
กทม.ลุยสร้างรถไฟฟ้าสายสีทองระยะแรก3สถานีเปิดปี61
กทม.เดินหน้าสร้างรถไฟฟ้าสายสีทองระยะแรก 3 สถานี พร้อมเปิดให้บริการกลางปี 61 เชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟฟ้า
กทม.เดินหน้าสร้างรถไฟฟ้าสายสีทองระยะแรก 3 สถานี พร้อมเปิดให้บริการกลางปี 61 เชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟฟ้า
นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ภายหลังจากการประชุมคณะกรรมการรถไฟฟ้าสายสีทอง กระทรวงคมนาคมได้เร่งรัดให้ กทม.นำ โครงการรถไฟฟ้าสายสีทองช่วงสถานีกรุงธนบุรี-สำนักงานเขตคลองสาน-ประชาธิปก ระยะทาง 2.68 กม. จำนวน 5 สถานี วงเงินลงทุน 3,845 ล้านบาท เข้ามาบรรจุในแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนระยะที่ 2 ของ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เพื่อสนับสนุนให้เกิดความเชื่อมโยงในระบบขนส่งโดยเฉพาะโครงข่ายรถไฟฟ้ากรุงเทพมหานคร เนื่องจากโครงการดังกล่าวทำหน้าที่เป็นฟีดเดอร์ หรือระบบสนับสนุนการเดินทางไปยังรถไฟฟ้าสายหลัก ของการรถไฟฟ้าขนขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ตลอดจนเชื่อมต่อระบบตั๋วร่วม (Common Ticketing System) เพื่อใช้บัตรเพียงใบเดียวในทุกระบบขนส่งมวลชนตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ดังนั้นกทม.ต้องเร่งรัดหาข้อสรุปการเชื่อมต่อโครงการดังกล่าวกับระบบรถไฟฟ้าโครงข่ายอื่นภายในกลางปีหน้า (2560) เพื่อไม่ให้กระทบกับแผนการก่อสร้างโครงข่ายรถไฟฟ้าในภาพรวม
อย่างไรก็ตามโครงการรถไฟฟ้าสายสีทอง เฟส 2 ซึ่งจะก่อสร้างเป็นเส้นทางยกระดับ ช่วงโรงพยาบาลตากสิน-วัดอนงคารามวรวิหาร ระยะทาง 1 กม. นั้นพบว่าเส้นทางบางส่วนทับซ้อนกับแนวเส้นทางระดับใต้ดินของรถไฟฟ้าสายสีม่วงของรฟม. เป็นระยะทางยาวประมาณ 400 เมตร เริ่มตั้งแต่บริเวณสถานีสะพานพุทธถึงบริเวณสี่แยกบ้านแขก ดังนั้น รฟม. จึงขอให้ กทม.เร่งรัดสรุปแบบก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในกลางปี 2560 อีกด้วย
ด้านนายสุธน อาณากุล รองผู้อำนวยการ สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีทองระยะที่ 1 จะเริ่มก่อสร้างระยะแรกจำนวน 3 สถานี ได้แก่ G1 สถานีกรุงธนบุรี G2 สถานีเจริญนคร (ไอคอนสยาม) และ G3 สถานีคลองสาน (หน้าโรงพยาบาลตากสิน) ระยะทางรวมทั้งสิ้น 1.8 กิโลเมตร วงเงิน 2.5 พันล้านบาท โดยจะเริ่มก่อสร้างช่วงปลายปี 2560 รวมระยะเวลาดำเนินการทั้งหมด 1 ปีครึ่งแบ่งเป็นระยะเวลาก่อสร้าง 10 เดือนและระยะเวลาการทดลองระบบรถไฟฟ้าอีก 8 เดือน พร้อมเปิดให้บริการช่วงกลางปี 2561
อีกทั้งโครงการยังมีความพร้อมรองรับระบบตั๋วร่วมเพื่อเชื่อมต่อการเดินทางได้ทันทีที่เปิดให้บริการอีกด้วย คาดการณ์ผู้โดยสารระยะแรก 4 หมื่นคนต่อวัน โดยมีอัตราค่าโดยสารไม่เกิน 15 บาท ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะเลือกใช้รถไฟระบบล้อยางหรือ Automated Guideway Transit (AGT) ซึ่งเป็นตัวรถไฟฟ้าที่มีความคุ้มค่าในแง่การลงทุน เนื่องจากมีขนาดเหมาะสมกับระบบขนส่งและต้นทุนบำรุงรักษาต่ำอีกทั้งยังลดมลพิษทางเสียงให้กับประชาขนได้อีกด้วย
นายสุธนกล่าวต่อว่า สำหรับเฟส 2 ช่วงโรงพยาบาลตากสิน-วัดอนงคารามวรวิหาร ระยะทาง 1 กม. จำนวน 2 สถานี วงเงินลงทุน 1345 ล้านบาท นั้นอยู่ระหว่างออกแบบก่อสร้าง สำหรับรถไฟฟ้าดังกล่าวจะก่อสร้างเป็นทางยกระดับตลอดเส้นทาง เป็นระบบรถไฟฟ้าล้อยางซึ่งจะใช้พื้นที่เกาะกลางถนนในการก่อสร้าง ทำให้ไม่ต้องเวนคืนพื้นที่ ประหยัดต้นทุน ด้านการก่อสร้างและบำรุงรักษาอีกด้วย สำหรับค่าโดยสารเริ่มต้น
ทั้งนี้ โครงการรถไฟฟ้าสายสีทองดังกล่าวเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟฟ้าหลากหลายสายประกอบไปด้วย การเชื่อมต่อรถไฟสายสีแดงช่วงหัวลำโพง-บางบอน-มหาชัย ที่บริเวณสถานีคลองสาน G3 การเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ บริเวณสถานีประชาธิปก G5 อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ที่ถนนอิสรภาพบริเวณสี่แยกบ้านแขก ตลอดจนสามารถเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่บริเวณสถานีกรุงธน G1อีกด้วย
นายสุธนกล่าวต่อว่า สจส.ได้นำเรื่องเสนอคณะผู้บริหารของกทม.เพื่อขอปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ช่วงสถานีอ่อนนุช-แบริ่ง จาก 10 บาท เป็น 15 บาท เนื่องจากอัตราค่าโดยสารปัจจุบันต่ำกว่าต้นทุนประกอบกับกทม.ต้องแบกรับภาระขาดทุนตลอด4ปีที่ผ่านมา อีกทั้งคณะผู้บริหารกทม.เห็นว่าไม่ควรดำเนินนโยบายดังกล่าวต่อเพราะเข้าข่ายเป็นนโยบายประชานิยม อย่างไรก็ตามด้านความคืบหน้าด้านขั้นตอนการโอนหนี้สินและทรัพย์สินให้กับกทม.เพื่อบริหารรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ ช่วง แบริ่ง-สมุทรปราการ และสายสีเขียวเหนือช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต กำลังอยู่ในขั้นตอนการเจรจากับกระทรวงคมนาคมถึงด้านการประเมินทรัพย์สินตลอดจนข้อกฎหมาย แต่ทั้งนี้ยังยืนยันตามเดิมว่าจะเริ่มจ่ายค่าก่อสร้างรถไฟฟ้าทั้งสองสายในปี 2572เป็นต้นไปเนื่องจากเป็นช่วงที่กทม.ได้สัมปทานรถไฟฟ้าคืนส่งผลให้มีรายได้เพียงพอที่จะรับภาระหนี้ดังกล่าว
นายสุธนกล่าวถึงความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเทา วัชรพล-ทองหล่อ ระยะทาง 16.25 กิโลเมตร วงเงิน 2.7หมื่นล้านบาทว่า ปัจจุบันผ่านผลการศึกษากระทบสิ่งแวดล้อมเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษารูปแบบการลงทุนว่าจะเป็นแบบร่วมทุนหรือให้สัมปทานเพื่อเสนอสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ให้พิจารณาเงื่อนไขว่าสอดคล้องกับแผนร่วมทุนหรือไม่ ขณะที่ด้านศูนย์ซ่อมบำรุง (เดปโป้) คณะกรรมการจัดการระบบการจราจรทางบก (คจร.) ได้อนุมัติให้ใช้พื้นที่บริเวณศูนย์การค้าซีดีซี คริสตัล ตรงถนนประดิษฐมนูธรรม พื้นที่รวมทั้งสิ้น 17 ไร่ ซึ่งภาคเอกชนได้เสนอให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ







