posttoday
‘บิ๊กตู่’ ยันต้องแก้ข้าวทั้งระบบ

‘บิ๊กตู่’ ยันต้องแก้ข้าวทั้งระบบ

08 พฤศจิกายน 2559

“บิ๊กตู่” ย้ำไม่ทิ้งเกษตรกร เร่งแก้ปัญหาข้าวทั้งวงจร ต้นถึงปลายทาง ยาหอมดูแลข้าวทุกชนิด

“บิ๊กตู่” ย้ำไม่ทิ้งเกษตรกร เร่งแก้ปัญหาข้าวทั้งวงจร ต้นถึงปลายทาง ยาหอมดูแลข้าวทุกชนิด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ว่ายืนยันวันนี้รัฐบาลไม่ทอดทิ้งเกษตรกรทั้งชาวนาชาวไร่ และชาวสวน รับฟังทุกคน ทั้งชาวนา โรงสีข้าว และผู้ประกอบการค้าข้าว โดยการแก้ปัญหาราคาข้าวทั้งหมดจะต้องมีมาตรการรองรับที่เหมาะสม การแก้ไขขณะนี้เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาปลายทางเท่านั้น แต่ก็ต้องแก้ปัญหาแบบนี้เพราะประชาชนเดือดร้อน

“หลักการสำคัญคือการดำเนินการจะต้องทำให้ถูกกฎหมาย ไม่ให้กลไกในตลาดเสียหาย และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ข้าวชนิดอื่นก็เตรียมมาตรการรองรับด้วยเช่นกัน หากราคามีปัญหา แต่ตอนนี้ยังไม่พูดถึง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ทั้งนี้ รัฐบาลมุ่งจะแก้ไขปัญหาข้าวครบวงจร ย้อนไปดูตั้งแต่ต้นทาง ปรับเรื่องการใช้น้ำ การปรับเปลี่ยนการปลูกพืชให้เหมาะสม ลดพื้นที่การปลูก ลดต้นทุนการผลิต แต่ปัญหาคือประชาชนและสังคมสนใจแต่เรื่องการแก้ปัญหาปลายทาง จนลืมไปว่ารัฐบาลทำที่ต้นทางมีอะไรบ้าง ซึ่งถ้าทุกคนสนใจแต่ปลายทางจะแก้ปัญหาไม่ได้ ยอมรับว่าความร่วมมืออาจจะน้อย เพราะคนยังคุ้นเคยกับรูปแบบเดิมคือปลูกข้าว น้ำท่วม เดี๋ยวรัฐบาลช่วย ระบบเสียหายมาก จากเดิมที่ชาวนามียุ้งฉางไว้เก็บข้าว แต่ปัจจุบันต้องนำมาฝากไว้ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) หากจำนำมากก็ต้องจ้างเก็บไว้ในคลังจนผิดไปหมด

สำหรับกลางทางรัฐบาลต้องดูแลตั้งแต่โรงสี ภาคเอกชน และการสร้างตลาด สร้างนวัตกรรมเพิ่มมูลค่าการผลิต แต่ยอมรับว่าส่วนนี้ยังทำได้ช้าเพราะหากต้นทางพัฒนาไม่ได้ กลางทางก็ยังทำได้อย่างจำกัด รวมทั้งหนี้สินชาวนา ที่ผ่านมาพยายามทำมาตลอด ซึ่งเป็นการแก้ที่ปลายทางไม่มีวันเข้มแข็ง

“ต้องใช้แนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ด้วยการระเบิดจากภายในคือต้นทางทำให้ดี ขณะเดียวกันปลายทางทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ทั้งนี้ รัฐบาลจะไปเจรจากับโรงสีขอให้มาร่วมมือกับรัฐบาลในการดูแลทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง เพื่อให้สังคมรับทราบว่าเป็นประโยชน์ ส่วนกรณีที่เกษตรกรออกมาสีข้าวขายเป็นอิสระด้วยการใส่ถุงขายในชุมชนเป็นเพียงส่วนหนึ่งไม่ถึง 5% จากผลผลิตทั้งหมดของทุกชนิดข้าว แต่ทำให้คนอยู่ได้ เลี้ยงตัวได้ ขอให้ลองทำดู

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การดำเนินโครงการรอบนี้ใช้งบประมาณรวม 1.8 หมื่นล้านบาท แยกเป็น 2 ส่วน คือ เงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพตันละ 2,000 บาท รวม 9,000 ล้านบาท และส่วนที่ใช้สำหรับเป็นเงินหมุนเวียนโครงการ ซึ่งเป็นสินเชื่อของ ธ.ก.ส. รวม 9,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ การช่วยเหลือเกษตรกรครั้งนี้ไม่ใช่การแทรกแซงราคาข้าวในตลาด รัฐบาลพยายามดำเนินการให้ส่วนที่เป็นราคาที่ให้สินเชื่อชะลอการขายนั้นเคลื่อนไหวตามกลไกตลาด แต่มีส่วนที่รัฐบาลเข้าไปช่วยเหลือเรื่องรายได้ให้เกษตรกร และอยากให้เรียกว่าเป็นโครงการฝากข้าวไว้ เมื่อราคาข้าวขึ้นชาวนาก็นำข้าวไปขายได้ ไม่ใช่โครงการรับจำนำทุกเมล็ด ส่วนการช่วยเหลือชาวนาที่ปลูกข้าวเหนียวนั้น ยังไม่ได้หารือกันเนื่องจากขณะนี้ราคาข้าวเหนียวยังดีอยู่ ราคาประมาณตันละ 1.17-1.4 หมื่นบาท

“ราคาข้าวไม่น่าจะร่วงลงต่ำไปกว่านี้แล้ว เราเป็นคนขายข้าวถ้าไม่เชื่อมั่นว่าราคาจะดีขึ้น จะทำให้ตลาดตกใจ ซึ่งปริมาณข้าวจริงๆ ไม่ได้มาก โดยเฉพาะข้าวหอมปทุมธานีมีปริมาณน้อยกว่าปีที่ผ่านมาของปีที่แล้วก็ระบายหมดแล้วเหลือเพียงประมาณ 500 ตัน จะระบายในวันสองวันนี้” น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ