเภท และความรุนแรงที่ควรจะเป็นมากกว่า และยังคงมีบทลงโทษทางกฎหมายต่อนักค้ายาเสพติดเช่นเดิม







