
เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (71)
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนาใช้พื้นที่ดังกล่าวจัดตั้งเป็น
โดย...วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มูลนิธิชัยพัฒนาใช้พื้นที่ดังกล่าวจัดตั้งเป็นสถานที่ฝึก “ควาย” หรือ “กระบือ” พระราชทานชื่อว่า “โรงเรียนกาสรกสิวิทย์” มีการสอนอย่างจริงจัง ใครมีกระบือที่ไถ่มาจากโรงฆ่าสัตว์ซึ่งเป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง แต่กระบือเหล่านี้เป็นสัตว์ที่ได้รับการเลี้ยงดูเพื่อนำไปเป็นอาหาร ไม่ได้รับการฝึก จึงยังนำไปใช้ไถนาไม่ได้ ต้องมีการฝึก โดยให้ทั้งคนและกระบือได้รับการฝึกและเรียนรู้ เพราะกระบือต้องถูกบังคับโดยคน คนจึงต้องเรียนรู้ที่จะรู้จักบังคับและใช้ประโยชน์จากแรงงานควายในรูปแบบต่างๆ เป็นวิถีชีวิตเดิมที่มูลนิธิชัยพัฒนาได้ฟื้นฟูขึ้นมา
เกษตรกรที่จะรับกระบือจากโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ไป ต้องเป็นผู้ที่มีความตั้งใจจริงในการนำกระบือไปใช้ในการเกษตรของตนอย่างจริงจัง และจะต้องเข้ามาฝึกกับครูฝึกสอนผู้ใช้กระบือของโรงเรียน ซึ่งเป็นปราชญ์ชาวบ้านที่มีความชำนาญในการฝึกและควบคุมกระบือเพื่อใช้ในเกษตรกรรม นอกจากจะได้รับการอบรมใช้กระบือทำการเกษตรแล้ว เกษตรจะได้รับความรู้ทั้งด้านการเลี้ยงและดูแลกระบือ การจัดการเรื่องหญ้าและอาหารกระบือ การปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ผสมผสาน และการใช้ชีวิตแบบพอเพียงเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิต ดูแลสภาพแวดล้อม และรักษาธรรมชาติ สามารถอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูลกันต่อไป
กระบือที่นำมาฝึก เป็นกระบือที่ประชาชนนำมาถวายและได้คัดเลือกไว้เพื่อฝึกสอนและอบรมให้เป็น “ครูกระบือ” โดยกระบือที่มาใหม่ไม่เคยได้รับการฝึก สามารถเรียนรู้จากกระบือที่อยู่เดิมโดยมีคนอยู่ระหว่างกลาง ขณะนี้มี “กระบือผู้ให้ความรู้” 25 ตัว ทั้งหมดนี้เป็นกระบือทรงเลี้ยงที่มีผู้น้อมเกล้าฯ ถวาย ส่วน “กระบือผู้เรียนรู้” นั้น เป็นกระบือจากธนาคารโคกระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ โดยมีเป้าหมายฝึกกระบือเพิ่มขึ้น จากปีละ 50 ตัว เป็น 200 ตัว
การจัดตั้ง “โรงเรียนกาสรกสิวิทย์” นี้ จึงนับเป็นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่อย่างเรียบง่ายอิงวิถีธรรมชาติ และได้ประโยชน์คุ้มค่า ไม่ต้องทำเขื่อนกั้นน้ำตามความคิดของคนทั่วไป แต่เป็นการออกแบบจับคู่ให้เหมาะสมกับกิจกรรม ซึ่งสามารถไปด้วยกันได้ดียิ่ง จึงนับเป็นพระอัจฉริยภาพของพระองค์โดยแท้
นอกจากนี้ยังทรงมีแนวพระราชดำริในการกลับคืนสู่ธรรมชาติ อันเป็นสิ่งที่นักพัฒนาในระยะหลังๆ เริ่มตระหนักถึง เนื่องจากมนุษย์เราแสวงหาความเจริญและความสุขใส่ตัว จนเผาผลาญและทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ ลม ไฟ ไปมากมาย จึงได้ย้อนกลับมาสู่สิ่งที่เรียบง่าย ไม่ทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ Back to Basic ดังที่อี เอฟ ชูมาร์กเกอร์ (E.F.Schumacher) นักเศรษฐศาสตร์และปรัชญาชาวเยอรมันเขียนในหนังสือ “Small is Beautiful” เสนอแนวคิดให้มนุษย์หันไปอยู่กับธรรมชาติใช้ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อความยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับแนวพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จนสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการเศรษฐศาสตร์ และความคิดเรื่องอนาคตทางเศรษฐกิจกับความสุขความเจริญของมวลมนุษย์
ดังจะเห็นได้ว่าในวันนี้เราออกไปซื้อน้ำมันดีเซลเพื่อเติมในเครื่องปั๊มน้ำ หรือรถไถ ซึ่งอำนวยความสะดวกและทุ่มแรง วันหนึ่งเมื่อทรัพยากรหมด พลังงานมีไม่เพียงพอ ผลสุดท้ายกลับสู่สามัญ กลับมาใช้ควายในการทำนา ซึ่งควายเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์สารพัด แม้แต่มูลควายก็สามารถนำไปทำเป็นแก๊สหุงต้มอาหาร โดยกากที่ย่อยสลายจากการเป็นแก๊สแล้วยังนำไปเป็นปุ๋ยใส่ในแปลงนา ได้ประโยชน์ครบวงจรโดยวิถีของธรรมชาติ แต่คนกลับละเลยไม่สนใจ ประดิษฐ์คิดค้นสิ่งต่างๆ ขึ้นมาอำนวยความสะดวกโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบของวิถีธรรมชาติ ทำให้วงจรธรรมชาติขาดไป ผลสุดท้ายจากสูงสุดต้องกลับลงต่ำสุด ดังเช่นโรงงานไฟฟ้าปรมาณูที่ญี่ปุ่น โดนสึนามิเพียงครั้งเดียวก็เผาผลาญทำลายชีวิตและทรัพยากรธรรมชาติในบริเวณนั้นจนไม่เหลืออะไร ไม่มีใครอยู่เหนือธรรมชาติได้ แต่คนเรามักจะลืมกันอยู่เสมอ
มูลนิธิชัยพัฒนา ยังมีงานศึกษาวิจัยด้านเกษตรกรรมจำนวนมากและหลากหลาย โดยยึดหลักคือ ต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของมูลนิธิและความต้องการของประชาชนเหมาะสมกับสภาพพื้นดิน ทั้งในระดับพื้นที่และระดับชาติ รวมถึงโครงการความร่วมมือระหว่างมูลนิธิกับต่างประเทศ เช่น “โครงการความร่วมมือระหว่างมูลนิธิชัยพัฒนา-สาธารณรัฐประชาชนจีน” ที่ ต.โป่งน้ำร้อน อ.ฝางจ.เชียงใหม่ ซึ่งสาธารณรัฐประชาชนจีนมีความสัมพันธ์อันดีและเชื่อมโยงกับสถาบันพระมหากษัตริย์ รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนจึงขอทำโครงการความร่วมมือ โดยอาศัยมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นแกนกลาง ให้การสนับสนุนโครงการในส่วนสิ่งของ สิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักรกล บุคลากร การถ่ายทอดเทคโนโลยี และสนับสนุนพันธุ์พืช รวมทั้งปัจจัยการผลิตอื่นๆ ในระยะที่ 1 วงเงิน 8 ล้านหยวน (ประมาณ 40 ล้านบาท) และระยะที่ 2 วงเงิน 10 ล้านหยวน (ประมาณ 50 ล้านบาท) เพื่อความหลากหลายของผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งเป็นอนุสรณ์ของความร่วมมือและไมตรีจิตระหว่างประเทศทั้งสอง







