
จับแก๊งตำรวจปลอมตระเวนลักทีวีโรงเรียนดังทั่วอีสาน
ตำรวจสืบสวน ภาค 4 รวบ 3 ผู้ต้องหา อ้างตัวเป็นตำรวจปราบปรามยาเสพติด ตระเวนลักทรัพย์ทีวีจอแบน โรงเรียนดังทั่วอีสานกว่า 100 เครื่อง
ตำรวจสืบสวน ภาค 4 รวบ 3 ผู้ต้องหา อ้างตัวเป็นตำรวจปราบปรามยาเสพติด ตระเวนลักทรัพย์ทีวีจอแบน โรงเรียนดังทั่วอีสานกว่า 100 เครื่อง
เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 (บก.สส.ภ.4) พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รักษาการ ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์,พล.ต.ต.จิตรจรุญ ศรีวนิชย์,พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รอง ผบช.ภ.4 และ พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผบก.สส.ภ.4 ร่วมกันแถลงข่าว ผลการจับกุม นายปกเกล้า แพรภูวนัย อายุ 45 ปี ,นายสมดี วัฒนพล อายุ 49 ปีและ น.ส.อัชรา แสงวงค์ อายุ 38 ปี อพร้อมของกลางรถยนต์ กระบะ,รถยนต์เก๋งอุปกรณ์ในการงัดแงะและเครื่องมือตัดเหล็กรวมหลายรายการ บัตรคล้องคอที่มีตราสัญลักษณ์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2 ชุด โดยภายในมีการปลอมแปลมเอกสารของทางราชการเป็นบัตรประจำตัวตำรวจชุดชุมชนและมวลชนสัมพันธ์และตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด
นอกจากนี้ยังตรวจยึดวิทยุสื่อสาร 2 เครื่อง และโทรทัศน์สีจอแบนยี่ห้อต่างๆ โดยมีเลขรหัสของทางราชการในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ แยกเป็นขนาด 46-55 นิ้ว 15 เครื่อง ขนาด 40-42 นิ้ว 3 เครื่อง และขนาด 32 นิ้ว 32 เครื่อง หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน 1 บก.สส.ภ.4 ติดตามจับกุมตัวได้ขณะเตรียมลงมือก่อเหตุลักทรัพย์ในหลายพื้นที่
พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รักษาการ ผบช.ภ.4 กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด โดยห้อยบัตรพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ทำการปลอมแปลงขึ้นมาและพกวิทยุสื่อสาร ขับรถยนต์กระบะและรถยนต์เก๋งไปตามพื้นที่อำเภอต่างๆทั่วทั้งภาคอีสานตอนบน ก่อนสบจังหวะโอกาสในช่วงกบลางวันและช่วงกลางคืนก่อเหตุลักทรัพย์โทรทัศน์ที่ติดตั้งอยุ่ในอาคารเรียนหรือห้องเรียนต่างๆของดรงเรียนแต่ละแห่ง โดยลงมือก่อเหตุเป็นขบวนการ โดยผู้ต้องหาที่เป็นผู้หญิงจะจอดรถยนต์เก่งวอยู่ด้านนอกอาคารหรือนอกโรงเรียน ส่วนผู้ชายทั้ง 2 คน จะทำทีว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบซึ่งหากพบว่ามีภารโรงหรือครูเวรมาสอบถามก็จะอ้างว่ามาลงพื้นที่หาข้อมูลของทางราชการและสืบสวนสอบสวนคดียาเสพติดที่กำลังแพร่ระบาดอยุ่ในสถานศึกษา แต่หากไม่มีผู้ใดมาพบหรือไม่มีผู้ใดเข้าเวรประจำโรงเรียนก็จะใช้คีมตัดเล็กและอุปกรณ์งัดแงะที่เตรียมไปทำการลักทรัพย์โทรทัศน์สีในประเภทต่างๆที่ติดตั้งไว้ ก่อนที่จะหลบหนีไป
จากการสอบสวนพบว่าได้ตั้งแก๊งตระเวนลักทรัพย์โรงเรียนมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2558 จนถึงขณะนี้ได้โทรทัศน์สีไปมากกว่า 100 เครื่องและเจ้าหน้าที่สามาถตรวจยึดคืนมาได้เพียง 50 เครื่อง
"ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา ตั้งแก๊งตระเวนขโมยทีวีจากโรงเรียนต่างๆเพียงอย่างเดียว พอได้มาก็จะจำไปจำหน่ายให้การรับซื้อของเก่าหรือร้านรับซื้อสินค้ามีสอง โดยแกะเอาเลขรหัสพัสดุของทางราชการทิ้งไปและนำมาจำหน่ายในราคา เครื่องละ 4,000 – 5,000 บาทแล้วแต่ขนาดของทีวีและตามการรับซื้อของทางร้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนขยายผลมาพบว่าผู้ต้องกหาลงมือก่อเหตุมาแล้วทั้งหมด 29 โรงเรียน ได้ทีวีมากกว่า 100 เครื่อง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายของกระทรวงศึกษาธิการมากกว่า 2 ล้านบาท"พล.ต.ต.จตุพลกล่าว
รักษาการ ผบช.ภ.4 กล่าวอีกว่า ส่วนใหญ่คนร้ายจะเลือกก่อเหตุในพื้นที่ จ.ขอนแก่น,หนองบัวลำภู,เลย,นครพนมและอุดรธานี ขณะที่แนวทางการสืบสวนสอบสวนนั้นหลังจากที่มีข้าราชการครูได้มาแจ้งความถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ชุดสืบสวนจึงได้เข้าทำการขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งที่ติดตั้งในโรงเรียนและบริเวณโดยรอบ จนพบภาพผู้ต้องหาทั้งหมดจากนั้นได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมจนสามารถจับกุมตัวได้ แต่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่ามีผู้ร่วมขบวนการเพียงแค่ 3 คนซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะสืบสวนสอบสวนขยายผลต่อไป
อย่างไรก็ตามของกลางทั้งหมดที่ตรวจยึดมาได้นั้นส่วนมากอยู่ในเขต จ.ขอนแก่น โดยเฉพาะ อ.เมือง ร้านค้าบางแห่งรับซื้อทรัพย์สินที่มาจากการโจรกรรมทั้งนั้น ซึ่งก็จะมีการสืบสวนสอบสวนขยายผลทีละคดีไป โดยเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือเพื่อพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ก่อนทำการควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน ในพื้นที่ 5 จังหวัดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป







