
คลังดีเดย์ สั่งตั้งกบช. เริ่มปี2561
คลังหนุนตั้ง กบช. เป็นการออมภาคบังคับ เริ่มปี 2561 คาดมีคนเข้าระบบกว่า 6 ล้านราย คิดเป็นเงินสมทบกว่า 6 หมื่นล้าน
คลังหนุนตั้ง กบช. เป็นการออมภาคบังคับ เริ่มปี 2561 คาดมีคนเข้าระบบกว่า 6 ล้านราย คิดเป็นเงินสมทบกว่า 6 หมื่นล้าน
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรื่องมาตรการรองรับสังคมผู้สูงอายุ โดยเห็นชอบในหลักการของร่างพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ พ.ศ. ... เพื่อจัดตั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) ซึ่งเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับสำหรับแรงงานในระบบที่มีอายุตั้งแต่ 15-60 ปี ครอบคลุมลูกจ้างเอกชน ลูกจ้างชั่วคราวส่วนราชการ พนักงานราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยให้มีการจ่ายเงินเข้ากองทุนจาก 2 ฝ่าย คือ ลูกจ้าง และนายจ้าง ซึ่งลูกจ้างจะได้รับบำนาญหรือบำเหน็จเมื่ออายุครบ 60 ปี เพื่อให้แรงงานกลุ่มดังกล่าวมีรายได้ที่เพียงพอในการดำรงชีวิตหลังเกษียณ โดยให้ กบช.เปิดรับสมาชิกตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป
นายวโรทัย โกศลพิศิษฐ์กุล รองผู้อำนวย สศค. กล่าวว่า เป้าหมายการดำเนินโครงการ กบช.ที่จะเริ่มในปี 2561 คาดว่าจะมีลูกจ้างเอกชน ลูกจ้างชั่วคราวส่วนราชการ พนักงานราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เข้าโครงการ 6 ล้านคน คิดเป็นเงินสมทบส่งเข้ากองทุน 6 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ กบช.ถือเป็นการออมภาคบังคับ ดังนั้นหลังจากการจัดตั้ง กบช.มีผลบังคับใช้ ให้ปีที่ 1-4 นายจ้างที่มีลูกจ้างหรือพนักงานตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ต้องเข้าสู่ระบบ กบช. ปีที่ 4-6 นายจ้างที่มีลูกจ้างหรือพนักงาน ตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ต้องเข้าระบบ กบช. และตั้งแต่ปีที่ 7 เป็นต้นไป ให้นายจ้างที่มีลูกจ้างหรือพนักงานตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ต้องเข้าสู่ระบบ กบช.
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของอัตราการส่งเงินสมทบ ปีที่ 1-3 ให้สมทบฝ่ายละ 3% ของค่าจ้างสูงสุดไม่เกิน 1,800 บาท/เดือน กรณีที่ค่าจ้างต่ำกว่า 1 หมื่นบาท ให้นายจ้างจ่ายฝ่ายเดียว ปีที่ 4-6 สมทบฝ่ายละ 5% ปีที่ 7-9 สมทบฝ่ายละ 7% และปีที่ 10 ขึ้นไป สมทบฝ่ายละ 10% ทั้งนี้กำหนดให้ลูกจ้างจะรับเงินงวดหรือเงินก้อนจากกองทุนได้หลังมีอายุ 60 ปีเท่านั้น
นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบเรื่องสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ หรือรีเวิร์ส มอร์เกจ ว่า มีหลักการคือการนำที่อยู่อาศัยที่เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้สูงอายุเอามาจำนองกับสถาบันการเงินเพื่อขอสินเชื่อ โดยจะไม่รับเงินก้อน แต่จะรับเป็นรายเดือน ตามข้อตกลงที่ทำกับสถาบันการเงิน
สำหรับแนวทางการให้สินเชื่อยังอยู่ระหว่างการคิดคำนวณจากทุกส่วนที่เกี่ยวข้องว่าแต่ละรูปแบบจะเป็นอย่างไร เพราะการอนุมัติสินเชื่อต้องคำนึงถึงราคาประเมิน คุณสมบัติผู้กู้ ระยะเวลาที่ผู้กู้ต้องการได้รับสินเชื่อ ค่าเสื่อมของหลักประกัน เนื่องจากผู้ที่นำบ้านมาจำนอง ยังคงได้สิทธิในการอยู่อาศัยไปจนกว่าจะสิ้นสุดข้อตกลง ทั้งนี้ให้ธนาคารออมสินเริ่มทำโครงการได้ก่อน ส่วนของธนาคารอาคารสงเคราะห์ต้องรอแก้กฎหมาย







