
จำนองบ้านเลี้ยงชีพ
รัฐบาลคลอดมาตรการช่วยเหลือผู้สูงอายุ เปิดให้จำนองบ้านรับเงินยังชีพรายเดือน
รัฐบาลคลอดมาตรการช่วยเหลือผู้สูงอายุ เปิดให้จำนองบ้านรับเงินยังชีพรายเดือน
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบมาตรการรองรับสังคมผู้สูงอายุรวม 4 มาตรการ ทั้งการสร้างรายได้ให้ผู้สูงอายุ การดูแลให้มีการออม และการสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย โดยกระทรวงการคลังประเมินว่าปี 2568 ไทยจะมีผู้สูงอายุ13-14 ล้านคน รัฐต้องใช้งบประมาณดูแลทุกอย่างรวม 6.98 แสนล้านบาท เพิ่ม 2 เท่าตัวจากปัจจุบันที่ 2.78 แสนล้านบาท
มาตรการที่สำคัญ ได้แก่ ให้ธนาคารของรัฐเปิดสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นการปล่อยกู้ให้ผู้สูงอายุนำบ้านปลอดภาระหนี้มาเปลี่ยนเป็นรายได้ สามารถเลือกรับเป็นเงินก้อน หรือทยอยรับเป็นงวดจนกว่าจะเสียชีวิต หรือจนกว่าจะหมดอายุสัญญาเงินกู้ เน้นให้จ่ายแบบรายเดือน ผู้กู้ไม่ต้องจ่ายคืนเงินต้นหรือดอกเบี้ยจนกว่าจะสิ้นสุดการกู้ยืมแต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องอยู่ในบ้านหลังนั้นตลอดระยะเวลากู้ ส่วนวงเงินกู้จะขึ้นอยู่กับอายุของผู้กู้ มูลค่าบ้าน และอัตราดอกเบี้ย
นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ในช่วงแรกรัฐบาลสนับสนุนให้ดำเนินการด้วยการยึดอายุสัญญาตามอายุขัยเป็นหลักก่อน เมื่อกรณีที่ผู้กู้เสียชีวิตก่อนหมดสัญญาก็ให้ธนาคารเจ้าหนี้ขายหลักประกันมาจ่ายหนี้ต่อไป รวมทั้งยังให้มีการตั้งบริษัทค้ำประกันสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุมารองรับความเสี่ยงด้วย
นอกจากนี้ จัดให้มีการออมภาคบังคับ สำหรับแรงงานในระบบที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 11.37 ล้านคน โดยจะออกกฎหมาย 2 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ เพื่อจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ และร่าง พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) ซึ่งเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับ ครอบคลุมลูกจ้างเอกชน ลูกจ้างชั่วคราวส่วนราชการ ข้าราชการ และรัฐวิสาหกิจ ซึ่งคาดว่าจะทำให้แรงงานมีเงินออมหลังเกษียณเพิ่มเป็น 50% ของรายได้ จากปัจจุบันที่ 19% และระดับการออมของประเทศจะเพิ่มขึ้น 6.8 หมื่นล้านบาท/ปี
ทั้งนี้ ยังมีมาตรการจูงใจให้ภาคธุรกิจจ้างงานผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่มีค่าจ้างไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท/เดือน นำค่าใช้จ่ายไปหักภาษีได้ 2 เท่า สามารถใช้สิทธิได้ไม่เกิน 10% ของลูกจ้างทั้งหมด และก่อสร้างบ้านให้ผู้สูงอายุเช่าราคาถูก ตารางวาละ 1 บาท/เดือน บนที่ดินราชพัสดุของกรมธนารักษ์ นำร่องใน จ.ชลบุรี นครนายกและเชียงราย







