
งดโฆษณา ฉุดทีวีหนัก สิ่งพิมพ์ทรง
วีจีไอฯ ระบุ งดโฆษณา 1 เดือน กระทบสื่อทีวีหนักสุด ส่วนที่อ่วมน้อยเป็นสื่อกลางแจ้ง-เน็ต-สิ่งพิมพ์
วีจีไอฯ ระบุ งดโฆษณา 1 เดือน กระทบสื่อทีวีหนักสุด ส่วนที่อ่วมน้อยเป็นสื่อกลางแจ้ง-เน็ต-สิ่งพิมพ์
นางสุรเชษฐ์ บำรุงสุข กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วีจีไอ โกลบอล มีเดีย เปิดเผยว่า หลังจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) มีมติให้ผู้ประกอบการในธุรกิจสื่อสารงดการโฆษณาสินค้าต่างๆ ในรูปแบบความบันเทิงนับตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อแสดงความไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ส่งผลให้อุตสาหกรรมโฆษณาอยู่ในภาวะหยุดชะงัก เนื่องจากตลอด 30 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในกลางเดือน พ.ย.นี้ ผู้ประกอบการสินค้าและสื่อทุกประเภทให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี
อย่างไรก็ตาม จากภาวะหยุดชะงักของอุตสาหกรรมโฆษณาที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลา 1 เดือนดังกล่าว สื่อที่น่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุดน่าจะเป็นสื่อทีวี เนื่องจากเป็นสื่อที่มีการซื้อขายโฆษณามากที่สุด หรือคิดเป็น 69.7% ของภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณา ส่วนสื่อที่คาดจะได้รับผลกระทบรองลงมา คือ วิทยุ และโรงภาพยนตร์
สำหรับสื่อที่ได้รับผลกระทบน้อยจะประกอบไปด้วยสื่อนอกบ้าน สื่ออินเทอร์เน็ต และสื่อสิ่งพิมพ์ โดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์ เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสนใจในการมีการซื้อหนังสือพิมพ์และนิตยสารที่มีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเก็บไว้เป็นที่ระลึก
ทั้งนี้ แม้ว่าสื่อนอกบ้านจะได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อยจากการงดโฆษณาสินค้าในรูปแบบความบันเทิง แต่ภาพรวมมูลค่าสื่อนอกบ้านในไตรมาส 4 ของปีนี้คาดว่าจะปรับตัวลดลงเป็นไปในทิศทางเดียวกับภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณา เนื่องจากช่วงกลางเดือน ต.ค.-กลางเดือน พ.ย. มีการงดโฆษณาสินค้า ส่งผลให้เหลือระยะเวลาในการโฆษณาเพียง 1 เดือน คือกลางเดือน พ.ย.-กลางเดือน ธ.ค. ภายหลังจาก กสท.อนุญาตให้สามารถเริ่มโฆษณาสินค้าได้ตามปกติ
“แม้ว่าภาครัฐจะอนุญาตให้สื่อและเจ้าของสินค้าสามารถโฆษณาสินค้าได้ แต่เนื้อหาของการโฆษณาก็ยังจะถูกควบคุมเรื่องของความไม่เหมาะสมและความล่อแหลม ซึ่งหลังจากเสด็จสวรรคต ในส่วนของการโฆษณาบนรถไฟฟ้าบีทีเอสก็มีการปรับรูปแบบของการโฆษณาเป็นภาพนิ่งขาวดำ หลังจากนั้นต่อมาหนึ่งสัปดาห์ก็ปรับเป็นพระราชประวัติ” นายสุรเชษฐ์ กล่าว
นายสุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทจะให้ความสำคัญการขยายธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้านทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพราะหลังจากมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนส่งผลให้หัวเมืองเริ่มมีการขยายตัว ซึ่งจากแนวโน้มที่ดีดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกอบการห้างค้าปลีกให้ความสนใจเข้าไปขยายธุรกิจ เพราะผู้บริโภคมีกำลังซื้อที่ดีขึ้น และจากปัจจัยดังกล่าวทำให้เจ้าของสินค้าต่างๆ เริ่มให้ความสนใจซื้อสื่อโฆษณานอกบ้านในตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น
อย่างไรก็ดี จากแนวโน้มที่ดีดังกล่าวบริษัทคาดการณ์ว่าภาพรวมธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้านในสิ้นปี 2559 นี้น่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ 11,242 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมาประมาณ 20%







