
จับทิศเศรษฐกิจกระแสใหม่ สู่ประเทศไทย 4.0
นโยบายไทยแลนด์ 4.0 นโยบายเศรษฐกิจกระแสใหม่ที่ทุกหน่วยงานกำลังตื่นเต้น และร่างแผนดำเนินการอย่างแข่งขัน แต่ในเชิงความเป็นจริงการเข้าใจและกรอบความคิดในเรื่องดังกล่าวของบุคลากรในประเทศทั้งภาครัฐและเอกชนมีมากน้อยเพียงใด การลงมือปฏิบัติจริงเกิดขึ้นได้หรือไม่ สมาคมปริญญาโทสำหรับผู้บริหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดสัมมนา “เจาะเศรษฐกิจกระแสใหม่ประเทศไทย 60” เพื่อไขข้อข้องใจดังกล่าว
นโยบายไทยแลนด์ 4.0 นโยบายเศรษฐกิจกระแสใหม่ที่ทุกหน่วยงานกำลังตื่นเต้น และร่างแผนดำเนินการอย่างแข่งขัน แต่ในเชิงความเป็นจริงการเข้าใจและกรอบความคิดในเรื่องดังกล่าวของบุคลากรในประเทศทั้งภาครัฐและเอกชนมีมากน้อยเพียงใด การลงมือปฏิบัติจริงเกิดขึ้นได้หรือไม่ สมาคมปริญญาโทสำหรับผู้บริหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดสัมมนา “เจาะเศรษฐกิจกระแสใหม่ประเทศไทย 60” เพื่อไขข้อข้องใจดังกล่าว
สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ รองศาสตราจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การพัฒนาทางเศรษฐกิจกระแสใหม่ ควรพิจารณาว่า ไทยมีความเชี่ยวชาญด้านใดเป็นพิเศษและเริ่มพัฒนาจากจุดนั้น เช่น ด้านเกษตรกรรม และด้านการท่องเที่ยว ซึ่งการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการต้องสอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และสถานการณ์โลกโดยรวม ซึ่งกระแสในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ คือเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างก้าวหน้าในปัจจุบันหลายภาคส่วน หรือแม้แต่ผู้ผลิตและผู้บริโภคสามารถเชื่อมโยงกันได้โดยตรง ผู้ประกอบการต้องวิเคราะห์ว่าสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านี้ได้อย่างไรบ้าง
ขณะที่ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน วางยุทธศาสตร์ให้ชัดเจน นอกจากการปรับยุทธศาสตร์และวางเป้าหมายอย่างชัดเจนของรัฐบาลแล้วนั้น การปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์ของบุคลากรในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงผู้ประกอบการให้เข้าใจถึงมิติการเปลี่ยนแปลงสู่อุตสาหกรรม 4.0
ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ เปิดเผยว่า สำหรับประเทศไทยภาคเอกชนค่อนข้างมีความแข็งแกร่ง สามารถหาตลาดเฉพาะ (นิช มาร์เก็ต) ในธุรกิจของตนเอง และผลักดันสู่ตลาดต่างประเทศ โดยการพัฒนาประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ต้องพัฒนาควบคู่กันทั้งหมดเพราะหลายส่วนยังหยุดนิ่งอยู่ที่ไทยแลนด์ 1.0 เช่น ระบบราชการ เชื่อว่าทุกภาคส่วนต้องเปลี่ยนแปลงถึงระดับระบบการศึกษาด้วย
ทั้งนี้ ในระดับรัฐบาลต้องสร้างกฎหมายที่ชัดเจน รวมทั้งระบบศูนย์เงินทุน ระบบบัญชีของเอสเอ็มอี เช่น การสร้างระบบบัญชีเดียวช่วยให้การทำธุรกิจในต่างประเทศสะดวกยิ่งขึ้น นอกเหนือจากนี้ จุดอ่อนที่สำคัญของผู้ประกอบการไทยคือการไม่ติดตามข่าวสารต่างประเทศ ไม่เข้าใจสถานการณ์โลกและประเทศรอบข้าง การตัดสินใจ และวิสัยทัศน์วางแผนจึงยังไม่เฉียบคมพอ
ขณะที่ สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานกิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวในมุมมองภาคเอกชน ว่า การปรับตัวสู่เศรษฐกิจกระแสใหม่ต้องเติมเต็มด้วยเทคโนโลยีใหม่เช่นกัน เนื่องจากปัจจุบันมี
การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว เทคโนโลยีดีขึ้นการผลิตเพิ่มมากขึ้นเช่นกันดังนั้นการจัดแบ่งพื้นที่ในอุตสาหกรรมต่างๆ สำคัญที่สุด เช่น กรณีการปลูกพืช ผัก ผลไม้เศรษฐกิจ ที่มีการส่งเสริมปลูกพืชชนิดที่ราคาดีในปัจจุบัน แต่หากผลิตได้มากขึ้นแต่ความต้องการเท่าเดิมจะส่งผลเสียต่อราคาพืชชนิดนั้นๆ หรือไม่ โดยมองว่าปัญหาเหล่านี้จะหมดไปหากมีการจัดแบ่งพื้นที่
ด้าน อลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กล่าวว่า ในเศรษฐกิจกระแสใหม่ 4 ด้าน คือ 1.เศรษฐกิจชีวภาพ 2.เศรษฐกิจดิจิทัล 3.เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม และ 4.เศรษฐกิจผู้สูงวัย โดยเศรษฐกิจชีวภาพมีความสำคัญไม่น้อย ซึ่งไทยมีความถนัดทั้งในด้านอาหารและด้านการพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพ
นอกเหนือจากนี้ ไทยยังเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอีกหลายด้าน แต่สิ่งที่ประเทศไทยขาด คือ ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาที่ชัดเจนเป็นแผนระยะยาว เช่น ประเทศมาเลเซียที่วางเป้าหมายต้องการเป็นประเทศพัฒนาแล้ว และดำเนินการในทุกภาคส่วนชัดเจน ขณะที่ไทยมีเพียงแผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะสั้น 5 ปี และไทยยังติดกับดักรายได้ปานกลาง ความเหลื่อมล้ำทางสังคม และความไม่สมดุลของรายได้ แนะการวางยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนไม่เพียงแค่การร่างนโยบาย แต่ต้องลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง







