posttoday
สนช.รับหลักการร่างพรบ.เกษตรพันธสัญญา

สนช.รับหลักการร่างพรบ.เกษตรพันธสัญญา

10 พฤศจิกายน 2559

สนช.มีมติเอกฉันท์ 202 เสียงรับหลักการร่างกฎหมายเกษตรพันธสัญญา เพิ่มอำนาจเกษตรกรต่อกรบริษัทยักษ์ใหญ่

สนช.มีมติเอกฉันท์ 202 เสียงรับหลักการร่างกฎหมายเกษตรพันธสัญญา เพิ่มอำนาจเกษตรกรต่อกรบริษัทยักษ์ใหญ่

เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)มีมติเอกฉันท์ 202 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง เห็นชอบหลักการร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ พร้อมตั้งคณะกมธ.วิสามัญเพื่อพิจารณาร่างกฎหมาย ภายในกรอบเวลา 60 วัน

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงหลักการและเหตุผลร่าง พ.ร.บ.นี้ว่า ปัจจุบันมีการนำ ระบบเกษตรพันธสัญญามาใช้ในกระบวนการผลิตผลิตผลหรือการบริการทางการเกษตรอย่างแพร่หลาย ซึ่งหากมีการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา ให้มีความเป็นธรรมตามหลักสากล จะช่วยสร้างความร่วมและพัฒนาในการผลิตผลิตผลหรือการบริการทางการเกษตรอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม โดยที่การทำสัญญาในระบบการเกษตรดังกล่าว มีลักษณะผสมผสานระหว่างสัญญาจ้างทำของ สัญญาจ้างแรงงาน และสัญญาซื้อขาย ซึ่งมีความซับซ้อนยุ่งยาก ในการวิเคราะห์ถึงความคุ้มค่าและต้นทุน ส่งผลให้คู่สัญญาเป็นเกษตรกรรายย่อย ซึ่งมีอำนาจต่อรองน้อยกว่าผู้ประกอบการธุรกิจการเกษตร มีความเสี่ยงในการปฏิบัติตามเงื่อนไข ที่กำหนดไว้ในสัญญา สมควรที่รัฐจะกำหนดหลักเกณฑ์ในการทำสัญญาในระบบการเกษตรดังกล่าว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม รวมทั้งกำหนดกลไกการส่งเสริมและพัฒนาด้วย

ทั้งนี้ สาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.บัญญัติฉบับนี้คือ  กำหนดบทนิยามคำว่า “ระบบเกษตรพันธสัญญา”  ให้หมายถึงเฉพาะระบบการผลิตผลิตผลหรือบริการทางการเกษตรที่เกิดขึ้นจากสัญญาระหว่างผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรกับบุคคลธรรมดาซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรมตั้งแต่ 10 รายขึ้นไป  หรือกับองค์กรทางการเกษตรที่มีกฎหมายรองรับ โดยผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการผลิตด้วยเท่านั้น 

รวมทั้ง กำหนดให้มีคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาขึ้น โดยมี รมว.เกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน มีอำนาจหน้าที่ในการเสนอแผนการพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาต่อคณะรัฐมนตรี กำหนดแนวทางให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการให้เป็นไปตามแผน กำหนดรูปแบบของสัญญาในระบบเกษตรพันธสัญญา และให้สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  จัดทำทะเบียนผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตร และเปิดเผยให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ และกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรต้องทำเอกสารสำหรับการชี้ชวนให้เกษตรกรทราบเป็นการล่วงหน้าก่อนทำสัญญาในระบบเกษตรพันธสัญญา  และต้องส่งให้สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เก็บไว้เพื่อใช้เป็นเอกสารในการตรวจสอบ โดยเอกสารสำหรับการชี้ชวนดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาและจะต้องมีข้อมูลตามที่กำหนด 

บรรยากาศในการประชุม  สนช. ได้อภิปรายอย่างกว้างขวาง โดยเห็นด้วยในหลักการสำคัญ แต่ก็มีข้อคิดเห็นเรื่องโครงสร้างของคณะกรรมการ และเห็นว่าควรให้เกษตรกรมีส่วนร่วมมากขึ้น โดย น.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สนช. อภิปรายว่า ร่างกฎหมายดังกล่าว เป็นกฎหมายที่เพิ่มอำนาจต่อรองให้กับเกษตรกรให้เท่าเทียมกับบริษัทยักษ์ใหญ่ โดยจะมีคณะกรรมการของทางรัฐบาล ที่จะดูแลในเรื่องเกี่ยวกับการทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรม

“แต่สิ่งที่ตนกังวล ก็เหมือนกับสมาชิกคนอื่นๆ คือ เรื่องการรวมกลุ่มเกษตรที่จะฟ้องร้องต่อบริษัทที่ประกอบกิจการดังกล่าว ว่าควรที่จะให้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีแบบกลุ่ม มีผลบังคับใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อกรณีนี้ และฝากให้ทาง กมธ. วิสามัญ ฯ ฝากพิจารณาร่างกฎหมายนี้ในทุกแง่มุม เพื่อที่จะให้เป็นกฎหมายที่จะก่อประโยชน์สูงสุดแก่ทุกฝ่าย”น.พ.เจตน์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท