
ตร.ทางหลวงสายพันธุ์ใหม่ รถเสีย-เครื่องพังซ่อมได้
ปัจจุบันปริมาณรถยนต์ที่สัญจรไปมาในเส้นทางถนนหลวงมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะในพื้นที่ 12 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ในเส้นทางสายสำคัญ 3 เส้นทางหลัก
โดย...จักรพันธ์ นาทันริ
ปัจจุบันปริมาณรถยนต์ที่สัญจรไปมาในเส้นทางถนนหลวงมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะในพื้นที่ 12 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ในเส้นทางสายสำคัญ 3 เส้นทางหลัก ประกอบด้วย ถนนมิตรภาพ ถนนมะลิวัลย์ และถนนนิตโย ซึ่งมีปริมาณรถยนต์ที่หนาแน่นเฉลี่ยแล้วไม่น้อยกว่าชั่วโมงละ 5,000 คัน ที่จะต้องสัญจรไปมาในเส้นทางถนนเส้นทางสายดังกล่าว ซึ่งยังไม่รวมเส้นทางถนนสายรองและเส้นทางทางหลวงแผ่นดิน
ทั้งหมดอยู่ในเขตความรับผิดชอบของกองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (กก.4บก.ทล.) หน่วยกำลังหลักในการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้รถใช้ถนน รวมทั้งการอำนายความสะดวกและให้บริการในด้านต่างๆ ซึ่งหากผู้ใช้รถใช้ถนนสัญจรผ่านเข้ามาในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะพบกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานประจำในหน่วยบริการประชาชนต่างๆ ของตำรวจทางหลวงและประจำอยู่ในทางร่วมทางแยกต่างๆ อีกทั้งยังคงเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็วให้การช่วยเหลือแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนหากประสบปัญหาต่างๆ ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง
พ.ต.อ.อภิชาติ โพธิจันทร์ ผกก.4 บก.ทล. กล่าวว่า แต่ละวันจะมีประชาชนโทรศัพท์เข้ามาที่สายด่วน 1193 หรือติดต่อขอรับการช่วยเหลือจากตำรวจทางหลวงที่ประจำอยู่ในพื้นที่ 12 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนไม่น้อยกว่าวันละ 30-40 ราย ไม่นับรวมการตรวจพบของเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะออกปฏิบัติหน้าที่และพบเห็นอุบัติเหตุ หรือการขอความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ซึ่งกำลังตำรวจทางหลวงทุกนายพร้อมปฏิบัติหน้าที่เต็มความสามารถ แต่ระยะหลังนี้พบว่าการขอความช่วยเหลือจากผู้ใช้รถใช้ถนนนั้นเปลี่ยนแปลงไปมา จากเดิมพบเห็นแค่น้ำมันหมด หรือยางรั่ว หรือน้ำในหม้อพักน้ำแห้งเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้รูปแบบของการช่วยเหลือนั้นเปลี่ยนไป โดยเฉพาะรถยนต์ในประเภทต่างๆ ที่ประสบปัญหาที่มีสภาพอาการหนักเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน จึงเปิดโครงการ “ตำรวจทางหลวงซ่อมได้” นำร่องในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ในความรับผิดชอบของ สทล.2 กก.4 บก.ทล. ด้วยการนำข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจทางหลวงขอนแก่นทุกนายและอาสาสมัครตำรวจทางหลวง เข้าคอร์สติวเข้มเพื่อเพิ่มขีดความรู้ความสามารถและศักยภาพให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน จากวิทยากรเชี่ยวชาญเฉพาะทางจากสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน 6 ขอนแก่น
“เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและอาสาสมัครที่เข้ารับการฝึกอบรมในโครงการกว่า 100 นาย จะเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติจากอาจารย์ผู้สอนเฉพาะทางด้านเครื่องยนต์และระบบขัดข้องของรถยนต์ในทุกประเภท รวมทั้งการลงมือปฏิบัติจริงและจำลองสถานการณ์ หากรถยนต์ของผู้ใช้รถใช้ถนนมาขอรับการช่วยเหลือในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ซึ่งการอบรมดังกล่าวนี้ จะสามารถเพิ่มขีดความสามารถและศักยภาพของตำรวจทางหลวงพร้อมให้บริการประชาชนอย่างเต็มรูปแบบและครอบคลุมมากขึ้น หากมีประชาชนโทรศัพท์สายด่วน 1193 หรือมาติดต่อที่จุดที่ตั้งขอตำรวจทางหลวง หากเกิดรถเสียตำรวจทางหลวงจะต้องสอบถามรายละเอียดและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้” ผกก.4 บก.ทล. กล่าว
พ.ต.อ.อภิชาติ กล่าวอีกว่า การดำเนินงานโครงการตำรวจทางหลวงซ่อมได้ บก.ทล. เน้นย้ำให้ตำรวจทุกนายมีใจอาสาและทำงานได้ครอบคลุมรอบด้าน ทั้งการอำนวยความสะดวกและจัดระบบการจราจร การให้บริการด่านข้อมูลข่าวสาร การแก้ไขปัญหาการเดินทางเกี่ยวกับยานพาหนะที่ขัดข้อง รวมทั้งไปถึงการรักษาความปลอดภัยบนถนนหลวง ทั้งหมดจะถูกนำมารวมกันไว้ที่ตำรวจทางหลวงในสังกัด กก.4 บก.ทล. ทุกนายต่อจากนี้ไป
อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหารถเสียและเครื่องยนต์ขัดข้องบนท้องถนนเป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถใช้ถนนกลัวที่สุด เพราะหากเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นแล้ว ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาหรือร้องขอความช่วยเหลือได้โดยเฉพาะในยามวิกาล ดังนั้นการที่ตำรวจทางหลวงและอาสาสมัครที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ได้เรียนรู้วิชาเฉพาะทางและเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง จะส่งผลต่อการปฏิบัติงานในพื้นที่ที่รับผิดชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สร้างความอุ่นใจให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนได้อย่างมั่นใจว่าหากเกิดเหตุการณ์ใด ให้เรียกใช้บริการตำรวจทางหลวงได้ตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง







