
เร่งล่าตัวผู้ก่อเหตุทำร้ายรปภ.วัย 52 ปีคาด่านเก็บเงิน
รปภ.วัย 52 ปีเข้าให้ปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังถูกคนโดยสารรถกระบะทำร้ายจนหมดสติบริเวณด่านเก็บเงินทางด่วน
รปภ.วัย 52 ปีเข้าให้ปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังถูกคนโดยสารรถกระบะทำร้ายจนหมดสติบริเวณด่านเก็บเงินทางด่วน
จากกรณีชายคนหนึ่งที่โดยสารมากับรถกระบะไม่พอใจพนักงานรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ที่เข้าไปแจ้งให้เปลี่ยนไปใช้ช่องเงินสดแทนช่องอีซี่พาสบนทางพิเศษศรีรัช เพราะไม่มีบัตรผ่าน จึงลงมือทำร้ายจนอีกฝ่ายหมดสตินั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 พ.ย. นายอนิรุธ แสงมิตร อายุ 52 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ด่านเก็บเงินช่องทางพิเศษ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ซึ่งถูกชายไม่ทราบชื่อ โดยสารมากับรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนเทา ทะเบียน 1 ฒผ 5526 กรุงเทพมหานคร ทำร้ายร่างกาย ขณะปฎิบัติหน้าที่อยู่บริเวณด่านเก็บเงิน ทางด่วนประชาชื่น ขาเข้า ทางพิเศษศรีรัช เดินทางมายัง สน.ประชาชื่น เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม หลังจากที่เมื่อวานได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวัน
นายอนิรุธ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 08.00 น. วันที่ 6 พ.ย. ขณะที่กำลังโบกรถอยู่ที่ตู้เก็บเงินที่ 13 ได้มีรถกระบะมีผู้โดยสารรวมคนจำนวน 5 คน ขับเข้ามา แต่ไม่สามารถผ่านได้เนื่องจากไม่มีบัตรอีซี่พาส จึงได้บอกให้ถอยหลังไปเข้าตู้ที่ 16 ซึ่งเป็นตู้เก็บเงินสด เนื่องจากตู้ที่ 12-15 เป็นช่องอีซี่พาส แต่รถคันดังกล่าวกับถอยหลัง แล้วขับเข้าไปที่ตู้ 12 จึงไม่สามารถผ่านได้อีก
จากนั้นผู้โดยสารที่นั่งมาที่ข้างคนขับก็โวยวายกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งพยายามอธิบายกับคนในรถให้เข้าใจ ตนจึงเดินเข้าไปดู จากนั้นชายที่นั่งข้างคนขับ ก็ลงจากรถแล้วเดินตรงมาหา ด่าทอด้วยคำหยาบ หาว่าพูดจาเสียงแข็งทำเสียงดังใส่ โดยเจ้าหน้าที่ในตู้เก็บเงินได้บอกให้ตนระวังตัว เนื่องจากบุคคลดังกล่าวทำท่าจับที่เอว คล้ายมีอาวุธ จากนั้นมีการกระชากแขนตนและชกเข้าที่ใบหน้าและดวงตาหลายครั้ง จนตนฟุบลงไปกับพื้น แล้วกลับไปขึ้นรถขับออกไป หลังจากนั้นคนที่เหตุการณ์จึงได้นำตนส่งโรงพยาบาลเกษมราษฎ์ ประชาชื่น
พ.ต.อ.สามารถ พรหมชาติ ผู้กำกับ สน.ประชาชื่น เปิดเผยว่า เบื้องต้นจะให้พนักงานสอบสวนเรียกสอบปากคำเพื่อนร่วมงานของ รปภ.ที่อยู่ในเหตุการณ์เพื่อหาข้อเท็จจริงว่า ผู้ที่เป็นคนขับรถมีส่วนรู้เห็นหรือร่วมในการก่อเหตุด้วยหรือไม่ ก่อนจะออกหมายเรียกผู้ที่เป็นเจ้าของรถ และผู้ต้องสงสัยที่เป็นผู้ลงมือก่อเหตุมาสอบปากคำ
จากการสอบปากคำผู้เสียหายทราบว่า ได้รับบาดเจ็บเพียงรอยฟกช้ำบริเวณใบหน้า และต้นขา ประกอบกับแพทย์ลงความเห็นให้พักรักษาตัว 1 วัน เบื้องต้นพิจารณาว่าเข้าข่ายเป็นความผิด ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ไม่ถึงเป็นอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ เป็นความผิดลหุโทษ สามารถเปรียบเทียบปรับในชั้นพนักงานสอบสวนหากผู้เสียหายยินยอม โดยมีอัตราโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
คลิปจาก https://www.facebook.com/100009198992555/videos/1694374500879167/







