
"บิ๊กต๊อก"ตั้งคำถามใครถ่วงคดีพระธัมมชโย
พล.อ.ไพบูลย์เผย "อธิบดีดีเอสไอ" รายงานผลสอบคดี "พระธัมมชโย" ประเด็นใหญ่ครบหมดแล้ว ระบุ อยู่ที่สังคมจะมองว่าใครถ่วงเวลา
พล.อ.ไพบูลย์เผย "อธิบดีดีเอสไอ" รายงานผลสอบคดี "พระธัมมชโย" ประเด็นใหญ่ครบหมดแล้ว ระบุ อยู่ที่สังคมจะมองว่าใครถ่วงเวลา
เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีคณะทำงานพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เลื่อนนัดฟังคำสั่งคดี กรณีนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องหาและอดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด กับพวก ข้อหากระทำผิดฐานฟอกเงิน และรับของโจรจากสหกรณ์ฯคลองจั่น ในคดีพิเศษที่ 27/2559 ซึ่งเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับพระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นวันที่ 30 พ.ย.นี้ ว่า ได้สอบถาม พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งได้รับรายงานว่าในส่วนของดีเอสไอเรียบร้อยแล้ว ซึ่งประเด็นใหญ่ที่เป็นประเด็นหลักนั้น สามารถสั่งฟ้องได้แล้ว
"ประเด็นใหญ่ที่มันเป็นประเด็นที่จะนำไปสู่การฟ้องศาลมันครบถ้วนหมดแล้ว แต่ถ้าจะไปมองเรื่องเล็กๆน้อยๆ เพิ่มนิดเพิ่มหน่อยมันไม่ใช่ปัจจัยหลักของข้อมูลที่จะต้องมีหรือไม่มีก็ได้ ซึ่งสามารถไปว่ากันในชั้นศาลได้ เขาตอบผมมาอย่างนี้ จึงต้องไปถามอธิบดีดีเอสไอ ไม่ใช่มาถามผม เพราะผมไม่ใช่พนักงานสอบสวน" พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า สังคมมองว่าอาจเป็นการถ่วงเวลา พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ จะให้ไปพูดได้อย่างไรว่าใครถ่วง พร้อมกับย้อนถามผู้สื่อข่าว่า สรุปแล้วใครถ่วง พนักงานสอบสวนหรืออัยการถ่วง คือวันนี้สังคมกำลังพูดแบบคุณ ตนเป็นรัฐมนตรีก็มีหน้าที่คุมแค่นโยบาย ได้เรียกอธิบดีดีเอสไอมาสอบถามแล้ว
"ตนเชื่อว่าสังคมก็จะพูดแบบที่พวกคุณพูด ซึ่งมันมีอยู่สองคนที่จะถ่วงคือพนักงานสอบสวนหรืออัยการ ถ้าเข้าใจว่าเป็นการถ่วง ดังนั้น ตนจะไปตอบได้อย่างไรว่าใครถ่วง เพราะมันเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ตนก็เข้าใจอย่างนี้ อย่างไรก็ตาม การที่อัยการเลื่อนนัดฟังคำสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องในคดีดังกล่าว ไม่เกี่ยวกับการที่ดีเอสไอยังไม่ได้ตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี ซึ่งมันเป็นคนละประเด็นกัน"รมว.ยุติธรรม กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่บอกว่าขาดประเด็นเล็กประเด็นน้อยคืออะไรบ้าง พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ตนไม่รู้ ต้องไปถามอธิบดีดีเอสไอ รายงานมาว่า มันเป็นประเด็นที่ไม่ใช่หัวใจหลัก ถ้าขาดปัจจัยหลักมันจะทำให้คดีมันฟ้องไม่ได้ ซึ่งเขาพูดอย่างนั้น ไม่ใช่ตนพูด
"ผมจะไม่ทำอะไร เพราะเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม คุณคิดว่า พล.อ.ไพบูลย์ เป็นรัฐมนตรีจะทำอะไร ในเมื่อเรื่องนี้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม จึงต้องไปถามอัยการกับพนักงานสอบสวน คุณจะให้รัฐมนตรีไปนั่งเป็นพนักงานสอบสวนเองหรือ มันทำไม่ได้ มันเป็นการไปก้าวก่ายการทำงานของเขา ทางอธิบดีเขาก็บอกผมมาแล้วว่าจุดแตกหัก จุดใหญ่ มันสอบสวนครบหมดแล้ว" พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว







